ตุงไจยเครื่องสักการะสูงส่งแต่กลับลงสู่สิ่งประดับที่ไร้ค่า

ผู้คนสมัยก่อน  เลื่อมใสนับถือพระพุทธศาสนาอย่างลุ่มลึกด้วยความบริสุทธิ์ใจ  จึงได้มีการกล่าวถึงพระพุทธเจ้าถึง  5  พระองค์และได้คิดสร้างสรรค์ประดิษฐ์ตุงไจยเพื่อสักการะบูชาพระพุทธเจ้าทั้ง  5 พระองค์ด้วยตุงไจยที่มีองค์ประกอบดังนี้

-ประดิฐ์ตัวไก่จับบนก๊าง(ค้าง)ตุงเพื่อบูชาพระพุทธเจ้าองค์ชื่อกุกสันโธ

-ประดิษฐ์ตัวตุงให้ยาวดั่งตัวนาคเพื่อบูชาพระพุทธเจ้าองค์ชื่อโกนาคมโน

-ประดิษฐ์ลวดลาย ตารางตกแต่งตัวตุงเพื่อบูชาพระพุทธเจ้าองค์ชื่อกัสโป

-ประดิษฐ์ลูกตาวัว  เครื่องประดับตัวตุงเพื่อบูชาพระพุทธเจ้าองค์ชื่อโคตมะ(องค์ปัจจุบัน)

-ประดิษฐ์ก๊าง(ค้าง)ตุงเพื่อบูชาพระพุทธเจ้าชื่อพระศรีอริยเมตไตรซึ่งมะมาบังเกิดอีกราว  2500  ปีข้างหน้า

       เมื่อประดิษฐ์ตุงไจยเสร็จจะนำน้ำขมิ้นส้มป่อยมาประพรมไล่เสนียดจัญไร สิ่งไม่พึงประสงค์ออกไปจากตุง  ให้หมดใสงดงามไร้มลทิน  หลังจากนั้นจัดทำสวย(กรวย)ดอกไม้ จัดขัน(พาน)เพื่อนำตุงวางในขันแล้วนำไปถวายพระด้วยจิตใจปลื้มปิติ  ก้มกราบรับพระพระในรำลึกถึงพระพุทธเจ้าทั้ง  5  พระองค์  ด้วยเชื่อและหวังให้ตุงนำวิญญาณขึ้นสวรรค์เมื่อตนเองสิ้นชีวิตไปแล้ว

    หลังจากถวายตุงแล้วนำตุงมัดปลายก๊างติดปลายเสา  นำเสาตุงไปฝังใกล้ขอบทางเดินแล้วนำหลักสั้นไปตอกใกล่โคนเสาตุงเพื่อผูกมัดเสาตุงติดหลักให้มั่นคงแล้วปล่อยให้ตุงแขวนติดก๊างให้ปลายตุงด้านล่างสูงราวศีรษะของเจ้าของเชื่อว่าตุงได้พ้นจากผิวพื้นดินไม่ปนเปื้อนฝุ่น  ปล่อยให้ตุงโบกไสวสง่างามบอกให้เทวดาฟ้าดินรับทราบถึงศรัทธาใบบุญ  แต่เจ้าของตุงบางคนไม่นิยมนำตุงไจยไปปักกลางแจ้ง ก็จะนำตุงไปแขวนบูชาไว้ในพระวิหาร แขวนในโบสถ์ให้ตุงเป็นเครื่องสักการะพระพุทธเจ้าอย่างถาวร  หลังจากนั้นจึงทำการหยาดน้ำตาน(ทาน)ตุงอีกครั้ง  ฝากบอกเทวดาฟ้าดินขอให้ปกปักรักษาตุงมิให้เสียหาย  

      -อานิสงส์การทานตุงจึงเกิดความเชื่อนิยมกันมาเป็นลำดับมิเสื่อมคลายในมวลหมู่ชาวพุทธในดินแดนล้านนา

      -เป็นที่น่าเสียดายปัจจุบันคนบางกลุ่ม บางคนกลับนำตุงไจยที่หมายถึงถึงชัยมงคล ชัยชนะแก่สิ่งเลวร้าย ชนะอาถรรพ์เสีนยดจัญไรกลับนำตุงไจยมาประดับตามร้านค้าไม่เว้นแม้แต่บาร์คลับผับเทค สถานที่อโคจร