หยุดตรุษจีนไปสองวัน เปิดปีใหม่ด้วยการไปเยี่ยมทีม 2 ทีมในกรมอนามัยพร้อมซือเจ๊นันทา ได้ข้อคิดดีๆกลับมาฝาก

เริ่มที่ทีมแรกของกองคลังที่ผมเองสนใจเป็นอย่างยิ่งว่า จะเอาการ ลปรร ไปใช้ได้ไง เพราะเรื่องงานคลังมีระบบระเบียบที่แน่นอนชัดเจน ทำได้หรือทำไม่ได้ก็ว่าไป ไม่เปิดโอกาสให้มีการใช้ ประสบการณ์เท่าไรนัก  ยิ่งทางกองตั้งใจชัดเจนว่าจะทำ KM เพื่อใหหน่วยงานต่างๆในกรมสามารถใช้้ระบบ GFMIS  ซึ่งเป็นระบบการดูแลเรื่อง การเงิน งปม พัสดุ การเจ้าหน้าที่ ซึ่งรัฐบาลสั่งให้ทุกหน่วยงานทำให้ได้ ก็ทำให้ผมยิ่งอยากรู้ใหญ่ว่าจะเอาการ ลปรร มาใช้ยังไงดี

เรื่องยากๆ อย่าง GFMISของกองคลัง คนมักเข้าใจว่า ใช้การ ลปรร ยากเพราะเป็นเรื่องใหม่ ไม่มีใครมี “ความรู้” หรอก ต้องบรรยายเป็นหลัก แต่ถ้าวิเคราะห์กันจริงๆก็จะพบว่า ความจริงแล้ว การทำงานทุกอย่างให้สำเร็จ มีทั้งส่วนของ ศาสตร์ และ ศิลป์ ถึงเขาไม่รู้ศาสตร(รายละเอียดของระบบ GFMIS)์ เขาก็ต้องใช้ศิลปะของตัวเอง ในการเอาศาสตร์ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์

การ ลปรร ส่วนใหญ่ในกรณีอย่างนี้่น่าจะเป็นการแลก ในส่วนของ ศิลป์ในการทำให้ระบบนี้ถูกเอาไปใช้ให้ได้ และที่จริงแล้วบริบทที่แตกต่างกัน เช่นมีจำนวนคนไม่เท่ากัน หรือคนมีความรู้ และเวลาไม่เท่ากัน ล้วนทำใหแต่ละที่มีวิธี และประสบการณ์ในการนำระบบไปสู่การปฏิบัติที่ไม่เหมือนกัน

ถ้ามีการ ลปรร ในส่วนนี้ก็จะช่วยให้การนำระบบ GFMIS ไปใช้เกิดเป็นจริงได้มากกว่าการมานั่งฟัง lecture หรือมาจัดประชุมให้ถามคำถาม หรือ ชี้แจงข้อผิดพลาดที่พบบ่อยๆ

หลังแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กับทีมกองคลัง ทำท่าว่าทั้งคุณเปี๊ยก CKO ผู้เข้มแข็ง และท่าน ผอ ดารณี ผู้หนุนหลังเต็มที จะเห็นแนวทางใหม่ที่จะไปลองปรับวิธี ลปรร รวมทั้งการจัด workshop ติดตามการติดตั้งระบบGFMISที่วางแผนไว้

เราจะคอยตามไปเรียนรู้ด้วยนะครับ 

พูดถึงเรื่องการ ลปรร ว่าจะแลกส่วนที่เป็นเรื่องศาสตร์ หรือ ศิลปก็ไม่แน่ว่าจะต้องเป็นแต่ในส่วนของศิลป์เสมอไป เพราะงานหลายอย่างว่าไปแล้วศาสตร์มันก็ยังไม่นิ่ง ยิ่ง ลปรร ก็ยิ่งงอกงาม

 ตัวอย่างที่น่าสนใจในเรื่อง CA breast self exam ของสำนักส่งเสริมที่เราปเยี่ยมมาวันนี้เหมือนกัน น่าจะสะท้อนประเด็นนี้ได้ดี

เขาจัด ลปรร กับ 4 จังหวัดที่มีผลงานไปขยายความรู้ให้ผู้หญิงมีการตรวจเต้านมด้วยตัวเอง ปรากฏว่ามี outputsจากการ ลปรร ที่น่าสนใจ เช่น ไดพบว่าบาง หน่วยงานทำ้ breast modelได้เอง (รพ ท่าเรือ) ราคาถูกกว่าที่ซื้อจากเมืองนอก ส่วนบางแห่งก็มีการใช้เทคนิค MLM (multi layer marketing) แบบเดียวกับการขายตรงมาใช้เพื่อเจาะเข้าหา กลุ่มเป้าหมาย

แม้จะทำ ลปรร แค่ครั้งเดียว ไม่ได้ต่อเนื่องก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ถ้าทำต่อเนื่อง และขยายวง น่าจะเป็นการกระตุ้น และช่วยการขยายงานได้ดีโดยทางสำนักไม่ต้องเหนื่อยไป จัดอบรม หรือหาวัสดุไปสนับสนุนหน่วยต่างๆี

ที่ผมตื่นเต้นคงเป็นความกระตือรือร้นของทีมงานที่มานั่งคุยกัน เพื่อทำความเข้าใจ ละวางแผนเพื่อให้เกิดการ ลปรร และรวบรวมความรู้ ขยายผลให้เป็นระบบ

คราวหน้าเราตกลงกันว่าทีม KM กลางจะไปเรียนรู้ในระหว่างกระบวนการ ลปรร ที่แต่ละกองจะจัดขึ้น ไม่ไปนั่งคุยปรึกษาปัญหา(คา)หัวใจ อย่างที่ทำกันในวันนี้

เพราะทุกคนสรุปตรงกันว่า มัวสงสัยอยู่ใย ลงมือทำแล้วเรียนรู้ไปเดี๋ยวก็เก่งขึ้นเอง