เป็นห่วงการศึกษาระดับปริญญาเอก

         วันที่ 26 ม.ค.49   ผมได้รับจดหมายของ นศ.ปริญญาเอก ม.บูรพาท่านหนึ่ง (นศ. ท่านนี้เป็นอาจารย์  สังกัด มรภ.แห่งหนึ่ง)  บอกว่าตนทำวิทยานิพนธ์เรื่องรูปแบบการบริหาร มรภ.   และได้รับคำแนะนำจากประธานกรรมการซึ่งผมเข้าใจว่าเป็นประธานกรรมการอาจารย์ที่ปรึกษา (ประธานท่านนี้รู้จักและเคารพนับถือกันกับผมดี)  ให้มาสัมภาษณ์ผม   โดยได้ส่งคำถามมาให้ด้วย   ผมได้ตอบ นศ. ท่านนี้ดังนี้

"เรียน  อาจารย์...
 ผมไม่ตอบคำถามแบบนี้เพราะเป็นวิธีการเรียนรู้ที่ผิด   นศ. ควรบอกมาก่อนว่าตนคิดอย่างไร   ได้ค้นคว้ามาอย่างไร   เกิดประเด็นปัญหาอะไรบ้าง   ประเด็นนั้น ๆ ตนคิดว่ามีคำตอบกี่แนว ฯลฯ   แล้วให้ผู้ทรงคุณวุฒิช่วยชี้แนะให้แตกฉาน/ชัดเจนยิ่งขึ้น   ไม่ใช่มาถามแบบ 'ขอความรู้' อย่างนี้
 วิจารณ์"

         ผมขอขยายความว่าในความเชื่อของผม   นศ. ปริญญาเอกต้องเรียนรู้โดยการสร้างความรู้   ไม่ใช่โดยการ "ขอความรู้"    ต้องเน้นการเรียนแบบ "แลกเปลี่ยนเรียนรู้" กับผู้ทรงคุณวุฒิ   ต้องบังคับตัวเองให้ค้นคว้าเองก่อน   อาจารย์ที่ปรึกษาช่วยแนะวิธีค้นคว้าด้วยตัวเองก่อนจนมีความรู้ความเข้าใจเกิดขึ้นในตนเองในระดับหนึ่ง   แล้วจึงไปขอแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้ทรงคุณวุฒิ   ไม่ใช่ไปขอสัมภาษณ์แบบขอความเห็นเพื่อเก็บเป็นข้อมูล

         ผมเป็นห่วงคุณภาพของการศึกษาระดับปริญญาเอกในปัจจุบัน   หากตั้งอยู่บนฐานของการที่นักศึกษาทำวิทยานิพนธ์เพียงแค่เก็บข้อมูล  วิเคราะห์ข้อมูล   เขียนวิทยานิพนธ์นำเสนอ   โดยอยู่ภายใต้กระบวนทัศน์ว่านักศึกาเรียนรู้ในฐานะ knowledge consumer  คุณภาพของด็อกเตอร์ทั้งหลายจะต่ำลงไป

         ผมมีความเชื่อว่า นศ.ปริญญาเอกต้องเรียนด้วยท่าทีของ knowledge producer

         ดังนั้น นศ.ปริญญาเอกต้องไม่เน้นความสัมพันธ์กับผู้ทรงคุณวุฒิแบบ "ขอมาสัมภาษณ์"   แต่ต้องมาแบบ "ขอมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้"

         นศ.ปริญญาเอกที่ขอมาคุยกับผมแบบคน "สมองว่าง"   ผมไม่คุยด้วยครับ   ไม่ทราบว่าโหดร้ายไปหรือเปล่า   แต่เจตนาคือต้องการสื่อต่อวงการอุดมศึกษาว่า   อย่าเดินผิดทางและดึงคุณภาพปริญญาเอกให้ตกต่ำ

วิจารณ์  พานิช
 26 ม.ค.49