ก่อนหน้านี้ได้กล่าวถึงตำนานการกินเจไปแล้ว  ขอนำเสนอ“อาหารเจ  และข้อควรปฏิบัติในการทานอาหารเจ   ต่อเลยก็แล้วกันนะค่ะ  เพื่อความต่อเนื่อง  เผื่อใครสนใจอยากจะร่วมทานอาหารเจด้วยกัน…    
        
<div style="text-align: center">ภาพอีโมชั่น</div>

<p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">อาหารเจ  ประกอบด้วย : 

      
  1. โปรตีนเกษตร หรือโปรตีนถั่วเหลือง
  ทำจากแป้งถั่วเหลือง   ปราศจากไขมัน มีคุณค่าทางอาหารสูง ราคาถูก เก็บง่ายไม่ต้องใส่ตู้เย็น ใช้สะดวก ใช้แทนเนื้อสัตว์ได้หลายชนิด

   
  2. ธัญญาหารสำเร็จรูป   จะประกอบด้วยธัญญาหารอบกรอบ ครีมเทียม น้ำตาล นมผงขาดมันเนย โปรตีนถั่วเหลือง และมอลต์สกัด มีแคลเซียม วิตามินอีและซี ธาตุเหล็กและโฟเลทสูง เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ชอบดื่มนม และต้องการความสะดวก แถมมีหลายรสชาติให้เลือกรับประทาน

    
3. เต้าหู้    เป็นผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง มีหลายชนิด เต้าหู้ขาวชนิดแข็ง เต้าหู้ขาวชนิดอ่อน เต้าหู้เหลืองชนิดแข็ง เต้าหู้เหลืองชนิดอ่อน เต้าหู้หลอด ฟองเต้าหู้ เป็นอาหารที่มีสารอาหาร ประเภทโปรตีน และสารอาหารอื่น ๆ ครบถ้วน ย่อยง่าย ไม่มีคลอเลสเตอรอล

</p>       4. ข้าวกล้องหรือข้าวซ้อมมือมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ประกอบด้วยโปรตีน 7-12% มีวิตามิน และแร่ธาตุมากกว่า 20 ชนิด มีกากใยสูงช่วยในการขับถ่าย ป้องกันโรคเหน็บชา โรคปากนกกระจอก บำรุงสมอง ช่วยให้กระดูกแข็งแรง ป้องกันโรคโลหิตจาง 

<p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">       5. เห็ด  ใช้แทนเนื้อสัตว์ได้ และเป็นแหล่งโปรตีนที่มีรสดี เห็ดมีหลายชนิด และมีกรดอะมิโนรวมทั้งวิตามิน แร่ธาตุหลายชนิด เป็นอาหารปราศจากแป้ง มีแคลอรีต่ำ ย่อยง่าย นอกจากจะใช้แทนเนื้อสัตว์แล้วเห็ดยังสามารถใช้แทนผักได้ มีรสอร่อยดีอีกด้วย

      6. ถั่วเหลือง    เนื่องจากถั่วเหลืองเป็นพืชที่มีโปรตีนมาก จึงใช้แทนเนื้อสัตว์ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ในถั่วเหลืองยังมีวิตามิน และแร่ธาตุอื่น ๆ ด้วย ถั่วเหลืองมีไขมันที่ไม่อิ่มตัว ช่วยละลายคลอเลสเตอรอล มีธาตุเหล็กสูง จึงช่วยบำรุงโลหิต บำรุงประสาท ป้องกันโรคตับและช่วยละลายนิ่วในถุงน้ำดี ถั่วเหลืองที่ใช้ในอาหารเจ มีทั้งใช้เป็นส่วนผสมโดยตรง หรือแปรรูปเป็นอย่างอื่น เช่น เต้าหู้ ฟองเต้าหู้ โปรตีนเกษตรชนิดต่าง ๆ ฯลฯ

      7. แป้งหมี่กึง   ทำจากแป้งสาลี จะมีความเหนียมนุ่มคล้ายเนื้อสัตว์ สามารถนำมาทำเป็นลูกชิ้น กุ้ง ปลาหมึก ไส้หมู (หรือเรียกว่าอาหารแช่แข็ง  ซึ่งทำออกมาหน้าตา และรสชาติเหมือนเนื้อสัตว์มาก)

      8. เมล็ดพืช    ประกอบด้วยไขมันที่มีประโยชน์ มีโปรตีนประมาณ 20% พร้อมทั้งเกลือแร่ และวิตามินมาก เช่น ฟอสฟอรัส วิตามิน เอ ซี และอี มีประโยชน์ในการป้องกัน และลดความเสี่งต่อการเป็นมะเร็ง เมล็ดพืช มีหลายชนิด เช่น เมล็ดดอกทานตะวัน เมล็ดฟักทอง เมล็ดแตงโม เม็ดบัว ถั่วเมล็ดแห้งต่าง ๆ เช่น มะม่วงหิมพานต์ เมล็ดอัลมอนด์ วอลนัท เกาลัด ฯลฯ 

 ข้อควรปฏิบัติในการทานอาหารจ      
      
</p>
            1) พืชผักและผลไม้ เป็นของคู่กันเสมอ  นอกจากผักสดๆ ที่นำมาปรุงเป็นอาหารแล้ว คนกินเจจำเป็นต้องรับประทานผลไม้สดๆ หลังอาหารทุกมื้ออย่างสม่ำเสมอ  การเลือกซื้อผักผลไม้เพื่อนำมาปรุง  และการบริโภคในแต่ละวันควรจัดให้ได้ครบตามสีของธาตุทั้ง 5 ดังนี้

          1. สีแดง (แดงส้ม, แสด, ชมพู) สัญลักษณ์ ธาตุไฟ 
          2. สีดำ (น้ำเงิน, ม่วง) สัญลักษณ์ ธาตุน้ำ 
          3. สีเหลือง (เหลืองแก่, เหลืองอ่อน) สัญลักษณ์ ธาตุดิน 
          4. สีเขียว (เขียวเข้ม, เขียวอ่อน) สัญลักษณ์ ธาตุไม้ 
          5. สีขาว (ขาวนวล, ขาวสะอาด) สัญลักษณ์ ธาตุโลหะ
            <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"> </p> <div align="left"> ผลไม้ แบ่งตามทั้ง 5 หมู่สี ผัก ผลไม้

 
แดง
      มะเขือเทศ, พริกสุก, หัวแครอท ฯลฯ       มะละกอ, ส้ม, แตงโม ฯลฯ
 ดำ         มะเขือม่วง, เผือก, เห็ดหูหนู ฯลฯ             ละมุด, ลูกหว้า, องุ่น ฯ
เหลือง   ฟักทอง, ข้าวโพด, พริกเหลือง ฯลฯ          มะม่วง, กล้วย, ทุเรียน ฯลฯ
เขียว    ผักคะน้า, ถั่วฝักยาว, ผักบุ้ง ฯลฯ             ฝรั่ง, ชมพู่, มะเฟื่อง ฯลฯ 
ขาว       หัวผักกาดขาว, ผักกาดขาว, กระหล่ำดอ  มะพร้าว, น้อยหน่า ฯลฯ


</div> <div align="center" style="text-align: center">            ผัก </div> <div align="center">

</div>
         ผักผลไม้ไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงหรือเป็นประเภทยาก เช่น พวกผักผลไม้เมืองหนาว ควรยึดหลักราคาถูก ประหยัด แต่มีคุณประโยชน์สูง จึงจะได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่รู้จักฉลาดกิน ฉลาดใช้ ประหยัดยอด ประโยชน์เยี่ยม

          ประเทศไทยเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ด้วยผักผลไม้หลายหลาก ตลอดปีเราสามารถหามาบริโภคได้ไม่ขาดแคลน จึงควรเลือกซื้อมาปรุงและบริโภคให้ครบทั้ง 5 สี โดยสลับเปลี่ยนหมุนเวียนนำมาบริโภคในแต่ละวันโดยไม่ซ้ำกัน และไม่ควรเลือกทานเฉพาะอย่างหนึ่งอย่างใดที่ตนชอบ โดยไม่คำนึงถึงคุณประโยชน์หลายๆ ท่านเลือกรับประทานผักผลไม้เฉพาะอย่างเพื่อความอร่อยเท่านั้น เป็นการรับประทานอาหารเจที่ยังไม่ถูกหลัก

        
2) เมล็ดธัญพืช นอกจากผักผลไม้ที่ต้องรับประทานให้ครบทุกสีเป็นประจำแล้ว เมล็ดธัญพืชได้แก่ ถั่ว ถั่วแปลกแข็งทุกประเภท พืชที่เป็นหัวในดิน เช่น เผือก มัน กลอย มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก โดยเฉพาะเมล็ดถั่วมีสารอาหารครบทุกหมู่ ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต คือแป้งและน้ำตาล โปรตีน ไขมัน วิตามิน เกลือแร่หลายชนิด คนที่กินเจควรรับประทานถั่วทั้ง 5 สีเป็นประจำ ได้แก่ ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่งเหลือง ถั่วเขียว ถั่วขาว   

        ถั่วทั้ง 5 สีนี้ ราคาไม่แพงมีอยู่แพร่หลาย บางทีก็ทำเป็นของหวานต่างๆ เช่น ถั่วดำบวช ถั่วแดงต้มน้ำตาล ถั่วเหลืองน้ำกะทิ (เต้าส่วน) ถั่วเขียวต้มน้ำตาลกรวด ถั่วลิสงอบ หรือเคลือบน้ำตาล ลูกเดือยบวช ถั่วขาวกวน ฯลฯ สำหรับถั่วขาวไม่ค่อยจะมีการปลูกแพร่หลายในประเทศไทย แต่ก็สามารถรับประทานถั่วลิสงซึ่งให้ประโยชน์ทดแทนกันได้  
ทุกคนควรรับประทานถั่วดังกล่าวหมุนเวียนไปให้คบทุกสีจะทำให้ร่างกาย ได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์ และช่วยเสริมให้อวัยวะหลักสำคัญภายในทำงานได้ดียิ่งขึ้น

             เนื้อเมล็ดในของพืชผัก อันได้แก่ เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง เมล็ดแตงโม มันฮ่อ นับเป็นของขบเคี้ยวที่คนกินเจรู้จักดี เนื้อในของเมล็ดพืชดังกล่าว เป็นแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินมากมายหลายชนิด ซึ่งทรงคุณค่าทางโภชนาการอย่างยิ่ง

          ถั่วทั้ง 5 สีที่ให้คุณประโยชน์ต่ออวัยวะหลักภายใน
          1. ถั่วแดง (RED BEANS) ให้คุณต่อหัวใจ 
          2. ถั่วดำ (BLACK BEANS) ให้คุณต่อไต 
          3. ถั่วเหลือง (SOY BEANS) ให้คุณต่อม้าม 
          4. ถั่วเขียว (GREEN BEANS) ให้คุณต่อตับ  
          5. ถั่วขาว (WHITE BEANS) ให้คุณต่อปอด


          ธาตุทั้ง 5 สี ถั่วแต่ละสี บำรุงอวัยวะ ธาตุไฟ ธาตุน้ำ ธาตุดิน ธาตุไม้ ธาตุโลหะ แดง ดำ เหลือง เขียว ขาว ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วขาว หัวใจ ไต ม้าม ตับ ปอด

          3) การได้รับประทานสาหร่ายทะเลทั้งสดและแห้งพร้อมทั้งใช้เกลือทะเลมาปรุงลงในอาหาร ทั้ง 2 อย่างนี้มีไอโอดีน ซึ่งจะสามารถป้องกันโรคคอพอกได้เป็นอย่างดี

          4) งาขาวและงาดำ ในอาหารและขนมคนกินเจควรใช้งาปรุงผสมด้วยเสมอ ไม่ว่าจะเป็นงาขาวหรืองาดำ เพราะในเมล็ดงามีกรดไขมันไลโนเลอิค (LINOLEIC ACID) ซึ่งจำเป็นต่อร่างกายมากแต่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้

          สำหรับผู้ทำอาหารเจรับประทานเอง ให้นำงาขาวมาล้างเอาผงฝุ่นออกจนสะอาดดี ตักใส่ตะแกรงทิ้งไว้ให้หมาดแล้วใช้ไฟอ่อนๆ คั่วในกระทะจนสุกเหลืองพอเย็นจึงนำมาโขลกหรือ ปั่นให้แตกด้วยเครื่อง จะทำให้ได้ประโยชน์จากน้ำมันที่อยู่ในเมล็ดดียิ่งขึ้น งานที่บดแล้วจะมีกลิ่นหอมสามารถนำใช้ปรุงอาหาร และขนมได้ทุกประเภท ทำให้มีรสดี หอมน่ารับประทาน โดยปกติผู้ที่กินเจควรรับประทานงานในปริมาณวันละ 2 ช้อนโต๊ะ ก็นับว่าเพียงพอแก่ความต้องการของร่างกาย 

          5) ผู้ที่กินเจ ไม่ควรรับประทานรสจัดเกินไป  เช่น  เผ็ดจัด เค็มจัด ขมจัด เปรี้ยวจัด หวานจัด รสชาติที่จัดมากๆ จะส่งผลไปถึงอวัยวะหลักดังนี้ <ul> <li class="MsoNormal" style="margin: 0in 0in 0pt; color: blue; tab-stops: list .5in">รสขม ส่งผลต่อ หัวใจ  </li> <li class="MsoNormal" style="margin: 0in 0in 0pt; color: blue; tab-stops: list .5in">รสเค็ม ส่งผลต่อ ไต  </li> <li class="MsoNormal" style="margin: 0in 0in 0pt; color: blue; tab-stops: list .5in">รสหวาน ส่งผลต่อ ม้าม  </li> <li class="MsoNormal" style="margin: 0in 0in 0pt; color: blue; tab-stops: list .5in">รสเปรี้ยว ส่งผลต่อ ตับ  </li> <li class="MsoNormal" style="margin: 0in 0in 0pt; color: blue; tab-stops: list .5in">รสเผ็ด ส่งผลต่อ ปอด</li> </ul> <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">          6) หลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารหมักดอง เช่น ผักดอง ผลไม้ดอง เครื่องกระป๋อง อาหารสำเร็จรูป ควรหันมารับประทานอาหารสดที่ปรุงใหม่ๆ จะให้คุณประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่า 

</p>           7) เครื่องดื่ม คนกินเจควรดื่มน้ำผลไม้สดๆ ตามธรรมชาติ เช่น น้ำส้ม น้ำมะเขือเทศ น้ำสับปะรด น้ำอ้อย น้ำมะพร้าว น้ำใบบัวบก น้ำมะตูม ฯลฯ    น้ำผลไม้ดังกล่าวจะทำให้ร่างกายและผิวพรรณสดชื่นเปล่งปลั่ง เราควรงดน้ำหวานที่ปรุงแต่งรสและเจือสีสังเคราะห์ เพื่อหลีกเลี่ยงพิษภัยจากสิ่งปลอมปน

          นอกจากการดื่มน้ำผลไม้สดๆ แล้ว ทุกคนต้องดื่มน้ำสะอาดให้ได้วันละ 8 แก้ว เป็นประจำ 

         นอกจากคุณค่าและประโยชน์ดีๆ ที่มีในอาหารเจที่คุณได้รับประทานแล้ว เชื่อได้ว่าสุขภาพกาย และจิตใจของคุณก็จะสะอาด และสงบขึ้นอีกด้วย หากมีโอกาสจะลองทานสักมื้อสองกันก่อนก็ได้   ไม่แน่คุณอาจจะติดใจในอาหารเจรสเด็ดที่อร่อยไม่แพ้ เนื้อสัตว์จริงๆ เลยค่ะ
               

<div style="text-align: center"> แกงจืดเต้าเจ  อาหารเจ02 </div>


         

ที่มา 
: บางส่วนจาก
            
http://www.banfun.com/culture/je03.html
            
http://women.sanook.com/beauty/tips/btip_06096.php
 
           
http://www.noknoi.com/magazine/article.php?t=570
           http://www.lib.ru.ac.th/journal/oct/oct_gin-ja-fastival.html
<p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p>