TodayIsThatDay.com แนะนำสี่ขั้นตอนของการมีความสุขไว้น่าสนใจทีเดียวครับ
ในบันทึกชื่อว่า S.T.O.P. - 4 Steps for Enjoying your Life นั้น ผู้เขียนพยายามสื่อสารว่า "เราควรมีความสุขกับสิ่งที่ได้ทำและสิ่งที่ทำอยู่ด้วย" นั่นคือ "ไม่ใช่มัวคำนึงถึงอนาคตจนละเลยที่จะมีความสุขกับปัจจุบัน" ครับ
บันทึกนี้เป็นบันทึกที่น่าสนใจมากครับ ผมขอย่อสั้นๆ มาไว้ที่นี่
เริ่มจาก S - Stop ผู้เขียนบอกว่า "Try being grateful for the basics before you start worrying about a higher level." หรือ เราควรยินดีกับสิ่งพื้นฐาน (ที่เรามีอยู่) ก่อนจะไปคำนึงถึงสิ่งที่มากมายกว่านั้น
นั่นคือ ก่อนที่จะไปนึกถึงการไปเที่ยวทะเลสวยๆ หรือเทือกเขาสูงๆ เพื่อนอนนับก้อนเมฆ เราควรจะมีความสุขที่วันนี้เราเงยหน้าขึ้นไปบนท้องฟ้าที่บ้านเราแล้วเรายังเห็นเมฆใสๆ เต็มไปหมด (เสียใจด้วยคนกรุงเทพฯ)
หรือ ก่อนที่จะนึกถึงอาหารจานแพงที่ร้านหรู เราควรมีความสุขกับอาหารที่เราทำกินกันเองในครอบครัว ฯลฯ
ยังมีความสุขมากมายหลายแบบที่อยู่รอบตัวเราที่เราหลงลืมกันไปครับ
ต่อมาด้วย T - Take Action ที่ผู้เขียนบอกว่า "Every single day, do one thing that is completely selfless." ให้ทำสิ่งดีๆ ที่ไม่ได้หวังผลประโยชน์เพื่อตัวเองสักวันละอย่าง เพราะ "... these type of acts will usually take less than 5 minutes of your life, but they will make you feel great!" สิ่งละอันพันละน้อยเช่นนี้โดยปกติจะใช้เวลาน้อยกว่าห้านาที แต่มันจะทำให้เรารู้สึกถึงคุณค่าของตัวเองอย่างมาก
ผมสรุปง่ายๆ ว่า "การให้ มีค่ากว่าการรับ" ครับ ถ้าเราต้องการมีความสุขจากการรับแล้ว เราต้องมีความสุขจากการให้ด้วย ชีวิตถึงจะสมดุล และความสุขก็จะสมบูรณ์ครับ
ตัวต่อไปคือ O - Organize ครับ ตรงนี้ลึกซึ้ง เขาบอกว่า "Every day, arrange your schedule and your responsibilities so that you have 30 or 60 minutes when you will have no responsibilities whatsoever." ให้เราจัดเวลาให้ได้อย่างน้อยวันละ 30 ถึง 60 นาทีที่เป็นเวลา "ว่าง" ที่เป็นของเราเองไม่ต้องทำอะไรเลย "ว่าง" จริงๆ "This time is blank. Make no plans for it whatsoever."
แล้วเราค่อยใช้เวลานี้ทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ มีประโยชน์หรือไม่มีประโยชน์ก็ไม่เป็นไร เพราะเป็นเวลา "ของเราเอง" เป็นการสื่อสารกับตัวเองว่า "your life is about you" อย่างน้อยเราก็มีเวลา 30 ถึง 60 นาทีในแต่ละวันให้ตัวเราเอง
เรื่องนี้สำคัญครับ ถ้าจะอยู่ในโลกให้มีความสุข เราต้อง "ให้เวลากับตัวเราเองในวันนี้" บ้าง
ในมุมนี้บางคนโดยเฉพาะคนอายุยังไม่เยอะอาจสงสัยว่า "ก็ฉันทำงานหนักเพื่อตัวฉันเอง แล้วไม่เรียกว่าให้เวลากับตัวเองได้ยังไง" คำตอบก็คือ คุณไม่ได้ให้เวลากับตัวเอง "ในวันนี้" ครับ คุณทำเพื่อตัวคุณเอง "ในอนาคต" ซึ่งเป็นคนละคนกัน
ส่วนคนที่ทำงานหนักเพื่อคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวหรือสังคม ผมคิดว่าคำแนะนำนี้มีประโยชน์ครับ เพราะถ้าคุณให้เวลากับคนอื่นๆ แล้ว คุณต้องให้เวลากับตัวเองด้วยสักหน่อยครับ
ส่วนตัวสุดท้ายคือ P - Participate ในตัวนี้ผู้เขียนเขาบอกว่า หมายถึง "proactive participation in your life, not reactive" เพราะสิ่งที่เราทำโดยส่วนใหญ่จะ "... reactive to our environment" หรือตอบสนองต่อสิ่งที่เข้ามาเร้าให้เราทำ ไม่ได้เกิดจากการที่เราวางแผนและตั้งใจทำครับ
ดังนั้นผู้เขียนเลยแนะนำให้ถามคำถามตัวเองทุกวันว่า "How can I proactively participate in the creation of my life today in a way that will make me feel good?" หมายถึงให้เราคิดอยู่เสมอว่าทำอย่างไรเราถึงจะเป็น "เจ้าของ" ชีวิตของเราเอง ไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของสิ่งเร้าต่างๆ ที่มาบงการชีวิตเรา
ที่จริงแล้วเรื่องนี้สำคัญที่สุด เพราะชีวิตเรา เราต้องเป็นคนวางแผน เป็นคนคิดเองครับ อย่าตกเป็นเหยื่อของสิ่งเร้า และอย่าตกเป็นเหยื่อของสังคม
ผมเห็นคนหลายคนมีชีวิตตกอยู่ภายใต้สื่อโฆษณาประเภทต่างๆ ทำให้เกิดการอยากบริโภคจนเกินตัว และผมเป็นคนหลายคนพยายามทำงานหนักเกินไปเพื่อสร้างและสะสมสิ่งที่ตัวเองบริโภคไม่ได้ บางคนทำงานจนลืมตัวเองไป เพียงเพื่อให้สังคมยกย่องว่า "ร่ำรวย" หรือ "ประสบความสำเร็จ" แล้วทนลำบากลำบนอยู่บนสิ่งที่ยกย่องนั้นโดยไม่ได้มีโอกาสสัมผัสความสุขพื้นฐานของการมีชีวิตอยู่เลย
เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องน่าคิดครับ ต้อง S.T.O.P แล้วคิดก่อนที่เราหลงทางกับชีวิตของเราเองครับ
สรุปท้ายสุดก็คือ "มีความสุข" เป็นเรื่องยากกว่า "มีเงิน" หรือ "ประสบความสำเร็จ" หรือ "สังคมยกย่อง" ครับ ถ้าเราไม่คิดให้ดีนี่หลงทางกันได้ง่ายๆ จริงๆ ครับ
ดีมากๆเลยค่ะ ขอบคุณที่สรรหามาฝากกันนะคะ
สวัสดีค่ะ
sasinanda
อ่านแล้วนึกถึงตัวเองค่ะ
ชีวิตที่มีการให้นี่ดีจริงๆ ชอบมากๆ ให้โดยไม่หวังผลตอบแทน มีความสุขมาก และจะให้ ไปเรื่อยๆ
เห็นด้วยกับข้อคิดที่อาจารย์ธวัชชัยนำมาเล่าสู่กันฟังมากเลยค่ะ บังเอิญว่าข้อคิดนี้คล้ายๆ กับแนวคิดของคุณหนูดีที่เพิ่งจะอ่านเจอในหนังสือแพรววันนี้เองค่ะ เธอกล่าวไว้ว่า “เมื่อชีวิตหนึ่งต้องเจอปัญหาใหม่ๆ ตลอดเวลา วิธีคิด จึงเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าเปรียบให้ทุกคนมีกล่องแห่งความสุขและความสำเร็จอยู่ในตัว คนที่เก่งมากอาจมีของเต็มกล่องเร็ว เช่น บางคนอายุไม่ถึง 30 แต่มีทั้งบ้าน รถ และเงินทองอยู่เต็มกล่อง แต่มีอีกวิธีที่ทำให้กล่องเต็มได้เหมือนกัน นั่นคือ ปรับขนาดกล่องให้เล็กลง พอคิดแบบนี้ เราก็มีความสุขได้ในแบบของตัวเอง”
ให้แง่คิดดีๆมากมาย
ขอบคุณครับอาจารย์ธวัชชัย