GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

การประชุมเครือข่ายฯสัญจร (3.2) ต่อ

ทุกคนที่เข้ามาทำงานนี้ล้วนเป็นคนดีทั้งสิ้น เราจะทำอย่างไรที่จะรักษาคนดีเหล่านี้ให้ทำงานร่วมกันต่อไป

      ความจริงวันนี้ตั้งใจจะเล่าเรื่องการประชุมเครือข่ายฯสัญจรต่อ  แต่เท่าที่ผู้วิจัยประเมินตัวเองจากการเล่ามาในหลายวันนี้รู้สึกว่าในบางช่วงยังเล่าไปเรื่อยๆแบบที่ยังหาแก่นสารไม่ได้  ก็เลยตั้งใจไว้ว่านับตั้งแต่วันนี้ไปจะพยายามเล่าให้เป็นประเด็นมากกว่าที่ผ่านมา  และจะพยายามตั้งจุดโฟกัสในการเล่าเรื่องให้ได้  (ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าจะทำได้แค่ไหน  และทำได้สักกี่วัน)  ตื่นขึ้นมาตอนเช้าก็เลยเอาบันทึกที่ตนเองจดไว้มาอ่านว่าวันนี้จะเล่าเรื่องอะไรบ้าง  การเล่าเรื่องเหล่านี้สะท้อนให้เห็นอะไร  อ่านไปอ่านมาก็พบว่าถ้าหากเรียงตามหัวข้อแล้ว  วันนี้ก็ยังอยู่ในเรื่องของการหารือเรื่องการจัดการความรู้อยู่  แต่เนื่องจากเนื้อหาที่ยาวมาก  คงต้องอาศัยเวลาสัก 3-4 ชั่วโมงในการเขียนให้เสร็จ  แต่ผู้วิจัยไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้น  จึงคิดว่าจะเล่าต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้  ซึ่งเป็นคิวของกลุ่มบ้านดอนไชยที่ได้เล่าประสบการณ์การทำงานของของตนเองให้ฟัง  หากฟังอย่างตั้งใจและคิดตามเชื่อว่าหลายๆกลุ่มคงได้ข้อคิดนำกลับไปพัฒนากลุ่มของตนเองแน่นอน  ดังนั้น  ผู้วิจัยจึงตั้งใจว่าในวันนี้จะเล่าเรื่องโดยเน้นไปที่เรื่องข้อคิดในการทำงานของกลุ่มนี้ 

       ไม่รู้ว่าเป็นความบังเอิญหรือเปล่า  เมื่อพูดถึงประเด็นข้อคิดในการทำงานที่ไร  มักจะมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เข้ามาทุกที  ในครั้งนี้ก็เช่นกัน  จากเหตุการณ์ตั้งแต่เมื่อคืนนี้จนถึงเช้าวันนี้      ผู้วิจัยได้มีโอกาสสนทนากับคนทำงาน (ที่คุ้นเคย) ทำให้ได้ข้อคิดเกี่ยวกับการทำงานชุมชนมากพอสมควร  คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นบ้าง  จึงขอเล่าให้ฟังก่อนที่จะเข้าเรื่องประชุมสัญจร     ซึ่งประเด็นหลักในวันนี้ก็เกี่ยวกับข้อคิดในการทำงานเหมือนกันค่ะ

      เมื่อคืนนี้ผู้วิจัยได้มีโอกาสไปทานข้าวเย็นกับอาจารย์พิมพ์  คุณสามารถ (ประธานเครือข่ายฯ) และพี่สุภัทตรา  (ภรรยาคุณสามารถ)  ที่ร้านบ้านดงม่อนกระทิง  วัตถุประสงค์ของการรับประทานอาหารเย็นร่วมกันในครั้งนี้นั้นก็เพื่อที่จะพูดคุยเกี่ยวกับการปรับตัวในการทำงานร่วมกัน  เรามีการพูดคุยกันในหลายประเด็น  (ขอไม่เปิดเผยรายละเอียดนะคะ) จากการพูดคุยทำให้ผู้วิจัยได้รับข้อคิดที่ดีๆในการทำงานกับชุมชนมาหลายข้อเหมือนกัน  แต่ข้อที่ผู้วิจัยรู้สึกว่าใช่และเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการทำงานกับชุมชนก็คือ

      คุณสามารถบอกว่าผู้วิจัยและอาจารย์พิมพ์นั้น  อาจเคยทำงานกับอีกระบบหนึ่ง  ซึ่งเป็นระบบที่มีระเบียบ  เรียบร้อย  เป็นขั้นเป็นตอน  (เพราะพวกเราทำงานในมหาวิทยาลัย)  แต่ในการทำงานกับชาวบ้าน  กับชุมชนนั้นเป็นอีกระบบหนึ่ง  คนทำงานต้องมีความยืดหยุ่น  หลายๆครั้งการทำงานก็ไม่เป็นระบบอย่างที่ควรจะเป็น  แบบแผนต่างๆก็ไม่เคร่งครัดนัก  นี่เองเป็นความแตกต่างระหว่างการทำงานกับระบบ  กับ  การทำงานแบบชาวบ้าน  บางครั้ง (หลายๆครั้ง) ก็ต้องทำใจและ (นักวิจัย) ต้องพยายามเรียนรู้วัฒนธรรมการทำงานแบบชาวบ้านด้วย  ไม่อย่างนั้นเราจะไม่มีความสุข  เพราะ  งานไม่ได้ออกมาอย่างที่เราหวังทุกขั้นตอน  (ความจริงแล้วคุณภีมก็เคยคุยเรื่องนี้กับผู้วิจัยและอาจารย์พิมพ์เหมือนกัน  ตอนนี้เราก็กำลังพยายามอยู่  แต่เราก็อยากให้ชาวบ้านเข้าใจวัฒนธรรมการทำงานแบบเราด้วย  เราคิดว่าคงไม่มีแบบไหนถูกหรือแบบไหนผิด  แบบไหนดีหรือแบบไหนไม่ดี  ทุกแบบมีข้อดี  ข้อด้อยที่แตกต่างกันออกไป  จะใช้แบบไหนคงขึ้นอยู่กับสถานการณ์และเงื่อนไข  แต่ถ้าสามารถเรียนรู้และเข้าใจกับวัฒนธรรมการทำงานในรูปแบบที่แตกต่างได้คงจะดีที่สุด)

       นอกจากจะได้คุยกับคุณสามารถแล้ว  เช้าวันนี้ผู้วิจัยก็ได้มีโอกาสคุยกับคุณสุวัฒนา  ศรีภิรมย์ด้วย  (คุยทางโทรศัพท์ค่ะ)  เพราะ  กระทรวงการคลังเพิ่งมาเป็นเจ้าภาพจัดงานให้กับเครือข่ายฯเมื่อวันที่ 11 ที่ผ่านมา  แต่ยังไม่มีโอกาสคุยกันเลยว่างานออกมาอย่างไร  ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่  จากการพูดคุยทำให้ผู้วิจัยทราบว่าขณะนี้มีหลายชุมชนที่ให้ความสนใจในเรื่องกองทุนสวัสดิการ  ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าดีใจมาก  แต่สิ่งที่ทำให้ผู้วิจัยดีใจมากขึ้นไปอีกก็คือ  การได้รับข้อคิดในการทำงาน  คำพูดของคุณสุวัฒนาประโยคหนึ่งที่ทำให้ผู้วิจัยได้ฉุกคิดและมีกำลังใจในการทำงานมากขึ้นก็คือ  "ทุกคนที่เข้ามาทำงานนี้ล้วนแต่เป็นคนดีทั้งสิ้น  เราจะทำอย่างไรที่จะรักษาคนดีเหล่านี้ให้ทำงานร่วมกันต่อไป"  คำพูดนี้ทำให้ผู้วิจัยรู้สึกว่าเราต้องมองโลกในแง่ดี  ทุกคนล้วนมีความดีอยู่ในตัว  แต่แน่นอนว่าทุกคนก็มีข้อบกพร่องอยู่ในตัวเช่นกัน  ดังนั้นถ้าเราทำงานกับใครแล้วรู้สึกไม่ดี  เราอย่าเพิ่งตัดความสัมพันธ์  อย่างเพิ่งทุกข์ใจ  ท้อแท้  ในทางตรงกันข้ามเราควรคิดหาวิธีทำงานกับคนเหล่านี้ให้ได้อย่างมีความสุข  เขาก็สุข  เราก็สุข  เราต้องทำงานกับเขาให้ได้  เพราะ  เราได้ทำงานกับคนดี (คุณสุวัฒนาฝากความระลึกถึงถึงคุณภีมด้วยค่ะ  คุณสุวัฒนาฝากบอกว่าติดต่อไปหาคุณภีม 2-3 ครั้งแล้วแต่ยังติดต่อไม่ได้  ถ้ายังไงคุณภีมก็ติดต่อกลับคุณสุวัฒนาด้วยนะคะ)

     สำหรับข้อคิดที่สามารถนำมาใช้ได้กับการทำงาน (เป็นความรู้ค่ะ) เรื่องสุดท้ายที่จะเล่าในวันนี้ก็คือ  เรื่องการดำเนินงานของกลุ่มบ้านดอนไชย  (เป็นส่วนหนึ่งของวาระการประชุมที่3)  ก่อนที่กลุ่มดอนไชยจะได้เล่ามีการพูดคุยกันอยู่สักพักใหญ่ๆเหมือนกันค่ะว่าจะเริ่มวางแผนก่อน  แล้วค่อยให้กลุ่มดอนไชยนำเสนอปิดท้าย  หรือ  จะให้กลุ่มดอนไชยนำเสนอก่อนเพื่อเป็นแนวทางในการทำแผน  แล้วค่อยวางแผนต่อไป  ผู้วิจัยนั่งฟังอยู่นาน  ประกอบกับนาฬิกาที่ข้อมือบอกเวลา 11.55 น.แล้ว  แต่ก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้  ผู้วิจัยจึงยกมือขึ้นขอเสนอความคิดเห็นว่า  น่าจะให้กลุ่มดอนไชยเล่าเรื่องการทำงานก่อน (แบบสรุป  แต่ต้องครบทุกประเด็น)  หลังจากนั้นก็หยุดพักรับประทานอาหาร  ช่วงบ่ายค่อยเข้ามาว่างแผนต่อ  ที่เสนอเช่นนี้เพราะ  1.เป็นเวลาใกล้เที่ยงแล้ว  ถ้าวางแผนก่อนก็คงวางแผนไม่เสร็จ  2.ในการวางแผนต้องมีเป้าหมายและตัวชี้วัดแสดงให้ผู้เข้าร่วมวางแผนทราบ  ดังนั้น  จึงอยากจะให้กลุ่มดอนไชยนำเสนอก่อนเพื่อเป็นการคั่นเวลา  ระหว่างการรับประทานอาหารเที่ยงผู้วิจัยและอาจารย์พิมพ์ก็จะนำเป้าหมายและตัวชี้วัดไปติดบนกระดานดำเพื่อให้ผู้เข้าร่วมมาศึกษา  ช่วงบ่ายก็เริ่มต้นวางแผนจะได้มีความต่อเนื่อง  ปรากฎว่าที่ประชุมเห็นด้วย   ดังนั้น  ประธานฯจึงทำหน้าที่ต่อโดยขอให้บ้านดอนไชยเล่าเรื่องการทำงานว่าทำอย่างไร  มีกระบวนการในการทำงานอย่างไรใน 3 เรื่อง  คือ  การบริหารจัดการ  การขยายผล  และการเชื่อมประสาน

      คุณกู้กิจในฐานะประธานกลุ่มบ้านดอนไชยได้กล่าวสรุปเป็นประเด็นว่า 

      1.ในด้านการจัดการ  มีทีมงานที่เน้นไปที่คุณภาพ  มีคุณธรรมตามที่ทางกลุ่มได้รับการปลูกฝังมาจากเครือข่ายฯ  มีการตั้งค่าตอบแทนให้กับคณะกรรมการและคนทำงาน  วางแผนงานว่ามีการออมและการทำงานทุกวันเสาร์แรกของเดือน  เมื่อดำเนินงานแล้วทีมงานจะมาประชุมร่วมกันในวันนั้นเลยเพื่อสรุปงานว่ามีปัญหาอะไรบ้าง  มีข้อคิดเห็นอะไรบ้าง  มีการจดบันทึกเอาไว้  นำข้อคิดเห็น  ข้อสรุปต่างๆที่ได้จากการประชุมมาปรับใช้กับการทำงานไปเรื่อยๆ 

       ยกตัวอย่างเช่น  เมื่อก่อนกรรมการที่ทำหน้าที่รับเงินออม  สมัครสมาชิกใหม่ มีปัญหา  คือ  เมื่อหมดเวลาการออมหรือการสมัครแล้ว  กรรมการที่ทำหน้าที่จะต้องมานับเงิน  ตรวจเช็คเงิน  ซึ่งให้เวลามาก  (เนื่องจากกลุ่มนี้มีสมาชิกเยอะค่ะ)  บางทีก็ไม่เสร็จ  ต้องมาทำงานต่อในวันอาทิตย์  วันจันทร์จึงจะนำเงินไปฝากธนาคารได้ (ถ้าไม่เสร็จก็ต้องมาทำต่อในวันจันทร์  วันอังคารจึงจะนำเงินไปฝากธนาคารได้)  เมื่อเป็นอย่างนี้ทางคณะกรรมการจึงมาประชุมตกลงหาทางแก้ปัญหานี้โดยการให้กรรมการเซ็นต์ชื่อในเล่มใบเสร็จ  พอเสร็จแล้วกรรมการก็เช็คว่าตนเองเอาไปกี่เล่ม  (เล่มหนึ่งสามารถบันทึกข้อมูลของสมาชิกได้ 50 คน)  ก็จะเช็คเงินได้เร็วขึ้น

       ขณะนี้ทางกลุ่มมีกรรมการ 12 คน  มีเจ้าอาวาส  ผู้ใหญ่บ้านเป็นที่ปรึกษา  คณะกรรมการจะสรุปให้ผู้ใหญ่บ้านแต่ละหมู่บ้านในเทศบาลตำบลล้อมแรด (14 หมู่บ้าน) ฟังเกี่ยวกับการดำเนินงานของกลุ่ม  (ทุกเดือน)   เพื่อให้ทุกคนทราบ  เขาจะได้ไปคุยต่อได้

      2.การขยายผล  ปี 2548  กำหนดไว้ว่ารับสมัครทุก 3 เดือน  การขยายผลทำโดย การประชาสัมพันธ์  ตอนแรกทำในระดับอำเภอ  ต่อมาทางเครือข่ายฯบอกว่าให้ทำระดับตำบล  ทางกลุ่มจึงปรับเปลี่ยนแผนใหม่โดยการขยายสมาชิกในระดับตำบล  ข้อมูล ณ เดือนธันวาคม 48  มีสมาชิกอยู่ทั้งหมด 1,949 คน  การขยายผลนั้นเริ่มจากสมาชิกบอกปากต่อปาก  เวลาสมาชิกไม่สบายเข้าโรงพยาบาลทางกลุ่มก็จะไปเยี่ยม  นอกจากนี้แล้วยังได้ประสานงานกับโรงพยาบาลเถินในการอำนวยความสะดวกให้กับสมาชิกด้วย  กล่าวคือ  ถ้าใครเป็นสมาชิกสวัสดิการวันละ 1 บาทบ้านดอนไชยก็ขอให้ทางโรงพยาบาลออกใบรับรองแพทย์ให้ด้วย  ทำให้ชาวบ้านพอใจ  จำนวนสมาชิกจึงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

       เริ่มปี 2549  เรามีการประชุมกัน  มีการแสดงความคิดเห็นว่าพ่อชบที่อยู่สงขลามาเรียนรู้กับทางลำปางแล้วนำไปขยายผล  ได้มีโอกาสคุยกับพ่อชบทำให้ได้ความรู้ว่าทางสงขลานั้นเปิดรับสมัครปีละ 2 ครั้ง  เพื่อให้จ่ายสวัสดิการเป็นรุ่นๆไป (เป็นสมาชิกครบ 180 วัน)   เมื่อได้รับความรู้ตรงนี้แล้วทางกลุ่มจึงนำมาประชุมกันและได้ข้อสรุปว่าปี 49  กลุ่มจะรับสมัครสมาชิก 2 ครั้ง  ครั้งที่ 1  คือ  วันที่ 15 มกราคม  ที่ผ่านมา  ได้สมาชิกทั้งหมด  162 ราย  (ข้อมูลไม่ตรงกับที่ผู้วิจัยได้คุยกับทางกลุ่มก่อนหน้านี้  ซึ่งจากการพูดคุยในภายหลังทราบว่าคณะกรรมการทำรายชื่อสมาชิกใหม่บางคนตกหล่นไป  เมื่อมีการตรวจสอบจึงพบรายชื่อที่ตกหล่น  ทำให้สมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นกว่าข้อมูลที่ผู้วิจัยได้รับมาในตอนแรก)  มีการอบรมให้สมาชิกใหม่เข้าใจแผนที่ภาคสวรรค์   สำหรับการรับสมัครสมาชิกใหม่ครั้งที่ 2  กำหนดไว้ในวันที่ 15 กรกฎาคม 

        ในเรื่องการประชาสัมพันธ์เพื่อการขยายจำนวนสมาชิกนั้นปัจจุบันทางกลุ่มใช้ 3 ช่องทาง  คือ  1.บอกต่อแบบปากต่อปาก    2.การประสานงานกับผู้ใหญ่บ้านทั้ง 14 หมู่บ้านให้ประกาศเสียงตามสาย     3.ประสานงานกับวิทยุคลื่น 99 กับ 102  เพื่อให้สถานีประกาศประชาสมพันธ์ให้  โดยที่ทางกลุ่มก็จะแบ่งหน้าที่กันว่าใครจะเป็นผู้จัดทำรายละเอียดต่างๆไปให้กับสถานีวิทยุแล้วนำไปส่งให้กับทางสถานี

      3.การเชื่อมประสานกับหน่วยงานสนับสนุน   ตอนนี้ทางเทศบาลตำบลล้อมแรดได้สนับสนุนงบประมาณมาให้ทางกลุ่ม 15,000 บาท  (ไม่เกี่ยวกับตำบลละแสนนะคะ)

       เมือคุณกู้กิจเล่าการทำงานของกลุ่มบ้านดอนไชเสร็จ ประธานฯเป็นผู้สรุปต่อว่ากลุ่มบ้านดอนไชยมีคณะทำงานที่ชัดเจน  มีที่ปรึกษา  ทำให้ประสบความสำเร็จ  คณะกรรมการมีคุณภาพ  ทำงานด้วยใจ  การทำงานเป็นจังหวะ  แทนที่จะเปิดรับสมาชิกใหม่ทุกเดือนก็เปิดรับเป็นช่วงๆ ทุก 3 เดือนบ้าง  6 เดือนบ้าง  มีการประชาสัมพันธ์แบบปากต่อปาก  วิทยุชุมชน  ทำให้เกิดการสร้างความเข้าใจ  นอกจากนี้แล้วยังมีการเชื่อมประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย   บทเรียนการทำงานของกลุ่มบ้านดอนไชยน่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้แต่ละกลุ่มนำไปปรับใช้กับกลุ่มของตนเอง 

     

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 13658
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)