อยากเล่าเรื่องที่เคยประสบมา บางคนอาจจะประสบกับเหตุการณ์ที่ร้ายแรงหรือเหตุการณ์ที่ดี แต่ว่าสำหรับตัวดิฉันเอง ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดกับตัวเรา
วันที่ 9 ธันวาคม 2549 ดิฉันได้ร่วมกับคณะเดินทางไปส่งเพื่อนร่วมงานที่เดินทางไปรับตำแหน่งใหม่ที่สูงขึ้นที่ เทศบาลตำบลสามเงา ในขณะนั้นดิฉันได้ขอไปช่วยราชการอยู่ที่อื่นเช่นเดียวกัน แต่ในความรู้สึกว่า...งานนี้ต้องไปให้ได้..ความรู้สึกเหมือนจะไม่มีโอกาสไปด้วยกันอีกแล้ว ทั้งที่ในวันนั้นติดงานฌาปนกิจศพอาเขย...แต่ก่อนไปดิฉันได้ไปยืนที่หน้ารูปท่านแล้วบอกว่า ..อาพรุ่งนี้ขอไปเที่ยวแม่สอดนะ..ในวันเดินทางพี่สาวขับรถไปส่ง ใจอยากจะพูดกับพี่สาวว่าตอนที่ไม่อยู่ฝากลูกด้วย แต่คิดขึ้นมาได้ว่าไม่ควรจะพูดเดี๋ยวพี่สาวจะคิดมาก.....
ในเวลาประมาณ 15.30 น. ใกล้จะถึงศาลพระวอ ดูนาฬิกาข้อมือยังคิดถึงงานศพอีกว่าป่านนี้คงใกล้เวลาเผาศพแล้ว และยังคิดต่ออีกว่ารถจะแวะให้ไหว้ศาลพระวอหรือเปล่าเพราะว่าเย็นแล้ว หลังจากนั้นก็งีบหลับไป รู้สึกตัวอีกครั้งรถประสบอุบัติเหตุเพื่อนๆ พี่ ๆ ที่เดินทางด้วยกันเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที 11 ศพ บาดเจ็บสาหัส 4 - 5 คน ดิฉันยังโชคดีอยู่บ้าง ที่บาดเจ็บเล็กน้อย
ในเดือนเดียวกันห่างกันแค่ 13 วัน วันที่ 21 ธันวาคม 2549 ดิฉันได้มีโอกาสรับพระราชทานปริญญา บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต ของมหาวิทยาลัยนเรศวร จากสมเด็จพระเทพฯ เพื่อน ๆ ที่รู้ข่าวต่างมาให้กำลังใจ และแสดงความห่วงใยว่า บางคนให้ข้อคิดว่าใกล้วันพระราชทานปริญญาบัตรไม่ควรเดินทาง ซึ่งก็คงจะจริง และสิ่งที่น่าปลื้มปิติมากคือ เป็นคนแรกของ M.B.A ได้อยู่หน้าพระพักตร์ของสมเด็จพระเทพ เพราะต้องหยุดรอผู้ประกาศชื่อซึ่งก็เปลี่ยนคนประกาศ ทำให้มีเวลานานพอสมควรสำหรับการยืนอยู่หน้าพระพักตร์ได้ชื่นชมพระบารมีของพระองค์ท่าน ในความรู้สึกว่าดีใจที่ได้ยืนนาน
เหตุการณ์ที่แรงที่สุดในชีวิตที่พบ....กับเหตุการณ์ที่ดีที่สุดในชีวิตเช่นกัน เกิดขึ้นห่างกัน 13 วัน มาคิดถึงอีกครั้งยังรู้สึกเสียวเลยว่าถ้าต้องเสียชีวิต หรือ บาดเจ็บมาก ไม่สามารถ มารับพระราชทานปริญญาบัตรได้ คงเสียใจมากกว่านี้ หรือไม่โอกาสได้รับเลย...
กลุ่มพวกผมขอแสดงความยินดีด้วยสำหรับใบปริญญา และขอชมถึงความเข้มแข็งที่กลุ่มผมขอเอาเป็นแบบอย่างครับ