เสมือนถูกย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุย์ของผู้ได้รับความเสียหาย จากการถูกเปิดเผยชื่อต่อหน้าสาธารณชน

          ช่วงวันหยุดที่ผ่านมา        ได้ถูกมอบหมายในการเป็นผู้ประนีประนอมในกรณีที่เกิดขึ้น  คือ การทำหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านแห่งหนึ่ง   ของจังหวัดมหาสารคาม   ในการประกาศข่าวและการประชาสัมพันธ์ข่าวสารของหมู่บ้าน   โดยผู้ใหญ่บ้านได้รับมอบหมาย    มาจากองค์การบริหารส่วนตำบล  ขอความอนุเคราะห์ประชาสัมพันธ์  ให้ผู้ด้อยโอกาส   ผู้สูงอายุ  และผู้ติดเชื้อเอชไอ/ผู้ป่วยเอดส์   ให้มารับเบี้ยยังชีพ   เมื่ออ่านมาถึงผู้ป่วยโรคเอดส์  ได้อ่านและระบุชื่อผู้ป่วยโรคเอดส์   ผ่านทางหอกระจายข่าวของหมู่บ้าน  ทำให้ผู้ติดเชื้อถูกเปิดเผยชื่อต่อหน้าสาธารณะชน  ทำให้เกิดความอับอาย ได้รับความเสียหายชื่อเสียงเกิดขึ้น

            เมื่อเกิดความเสียหายขึ้น ทางด้านผู้นำหมู่บ้านได้มีการเจรจาค่าเสียหายที่เกิด   แต่ผู้ใหญ่บ้านก็ไม่ทราบว่าเสียหายมากน้อยแค่ไหน เสียหายอย่างไร  เพราะได้ทำไปตามหน้าที่ของผู้นำหมู่บ้าน    และไม่ต้องการที่จะจ่ายค่าเสียหายแม้แต่บาทเดียว  นำความโกรธมายังผู้ได้รับความเสียหาย  จึงได้นำเรื่องที่เกิดขึ้น  ไปร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ  เพื่อดำเนินคดีกับผู้ใหญ่บ้าน  ขณะนี้เรื่องอยู่ที่ตำรวจ  

      หน้าที่ของผู้บันทึกโดยการถูกร้องขอจากท่านนายก(องค์การบริหารส่วนตำบล)   ให้ทำหน้าที่ประนีประนอมให้ทั้งคู่ได้ปรับความเข้าใจกัน และผู้กระทำถึงแม้จะไม่ได้เจตนาในการอ่านชื่อ  ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์  เพียงแต่ต้องการให้ผู้ติดเชื้อได้รับผลประโยชน์มากที่สุด  ให้รู้จักคำว่า  "ขอโทษ"   และพูดด้วยน้ำเสียงที่มีจิตสำนึกในการรับผิดชอบในสิ่งที่ตนเองได้กระทำลงไปบ้าง เพียงแค่นี้  ผู้ติดเชื้อที่ได้รับความเสียหาย พร้อมที่จะให้อภัยได้ในสื่งที่เกิดขึ้น

         ความรู้สึกของผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ การที่ถูกเปิดเผยตนเองและชื่อเสียง ต่อหน้าผู้ที่ให้การดูแลเท่านั้นเอง และไม่ต้องการที่จะไปประกาศให้ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านรู้ว่าตนเองเป็นผู้ติดเชื้อเอดส์  เพราะเพียงแค่จะได้รับสิทธิ รับเบี้ยยังชีพเดือนละ 500 บาท ไม่คุ้มกับการเสียชื่อเสียงของตนเอง

           รู้สึกว่าตนเองถูกย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ฯ  ทำให้เกิดความเครียด  รู้สึกว่าตนเองไร้ค่า   และชี้ให้เห็นว่าให้รู้จักควบคุมทางด้านอารมณ์  รู้จักการให้อภัย  ต่อกัน  ไม่มีอคติต่อกัน  เพราะการอยู่ในชุมชนจะต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน  ทำให้มีสติลดทิฐิตนเองลงบ้างและยอมรับ  ที่จะมีการประนีนอมกันเพื่อยุติปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ทำให้เรื่องราวถูกไปเปิดเผยไปมากกว่านี้

             เรื่องราวที่เกิดขึ้นในอำเภอหนึ่ง  ของจังหวัดมหาสารคาม เป็นบทเรียนให้กับผู้นำชุมชน  ที่จะต้องดูแลลูกบ้าน   การจะทำอะไรด้วยเจตนาที่หวังดี เป็นสิ่งที่ดีและมีประโยชน์ต่อชุมชน แต่จะต้องศึกษากฎหมายและการละเมิดสิทธิมนุษยชนให้ดี เพราะ เรื่องโรคเอดส์ และการติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ของบุคคล เป็นเรื่องละเอียดอ่อน สังคมไทยยังไม่ยอมรับ  การที่จะเปิดเผยจะต้องได้รับการยินยอมจากเจ้าตัวเท่านั้น  

อนงค์  ปะนะทัง