งดแจกใบสั่ง

เริ่ม11 ต.ค. ปล่อยผี ตำรวจงดแจกใบสั่ง 1 เดือน


<p align="left">           ข่าว ดี 11 ต.ค.นี้ ตำรวจ ปล่อย ผี งดแจก ใบสั่ง 1 เดือน ทั้งนี้ ผู้บัญชาการ ตำรวจ สั่งเข้ม เตือนก่อนจับ แก้ภาพลักษณ์ หัวปิงปอง เหตุประชานชนมอง ตำรวจจรารจร ในแง่ลบ โดยจัดเป็นโครงการ เตือนก่อนจับ คือให้ ใบเตือน แทน ใบสั่ง แก่ผู้กระทำผิด กฎ จราจร แต่ถ้า ไม่คาด เข็มขัดนิรภัย ไม่สวม หมวกนิรภัย แซงไม่ปลอดภัย ยังออกปกติ</p><p align="center">ติดตาม ข่าว จาก ไทยรัฐ คลิกที่นี่
อ่านข่าวใน Kapook ผ่าน มือถือ เข้า wap.kapook.com

ตำรวจ</p><p align="left">สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอมคอม
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต</p><p align="left">            เมื่อวานนี้ (10 ต.ค.) พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เปิดเผยว่า ได้รับนโยบายเร่งด่วนของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในการแก้ไขปัญหาการจราจรและปรับปรุงภาพลักษณ์ของตำรวจจราจร เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่มองว่าตำรวจจราจรบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ให้เปลี่ยนมาเน้นในเรื่องของการอำนวยความสะดวก และให้ความรู้ด้านกฎจราจรแก่ประชาชนเป็นหลัก โดยจัดเป็นโครงการเตือนก่อนจับ คือไม่ให้ใบสั่งแก่ผู้กระทำผิดกฎจราจรทันทีในการทำความผิดครั้งแรก แต่ให้ออกใบว่ากล่าวแทน </p><p align="left">            พล.ต.ต.ภาณุ กล่าวต่อว่า จะใช้เฉพาะในข้อหาการกระทำความผิดเฉพาะตัวใน 4 ประเภทหลัก คือ เป็นความผิดที่กฎหมายให้อำนาจว่ากล่าวตักเตือนได้, เป็นความผิดที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการเกิดปัญหาจราจรโดยรวม, เป็นความผิดที่ไม่เป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ และไม่เป็นความผิดที่จะต้องถูกบันทึกคะแนน เช่น ข้อหาไม่พกพาใบอนุญาตขับขี่ ไม่ติดป้ายแสดงการชำระภาษี เป็นต้น </p><p align="left">            “โดยจะดำเนินโครงการในช่วงเดือนตุลาคมนี้ แบ่งการติดตามผลการปฏิบัติออกเป็น 3 ช่วง คือ ระหว่างวันที่ 11-17 ตุลาคม, วันที่ 18-24 ตุลาคม และวันที่ 25-31 ตุลาคม 50 หลังจากนั้นจะมีการประเมินผลการปฏิบัติอีกครั้ง” บช.น. กล่าว
 
            อย่างไรก็ตามข้อหาที่มีการบันทึกคะแนน เช่น ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ไม่สวมหมวกนิรภัย ขับรถช้าไม่ชิดขอบทางด้านซ้าย แซงไม่ปลอดภัย จะต้องมีการออกใบสั่งตามปกติ หรือข้อหาที่ทำให้เกิดปัญหาการจราจร เช่น จอดรถกีดขวางในเส้นทางที่มีปัญหารถติดขัดอยู่แล้ว เป็นต้น โดยการทำโครงการนี้ขึ้นมาอีกครั้ง  ก็เพื่อให้ประชาชนที่ทำความผิดได้ตระหนักถึงความ สำคัญในการขับขี่ให้ถูกกฎจราจร และแก้ภาพลักษณ์ที่มักจะมีคนมองว่ามีการจับกุมเพื่อทำยอด</p><p align="left"> </p>