จินตนาการสถูปใต้ดิน (ต่อ)
ดูจากผิวดิน ตอนที่ถูกกลบด้วยดิน ปกปิดไว้แล้ว เห็นเฉพาะสถูปหินองค์เล็ก เป็นเครื่องชี้ตำแหน่งทางลงสู่ห้องสถูปใต้ดิน. บริเวณห้องสถูปในแบบจำลองนี้ สมมติให้สูง๖๐ศอกหรือ 30เมตรโดยประมาณ. เมื่อรวมกับดินที่กลบทับด้านบนอีก หนา 10 เมตรหรือ๒๐ศอก ก็รวมระยะความลึกของพื้นห้องสถูปใต้ดินเป็น ๘๐ศอก.
ขุดดินบริเวณสถูปหิน ตรงทางลงออกไป จะเห็นว่า สถูปหินนั้น แค่วางไว้ที่พื้นหินเฉยๆ ไม่ได้เชื่อมต่อด้วยปูน สามารถจะยกออกได้ แต่มีขนาดใหญ่พอสมควร คือ ต้องใช้คนจำนวนมากๆ จึงจะเคลื่อนย้ายออกได้. สมมติว่าเป็นแท่งหินตัน เส้นผ่านศูนย์กลางสักหนึ่งเมตร สูงประมาณ 3เมตร. ส่วนที่โผล่พ้นพื้นดินมาประมาณสัก1เมตร และส่วนที่อยู่ใต้ดินประมาณสักสองเมตร ขนาดแค่นี้ ใครผ่านไปผ่านมาก็คงไม่เอะใจ ไม่คิดจะไปขุดคุ้ย เพราะระยะลึก2เมตรนี่ จะขุดก็แสนยากอยู่ ยิ่งขุดลงไปแล้ว ไปพบแผ่นหินเข้าอีก จะยิ่งไม่เห็นประโยชน์ที่จะขุด.
เมื่อขุดลงไปพบแผ่นหินแล้ว เคาะฟังเสียงแผ่นหิน ก็จะรู้ว่า ใต้แผ่นหินนั้นเป็นโพรงอยู่. ซึ่งในโมเดลนี้ กำหนดให้เป็นโพรงที่มีความสูงประมาณ 1.5เมตร ซึ่ง ไม่ถือว่า ใหญ่เกินไปหรือเล็กเกินไปในการที่จะเข้าจะออก. ประตูทางเข้า จะเยื้องออกจากจุดที่ตั้งสถูปหินหน่อย เพื่อว่า เวลาทุบแผ่นหินลงไป แผ่นหินจะได้ไม่เกะกะช่องที่จะเข้าไปนั้น.
ทางเดินจากโพรงใต้สถูปหินนั้น เชื่อเข้าไปสู่ทางเดินรอบห้องสถูปใต้ดิน แบ่งเป็น๔ชั้น เดินรอบเข้าไป และทางเดินนี้ ติดประทีปส่องทางไว้ ตั้งอ่างบัว หม้อน้ำดื่มเหล่านี้ไว้ด้วย. และมีหุ่นยนต์ไม้ เดินเป็นเวรยามอยู่ในทุกๆระยะ.
เมื่อพ้นจากบันไดลงไปถึงทางเดินในแนวราบชั้นแรก ก็จะเห็นหุ่นไม้นั้น ตอนนี้ก็ต้องได้อาศัยวิสสุกรรมเทพบุตรมายิงสลักหุ่นยนต์ให้. ไล่ยิงไปทีละตัวๆ จนหุ่นยามพวกนั้นหมดไป แล้วก็หมดหน้าที่ วิสสุกรรมเทพบุตรก็กลับไปได้.
พอไปถึงพื้นชั้นล่างสุด ก็คือรอบที่๔ ก็เดินเวียนไปจนไปถึงผนังห้องทางทิศเหนือ ก็จึงจะเห็นประตูเข้าสู่ห้องสถูป. มองเข้าไปจะเห็นรูปลักษณะคล้ายอย่างนี้.
เห็นเรือน๔ชั้นก่อน คือ ชั้นล่างเป็นเรือนรัตนะ ชั้น๒เป็นชั้นทองคำ ชั้น๓เป็นชั้นเงิน ชั้น๔เป็นชั้นทองแดง. มีบันไดทางขึ้นอยู่ข้างนอกห้อง. เมื่อขึ้นไปโดยลำดับ จนถึงชั้นที่๔ ก็จะเห็นกุญแจคล้องล็อกห้องไว้อยู่. และมีแท่งแก้วมณีของพระเจ้าอชาตศัตรู พร้อมกับแผ่นจารึกทองคำ ความว่า " ในอนาคตกาล เจ้าแผ่นดินที่ยากจน จงถือเอาแก้วมณีแท่งนี้ กระทำสักการะพระบรมธาตุทั้งหลายเทอญ."
ความจริงแล้ว ในความเห็นของข้าพเจ้า คิดว่า พระเจ้าอชาตศัตรู ไม่ได้วางแท่งแก้วมณีไว้ที่ประตู หากแต่วางไว้ที่เครื่องทรงกษัตริย์ ภายในห้องนั้น พร้อมด้วยแผ่นทองคำ. เมื่อพระเจ้าอโศกเข้าห้องได้แล้ว ก็จะเห็นโต๊ะวางเครื่องทรงของพระเจ้าอชาตศัตรูพร้อมด้วยแท่งแก้วมณีกับแผ่นทองคำนั้นก่อน. แต่นั้น เดินต่อเข้าไป ก็จะถึงแท่นวางภาชนะบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่ง วางแผ่นจารึกทองคำของพระมหากัสสปะไว้ด้วย. อันนี้เป็นจินตนาการที่แปลกไปบ้าง.
พระเจ้าอโศกอ่านแผ่นทองของพระเจ้าอชาตศัตรูแล้วทรงกริ้ว. ก็ไม่ทราบว่า พระองค์ทรงนำแท่งแก้วมณีและเครื่องทรงกษัตริย์ไปด้วยหรือไม่? เพราะไม่มีกล่าวถึง. แต่ ในมุมมองของผู้อ่านแล้ว โดยมาก เข้าใจเอาว่า พระเจ้าอโศกถือแท่งแก้วมณีไปด้วย. แต่ก็มีโอกาสที่จะเป็นไปได้เหมือนกันว่า พระเจ้าอโศกไม่ได้ถือเอาไป. เรื่องนี้จะไปเกี่ยวข้องกับพระบรมสารีริกธาตุส่วนที่ปกปิดไว้ภายในสถูป. ซึ่ง พระอรรถกถากล่าวไว้ว่า พระเจ้าอโศกนำพระบรมสารีริกธาตุไปเฉพาะส่วนที่อยู่ในเรือนนั้น เว้นส่วนที่ปกปิดไว้.
อันนี้ค่อยพิจารณากันในลำดับต่อไป
เขียนได้ดีมากครับ เพราะยังแสดงให้เห็นถึงคุณค่าทางวัมนธรรม และเรื่องราวความเป็นมาที่แสดงเห็นเรื่องเกี่ยวกับพระพุทธเจ้าในอดีตการณ์
ยังได้เห็นโครงสร้างที่ออกแบบได้อย่างดีครับ
ยินดีที่ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยนะครับ
ก่อนอื่นเลย ขอชื่นชมในความคิดของผู้เขีรยน ที่รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ออกมา เป็นรูปร่างอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย นับแต่ศึกษาเรื่อง การทำธาตุวิธาน ของพระมหากัสปะเจ้า ขอเสนอ ความเห็นว่า แท่งแก้วมณี และชุดทรงกษัตรย์นั้น พระเจ้าอชาตศัตรู หาได้เตรียมไว้เพื่อพระเจ้าอโศกแน่นอน เพราะถ้าเป็นในรูปการณ์นี้แล้ว เห็นทีจะเตรียมให้เป็นสมบัติ ของพระราชผู้จากจน นั้น ซึ่งอาจจะผ่านมาแล้ว หรือกำลังจะผ่านมา หรือในอนาคตการณ์อันไกลโพ้นที่เราไม่หยั่งรู้ก็เป็นได้ และแท่งแล้วมณี อันนั้น อาจจะเป็นกุญแจสำคัญในการเข้าสู่ พระสถูป องค์ใหญ่ที่ พระมหากัสสปะทรงเร้นลับไว้ด้วยพระประสงค์บางอย่างในกาลอนาคต