ดินแดนล้านนามีทรัพยากรที่มีคุณค่ามากมาย โดยเฉพาะสมุนไพรถือว่าเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่ายิ่ง ผู้คนชาวล้านนาได้ใช้ผะหญาปัญญาเรียกขานตั้งชื่อสมุนไพรให้สอดคล้องหรือบ่งบอกคุณค่าของสมุนไพรชนิดนั้นๆ  ดังตำนานของสมุนไพรที่เรียกกันว่า  ฮ่อสะพายควาย  (อ่านเป็นภาษาล้านนาว่า   ห้อสะปายควาย)

          สมัยก่อนผู้คนชาวล้านนามีการค้าขายกับผู้คนต่างถิ่นไม่ว่า ชาวจีน   ชาวฮ่อ   ชาวไตย   ชาวม่าน   ชาวจะปุ  ชาวลัวะ  ชาวต่างๆที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน

          การค้าขายของพ่อค้าชาวล้านนาและชาวฮ่อมีการนำสินค้าต่างหลังม้า   หลังวัวหรือเรียกกันว่า  พ่อค้าวัวต่าง   ม้าต่าง ที่เราเคยได้ยินกันมาแล้วนั่นเอง คราหนึ่งพ่อค้าชาวจีนฮ่อไล่ต้อนฝูงควายมาจากเมืองฮ่อผ่านป่าเขา  เพื่อนำควายมาขายในเมืองล้านนา  ระหว่างทางทุรกันดาร ต้องพักค้างตามปาง(ที่พักค้างคืน)หลายๆแห่ง   บางที่ต้องเดินผ่านปากเหวลึกหากไม่ระวังตัวทั้งคนทั้งควายต้องตกลงเหวอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง แม้ว่าจะระวังอย่างไรก็ตาม ควายตัวหนึ่งพลัดตกลงร่องห้วยจนได้   ด้วยความเสียดายควายชาวฮ่อคนหนึ่งรีบลงไปผูกมัดเอาควายแล้วสะพายขึ้นมาจากท้องลำห้วย  ทำให้เป็นที่ฮือฮาแก่เพื่อร่วมทางเป็นอย่างยิ่ง  จึงพากันถามว่า  "กินอะไรมา  จึงมีเรี่ยวแรงมากนัก"

            ชาวฮ่อผู้นั้นบอกเพื่อนว่า " ข้ากิ๋นใบไม้นี่แหล้ะ" (ข้าพเจ้าได้กินใบไม้นี่แหละ)  พร้อมกับเด็ดใบไม้ชนิดนั้นให้เพื่อนๆดู  จากนั้นมาใบไม้ชนิดนั้นจึงเรียนขานกันว่า " ไม้ฮ่อสะพายควาย"

             ต้นฮ่อสะพายควายเป็นไม้เถาเลื้อยขนาดใหญ่  เกี่ยวพันตามต้นไม้ใหญ่ในป่า  สรรพคุณทางยา   เมื่อนำมาต้มและดื่มน้ำจะทำให้ร่างกายแข็งแรง  แต่ต้องดื่มให้ได้ปริมาณเพียงพอ   น้ำต้มมีรสจืด  สีใสผู้คนจึงนิยมนำเอาใบเตยใส่ลงไปต้มกับใบฮ่อสะพายควายเพิ่มรสหอมลงไปนิดๆ

             ที่พูดกันเพี้ยนๆ  คราหนึ่ง  มีสารคดีเล่มหนึ่งกล่าวถึงสมุนไพรฮ่อสะพายควายเป็นชื่อ  ฮ่อสะพานควาย    ทำให้หมดความหมายไปเสียสิ้น  

            ขณะนี้เรากำลังทดลองทำเป็นชาปิ้งหินไฟโดยนำใบสมุนไพรฮ่อสะพายควายไปปิ้งบนหินร้อนแล้วนำมาต้มดื่มน้ำ และทดลองทำเป็นผงชาหากได้ผลประการใดก็จะต้องติดตาม เพื่อค้นคว้าอนุรักษ์   ประยุกต์ใช้ผะหญาคนล้านนาให้เกิดประโยชน์แก่ผู้คนต่อไป