แนะนำหนังสารคดีเรื่อง the root of all evil?

หนังสารคดีที่นักวิทยาศาสตร์ด้านวิวัฒนาการ, ชีววิทยา ระดับโลกคือ prof. Richard Dawkins พยายามจะให้เหตุผลและยกหลักฐานมาสนับสนุนข้อกล่าวอ้างที่ว่า "การมีศาสนา (โดยเฉพาะศาสนาที่มีพระเจ้า) ส่งผลเสียต่อมวลมนุษยชาติมากกว่าการที่ไม่มี" ลองไปดูกันเต็มๆ ได้ที่

http://www.rationalresponders.com/the_root_of_all_evil_by_richard_dawkins_a_must_see

หรือจะสั่งซื้อแผ่นมาดูกันเต็มๆ จอได้ที่

http://richarddawkins.net/article,1661,Root-of-All-Evil-The-Original-Program-available-now-on-DVD,RichardDawkinsnet

สารคดีนี้แบ่งเป็นสองตอนครับ ตอนแรกเกี่ยวกับความเชื่อของคนเรื่องพระเจ้า โดยเฉพาะเรื่องการที่พระเจ้าสร้างโลกและสร้างมนุษย์ อาจารย์ Dawkins เดินทางไปคุยกับคนที่มีความเชื่อเรื่องนี้อย่างจริงจังแล้วพยายามชี้แจงให้เห็นว่า หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชี้ให้เห็นว่า มนุษย์พัฒนามาจากวิวัฒนาการทางธรรมชาติ

ส่วนตอนที่สองเกี่ยวกับเสรีภาพของเด็กในการเลือกนับถือศาสนา (หรือเลือกที่จะเป็นพวก Atheist คือพวกไม่เชื่อว่า มีพระเจ้าอยู่จริง) โดยเปรียบเทียบการเลือกนับถือศาสนากับการเลือกสนับสนุนอุดมการณ์ทางการเมืองว่า ต้องการ "วุฒิภาวะ" ในการเลือกที่จะเข้าสังกัด ดังนั้นจึงไม่ควรเลือกศาสนาให้เด็ก แต่ควรเปิดโอกาสให้เด็กได้ศึกษาทุกๆ ความเชื่อที่อยู่รอบตัวแล้วค่อยให้เขาตัดสินใจเมื่อโตขึ้น

ประเด็นที่ผมชอบในสารคดีเรื่องนี้คือ การซัดกันแบบซึ่งๆหน้า ระหว่างนักวิทยาศาสตร์ซึ่งเชื่อในเรื่องวิวัฒนาการ กับนักบวชผู้เชื่อในเรื่องพระเจ้า โดยต่างฝ่ายต่างยก เหตุผลขึ้นมาสนับสนุนความเชื่อของตน ฝ่ายวิทยาศาสตร์ยกหลักฐานทางวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะเรื่องวิวัฒนาการ มางัดค้านกับคนที่เชื่อในคัมภีร์ ส่วนฝ่ายนักบวชก็พยายามจะบอกว่า หากวิวัฒนาการมีจริง มันย่อมเกิดได้ด้วยอำนาจของพระเจ้า

นักวิทยาศาสตร์เชื่อบนฐานที่ว่า ความจริงแท้มีอยู่ แต่มันเปลี่ยนได้เสมอ เมื่อมีหลักฐานใหม่ๆ ที่เข้าท่ากว่า มางัดค้านกับความจริงเดิม

แต่นักบวช (โดยเฉพาะในหนังสารคดีเรื่องนี้) เป็นกลุ่มที่เชื่อว่า ความจริงแท้นั้นแน่นอน ตายตัว โต้เถียงไม่ได้ ต้องเป็นไปอย่างที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์

ส่วนประเด็นที่ไม่ชอบก็คือ การไม่พยายามทำความเข้าใจกันและกันอย่างลึกซึ้งของทั้งสองฝ่าย และไม่มีการพยายามผ่อนสั้นผ่อนยาวกัน ทำให้เกิดการเผชิญหน้าอย่างรุนแรงและมองว่าอีกฝ่ายหนึ่งผิด ฝ่ายฉันถูก

บรรยากาศแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นถ้ามีการตีความตามหลัก ภาษาคน ภาษาธรรม ที่ท่านอาจารย์พุทธทาสได้เคยเสนอไว้ครับ

ดูหนังนี้แล้วก็นึกถึงหนังสือที่อธิบายเรื่องศาสนาคริสต์สำหรับพุทธศาสนิกที่ดีที่สุดเล่มหนึ่งที่เคยอ่านมา คือเรื่อง คริสตธรรม-พุทธธรรม โดยท่านอาจารย์พุทธทาส ครับ

ท่านอาจารย์พยายามอ่านและทำความเข้าใจพระคัมภีร์ไบเบิ้ลอย่างถ่องแท้ก่อนที่ท่านใจตีความและนำมาเปรียบเทียบกับพุทธศาสนา และสุดท้ายก็สรุปออกมาว่า ศาสนาที่เรารู้จักดีทั้งสามนั้นมุ่งไปสู่จุดเดียวกัน คือ ความสงบศานติ ทั้งในระดับบุคคลและระดับสังคม ต่างแต่วิธีการครับ คริสต์นั้นใช้ศรัทธานำ, อิสลามใช้วิริยะนำ, พุทธใช้ปัญญานำ มันเลยแตกต่างกันในรายละเอียดปลีกย่อยและเปลือกของศาสนา

มองให้ผสมกลมกลืนระหว่างศาสนากับวิทยาศาสตร์ก็ได้ครับ ถ้ามองให้เห็นทั้งข้อเท็จจริง และคุณค่า ควบคู่กันไป