ห่างหายกับการเขียนบันทึกไปหลายวัน..แต่ก็ไม่ห่างหายไปจากบล็อกครับ..แล้วค่อยๆ ลงเรื่องให้ได้ติดตามกันต่อไป (ย้อนหลัง)
พอดีวันนี้ เด็กๆ จะกลับมาพิษณุโลก หลังจากไม่อยู่หลายวัน ตอนผมทำกับข้าว (ทานเอง) เลยได้ความคิดอยากเขียน series เรื่องยาวอีกชุดหนึ่งเก็บเอาไว้ในความทรงจำและก็จะมีคติสอนใจข้างท้ายเรื่องด้วย..พยายามเขียนในแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงนะครับ
ลูกสาวที่หายไป
เรื่องนี้ย้อนหลังไปเมื่อปี ๒๕๓๙ ช่วงปลายปี กำลังเข้าสู่ฤดูหนาว ลูกสาวตัวเล็กๆ ของผมอายุได้ ๓ ขวบ.. ช่วงนั้นรถยนต์ของผมถูกโจรกรรมไป จึงต้องผ่อนกุญแจไป และตัดสินใจซื้อรถมอเตอร์ไซด์ใหม่อีก ๑ คัน หลังจากคันเก่าเอาไปซ่อมแล้วเกิดน้ำท่วมใหญ่พิษณุโลก เดือนกันยายน ๒๕๓๘ แล้วไม่ได้ไปเอาคืน ช่างเลยจำหน่ายเป็นเศษเหล็กไป..
ฤดูหนาวช่วงวันหยุด พาลูกสาวอายุ ๓ ขวบ ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์ จากหนองอ้อ เข้าไปในเมือง จุดหมายปลายทางคือ ไปเดินเล่นที่ Topland Arcade และกะว่าจะไปหาอาหารกลางวันทานกันด้วย
เรากะว่าไปถึงตอนห้างเปิด ตอนสายๆ จอดรถมอเตอร์ไซด์ไว้หน้าห้าง แล้วก็พาลูกสาวเดินเล่นที่ชั้น ๑ ก่อน เสร็จแล้วก็ขึ้นบันไดเลื่อนไปชั้นสอง พอเดินเที่ยวเสร็จแล้ว จึงคิดจะขึ้นไปชั้น ๕ แล้วค่อยเดินกลับลงมาทีละชั้น...
กดลิฟท์จากชั้น ๒ จะขึ้นไปชั้น ๕ พอลิฟท์เปิด ลูกสาวก็เดินเข้าไป ในลิฟท์ไม่มีคนอยู่ ผมก็เล่นกับลูกบ๊ายบาย แล้วประตูลิฟท์ก็ปิด ผมกดให้เปิดลิฟท์ก็ไม่เปิด...เห็นลิฟท์ขึ้นไปชั้น ๕
ด้วยความตกใจ! ผมก็เรียกลิฟท์อีกตัว ตามขึ้นไปดูที่ชั้น ๕ เดินดูรอบชั้น ก็ไม่เห็นเจอลูกสาว จึงลงมาที่ชั้น ๑ ไปที่หน่วยประชาสัมพันธ์ให้เขาประกาศหาตัวให้.. แต่รู้สึกว่าช้าไม่ทันใจ กว่าจะประกาศให้ก็หลายนาที นัดให้คนพามาหาที่ชั้น ๑ ขณะเดียวกัน ผมก็ขึ้นไปหาที่ชั้น ๒ อีกครั้ง ก็ไม่พบ กลับมาดูที่ชั้น ๑ ตรงจุดนัดพบ เผื่อใครเจอจะพามาส่งก็ไม่เห็นมีวี่แวว...
นึกเอะใจ ลองเดินไปดูที่รถมอเตอร์ไซด์หน่อย เห็นลูกสาวนั่งคอยอยู่ที่รถ ใส่เสื้อคลุมเหงื่อออก.. ไม่ใช่เพราะตกใจ แต่เพราะว่าร้อน นั่งรอพ่ออยู่เกือบครึ่งชั่วโมง....
ถามลูกสาว ได้ความว่า ขึ้นไปชั้น ๕ แล้ว พอลิฟท์เปิดก็ไม่ออก กลับลงมาที่ชั้น ๑ (ผมก็สงสัยว่า ลูกสาวไม่เคยขึ้นลฟท์ ทำไมกลับมาได้..คงเป็นเพราะคนที่อยู่ชั้น ๕ เรียกลิฟท์กลับมาชั้น ๑ และคงเป็น common sense ของเด็กๆ ที่จะกลับมาที่เดิม) แล้วในความคิดก็บอกให้มารออยู่ที่รถมอเตอร์ไซด์
ผมก็กลัวว่า ระหว่างที่ตามหา จะมีมิจฉาชีพ มาพาตัวลูกสาวหนีไปทำอาชีพขอทานอย่างที่เป็นข่าว.. หลังจากนั้นมาผมก็มักจะตามใจลูกสาว เพราะคิดว่าช่วงนั้นเป็นบทเรียนชีวิตที่สำคัญ ที่อาจจะต้องจากกันชั่วชีวิต... มีอะไรจะทำให้ได้ก็รีบๆ ทำ.. แต่ผมก็ไม่ได้ตามใจลูกสาวไปเสียทุกเรื่อง... ส่วนมากตามใจเรื่องกิน จนขณะนี้ลูกสาวผมน้ำหนักตัวพอๆ กับผมแล้ว..อิอิ
เรื่องนี้ก็จบแบบ Happy Ending คือ หาตัวลูกสาวพบ และบางครั้งความคิดเห็นของเด็กกับผู้ใหญ่ก็ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน ขณะที่ผมคิดว่าลูกสาวอยู่ในห้าง แต่ลูกสาวกลับออกไปรออยู่ที่นอกห้าง
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
- อย่าเล่นกันมากไปจนเกินเหตุ..
- เมื่อเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมา ขอให้ตั้งสติให้ดี
- เด็กๆ กับผู้ใหญ่ มีหลักการคิดไม่เหมือนกัน ผู้ใหญ่ไม่จำเป็นต้องคิดถูกเสมอไป..ควรฟังเหตุผลของเด็กบ้าง
- ท่านได้อะไรจากการอ่านเรื่องนี้บ้าง......
![]() |
มนุษย์ผึ้งมหัศจรรย์ |

สวัสดีเจ้าค่ะ อาจารย์บีแมน
ก๊ากๆๆ...อยากจะบอกว่า เหมือนน้องจิเลยเจ้าค่ะ....มีอยู่วันหนึ่ง คุณพ่อพาไปเที่ยวในห้าง เป็นครั้งแรกในชีวิต เนื่องจากคนเยอะมากๆ จึงทำให้หลงทางกับคุณพ่อ......หนูไม่รู้จะทำอย่างไร ตอนนั้นก็อายุประมาณ ป.5 อายุก็ 9 ขวบได้ ก๊ากๆๆ จำได้ติดตาไม่เคยลืมว่า....หนูกลับมารอคุณพ่อที่ข้างรถ เข้ารถก็ไม่ได้เพราะว่ารถมันล๊อคอยู่ ....คุณพ่อออกมาเจอที่รถ แบบว่าทำหน้าตาตกใจมากๆ......แล้วก็ดุหนูไปเป็นชุดใหญ่....น่ากลัวเจ้าค่ะ..
แวะมาเยี่ยมและเป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ -------> น้องจิ ^_^
ลูกสาวอาจารย์ฉลาดมากค่ะ เพราะไม่ว่าพ่อจะไปไหน (แอบเอาเรามาทิ้ง หรือแอบไปธุระ) สุดท้ายก็ต้องกลับมาที่รถ เพราะฉะนั้นไปรอที่รถ ดีที่สุดค่ะ
เห็นด้วยกับที่อาจารย์บอกว่า
ลูกชายตอนเล็กๆก็หายบ่อย แต่พอถาม ก็พบว่าเขาพาเพื่อนไปหาแม่บ้าง อ่านหนังสือในห้องสมุดเพลินบ้าง หรือทำอะไรหลายอย่าง ที่เราก็ว่าเขาไม่ได้ เพราะเขาคิดอย่างนั้น แต่ไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่เป็นห่วงครับ
เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องไม่อยากให้เกิดครับ ผมเองกลัวมากเวลาพาลูกๆ ไปเที่ยว กลัวพลัดหลงกัน
สวัสดีน้องจิ
สวัสดีครับ อาจารย์ Ninko
สวัสดีค่ะ อาจารย์
เคยพาหลานสาวไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะค่ะ ช่วงที่เรากำลังหันไปทักทายกับเพื่อนที่บังเอิญเจอกัน หันมาอีกทีหลานสาวหายไปแล้ว ตกใจมาก ตอนนั้นก็เย็นมากแล้ว ตอนนั้นนึกไม่ออกเลยค่ะว่าจะทำงัยดี คิดไปต่างๆ นานา ยอมรับว่ากลัวมาก กลัวจะมีใครที่ไม่หวังดีหลอกไป พอดีได้ยินเสียงเรียกมาแว่วๆ จากข้างบนเลยเงยหน้าขึ้นไป โธ๋ ....หลานรักอยู่บนชิงช้าสวรรค์ก็ไม่บอก (ขึ้นไปได้งัยคนเดียว)
สวัสดีค่ะอาจารย์beeman
ดิฉันก็มีลูกสาวเหมือนกันและกลัวมากในเรื่องลูกหายนี่ เพราะปัจจุบันเราได้รับข่าวมากมายเกี่ยวกับการลักพาตัวเด็ก ดังนั้นเวลาไปห้างนี่ดิฉันจะไม่ยอมให้คลาดสายตาเลยค่ะ จูงแขนกันเดินตลอดเวลานัยว่ารักกันจู๋จี๋ ลูกก็จะได้ไม่รู้สึกว่าขาดอิสรภาพค่ะ