ผมจำได้ว่าเมื่อสมัยสอบ Entrance เข้ามหาวิทยาลัยประมาณปี 2511/2512 มีข้อสอบข้อหนึ่งถามว่า  S shape country หมายถึงประเทศอะไร คำตอบคือประเทศเวียตนามเพราะรูปร่างของประเทศนี้เป็นตัว S จริงๆลองดูที่รูปสิครับ 

ประเทศเวียตนามผ่านสงครามมายาวนาน นับตั้งแต่รบกับประเทศจีน รบกับฝรั่งเศส รบกันเอง และรบกับอเมริกันนับรวมๆเวลาแล้วเป็นร้อยปี หลับตานึกดูประเทศชาติน่าที่จะบอบช้ำเป็นยิ่งนัก ทั้งป่าเขาลำเนาไพร แหล่งน้ำ แหล่งอาหาร ชีวิตประชาชน โดยเฉพาะสภาพจิตใจประชาชน

แต่อย่างที่เราทราบดีว่า ประชาชนชาวเวียตนามเป็นชนชาติที่อดทน มีความพยายามสูงส่ง เหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านมานั้นกลับเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งมากขึ้นพร้อมที่จะเผชิญอะไรก็ได้ โดยเฉพาะภัยธรรมชาติที่ทุกปีจะต้องรับความรุนแรงของพายุลูกต่างๆตลอดมา เพราะที่ตั้งประเทศเป็นด่านหน้าติดต่อกับทะเลตะวันออกและมหาสมุทร จึงต้องรับพายุลูกต่างๆทุกปีซึ่งมีสภาพคล้ายกับประเทศฟิลิปปินส์ ญึ่ปุ่น และใต้หวัน

ตลอดแนวทิศตะวันตกของประเทศเวียตนามนั้นติดต่อกับประเทศลาวและเขมรมีภูเขาสูงกั้นแบ่งเขตแดนประเทศ ในประเทศลาวภูเขาลูกนี้เขาเรียกว่า สายภูหลวงซึ่งเป็นต้นกำเนิดเพลงไพเราะมากมาย ในเวียตนามเรียกเทือกเขาอันนัม หรือ (Annamite  Mountain Range) ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างเมือง เซโปน ของประเทศลาวกับเมือง Thua Thien Hue อันเป็นรอยต่อกับเมือง Quang Tri และ Danang ซึ่งติดกับชายทำเล ที่เขตภูเขาสูงนี้เป็นถิ่นที่อยู่พวกชนเผ่าต่างๆครับ 

ช่วงที่ผมเดินทางไปเที่ยวเวียตนาม ซึ่งเฉียดส่วนพื้นที่ดังกล่าวไปนี้ หนังสือพิมพ์มติชนฉบับวันที่ 6 ตุลาคม 2550 รายงานว่า ทีมสำรวจขององค์การกองทุนสัตว์โลก (WWF) และสำนักงานอนุรักษ์ป่าไม้ของประเทศเวียตนามค้นพบพืชและสัตว์ป่าสายพันธุ์ใหม่ถึง 11 ชนิด

การสำรวจนี้ดำเนินมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 1990 ซึ่งค้นพบผีเสื้อ 2 งู 1 กล้วยไม้ 5 และ พืชชนิดอื่นๆอีก 3 Species ตามลำดับ โดยเฉพาะกล้วยไม้ที่พบนี้ไม่มีสีเขียวหรือไม่มีคลอโรฟิลล์สังเคราะห์แสงแต่มีชีวิตด้วยการกินอินทรีย์สารที่เน่าเปื่อยเป็นอาหาร ? คล้ายพวกเห็ดรา

WWF รายงานว่า เชื่อว่าป่าฝนบริเวณตอนกลางของเทือกเขาอันนัมของเวีตนามนี้ไม่เคยถูกรบกวนจากมนุษย์มาเป็นเวลานานหลายพันปีแล้ว และมีความสำคัญต่อระบบนิเวศ เป็นต้นน้ำหลายสาย เป็นที่อยู่ของสัตว์ป่าที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์หลายชนิด WWF ยังกล่าวว่าการค้นพบนี้เป็นเพียงการพบยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น...

ผมละเป็นทึ่งกับประเทศนี้จริงๆ ผ่านสงครามมามากมาย ในระหว่างสงครามป่าคือที่อยู่อาศัยของนักรบฝ่ายเวียตกง และหลายป่าโดนสารเคมีที่เรียกว่าฝนเหลืองจนป่าเหี้ยนเตียนไปหมดแต่ในทีสุดก็พบข่าวนี้ออกมา แสดงว่ามีป่าอีกส่วนหนึ่งที่อยู่รอดปลอดภัยจากสงครามมากมายหลายครั้งนั้น หมายความว่าป่าประเทศเวียตนามในส่วนที่เหลือนี้คือเสน่ห์ของประเทศที่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกต่างอยากมาศึกษากัน เหมือนกับที่เคยมียุคหนึ่งที่ป่าเขาใหญ่ของบ้านเราเป็นอย่างนั้น 

หลงตัวเองตั้งนานว่าป่าบ้านเราสมบูรณ์ที่สุดในภูมิภาคนี้ ไม่ว่าจะเป็น            Western Forest Complex หรือกลุ่มป่าตะวันตกที่เรียกว่ากลุ่มป่าห้วยขาแข้ง และป่าเขาใหญ่ มันไม่ใช่เสียแล้ว ป่าสายภูหลวงในลาวหรือเทือกเขาอันนัมต่างหากที่สมบูรณ์กว่าเรามากนัก ป่าที่เรามีอยู่หากไม่รักษาไว้ก็จะยิ่งแย่ลงไปอีก คิดแล้วก็ยิ่งหวงป่าดงหลวงขึ้นมามากขึ้นทันที..