• เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ

การควบคุมคุณภาพของข้อมูลและการพิทักษ์สิทธิ์กลุ่มตัวอย่าง

การควบคุมคุณภาพของข้อมูล

คุณภาพของข้อมูลที่ได้จากการรวบรวมข้อมูลวิจัย มีความสำคัญอย่างยิ่งในการตอบปัญหาวิจัย งานวิจัยจะมีคุณภาพหรือไม่ ข้อค้นพบจากการวิจัยจะเป็นประโยชน์มากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับคุณภาพของข้อมูลที่ผู้วิจัยรวบรวมมาได้นี้ การควบคุมคุณภาพของข้อมูลจึงเป็นความสำคัญจำเป็นอย่างยิ่งที่นักวิจัยจะต้องนึกถึง และควบคุมแหล่งของความคลาดเคลื่อนที่จะเกิดขึ้นจากการวัดให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด แหล่งความคลาดเคลื่อนใหญ่ ๆ ที่นักวิจัยต้องควบคุมเพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีคุณภาพแบ่งเป็น 4 แหล่งใหญ่ ๆ คือ

1)      ความคลาดเคลื่อนเนื่องจากเครื่องมือวิจัยโดยตรง และการวัด
2)      ความคลาดเคลื่อนเนื่องจากผู้ถูกวัด
3)      ความคลาดเคลื่อนเนื่องจากสถานการณ์ในขณะวัด
4)      ความคลาดเคลื่อนเนื่องจากผู้วัด

ในการควบคุมความคลาดเคลื่อนจากแหล่งต่าง ๆ เหล่านี้ทำได้ดังนี้

1)      เลือกเครื่องมือวิจัยที่มีคุณภาพ และวัดได้ตรงจุดมุ่งหมายของการวัดให้ได้มากที่สุด

2)      ควบคุมการดำเนินการวัดให้ได้ถูกต้อง เป็นระบบ มีความสม่ำเสมอกับในการวัดจากกลุ่ม
ตัวอย่างแต่ละราย

3)      จัดสภาพการณ์ในขณะวัดให้คล้ายคลึงกับมากที่สุด ในการวัดแต่ละครั้ง

4)      ลดความคลาดเคลื่อนที่จะเกิดขึ้นเนื่องจากผู้ตอบให้มีน้อยที่สุด

5)      ประมวลผลข้อมูลให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง สมบูรณ์ ครบถ้วน

การพิทักษ์สิทธิ์กลุ่มตัวอย่าง


ก่อนดำเนินการวิจัย ผู้วิจัยจะต้องทำหนังสือ/จดหมายขออนุญาตเก็บข้อมูลจากหัวหน้า/       เจ้าของสถานที่ที่เข้าทำการเก็บข้อมูล โดยแจ้งชื่อโครงการวิจัยและชี้แจงวัตถุประสงค์ของการวิจัย รวมทั้งระบุระยะเวลาของการดำเนินการเข้าเก็บข้อมูลให้ทราบล่วงหน้าก่อนเข้าทำการเก็บข้อมูล นอกจากนี้ ยังต้องแจ้งให้ประชากร/กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาทราบว่าข้อมูลที่ได้จะเป็นความลับไม่น่าเปิดเผย  กลุ่มตัวอย่างมีสิทธิ์ที่จะเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมในโครงการวิจัยนี้ได้ และมีสิทธิ์ที่จะทราบผลของการวิจัยหลังจากการวิจัยสิ้นสุดลง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 13811
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)