สวัสดีครับ
ตอนนี้นั่งอยู่บนรถไฟ เพื่อไปกรุงเทพเพื่อเข้าร่วมประชุมอบรมหลักสูตรพรพ จากการพัฒนาสู่การวางระบบ
เป็นหลักสูตรที่เหมาะสำหรับมือใหม่ของเช่นทีมฟาน้องใหม่ ที่มีอายุหนึ่งขวบกว่าๆครับ ทั้งทีมหกคนอายุเฉลี่ย 25 - 38 ปี เป็นการผสมผสานท่ลงตัว มี่ทั้งแพทย์ พยาบาล เภสัช ครับ
รูปพี่น้องทีมฟารพ ปายครับ
สำหรับความรู้และทักษะด้านการพัฒนาต้องยอมรับว่าฟาน้องใหม่เช่นทัมเราต้องพัฒนาอีกมาก และเส้นทางนี้อีกยาวไกลครับ เวลาพบเจออาจารย์ที่ปึ๊กความรู้ก็จะชื่นชมมากๆครับ
ก็ต้องยอมรับว่า HA นั้นไม่ยากไม่ง่าย และอาจจะเป็นยาขมของหลายๆคน เนื้อหานั้นมีมากมาย ถ้าจับจุดไม่ถูกหลงประเด็นหรือเนื้อหามากเกินไปก็จะหลงทางหรือว่าดทฤษฎี ทำให้การพัฒนาแทนที่จะมีความสุขก็กลายเป็นทุกมหันต์ได้ครับ อิอิ
ครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีมากๆครับ เพราะว่าเราได้มาร่วมประชุมด้วยกันครั้งแรก ทุกคนหลังจากอยากจะมาด้วยกัน แต่ว่าไม่สามารถว่างตรงกันได้ ครั้งนี้จึงพิเศษ นอกจากนี้ท่านเลขาทีมก็เสนอให้มาทำแผนพัฒนาคุณภาพประจำปีที่นี่ด้วยครับ
วันนี้เราต้องทำงานครึ่งวัน ก่อนที่พี่ขับรถ รพ ผู้ใจดีจะมาส่ง
บรรยากาศการเดินทางเต็มไปด้วยความสุขและรอยยิ้ม เพราะทีมนี้เป็นทีมแห่งความรักและทีมแห่งความสุขครับ แม้ว่าตอนนี้เรายังไม่เก่ง เรายังไม่ปึ๊กเนื้อหา แต่ก็นับว่ามีใจเกินร้อยพร้อมที่จะเรียนรู้ และร่วมทำงานขับเคลื่อนกันไปเป็นทีม
พูดถึงทีมมีสิ่งที่น่าชื่นชมอีกอย่าง ที่เราสามารถเริ่มต้นกันมาได้ด้วยดี กลายเป็นการทำงานร่วมกันที่มีความสุข การเชื่อใจ วางใจ ให้เกียรติ ให้โอกาสทุกๆคน และถือว่าทุกคนเท่าเทียม มีคุฯค่ายิ่งนั้นสำคัญมากๆ พร้อมๆกับการเติมธรรมะ และความรู้ความเข้าใจในเรื่ององค์กร เรื่องคน ก็ทำให้เราทำงานด้วยความสนุกครับ
เราขึ้นรถไปนอนชั้นสอง ขบวนเดียวกันกับคุณพ่อครูฯ เมื่อวานนี้
และก็มีงานเลี้ยงมื้อเย็นร่วมกันบนรถไฟครับ เป็นบรรยากาศอีกแบบ รู้สึกแปลกๆดีครับ อาหารก็อร่อยพอใช้ครับ แม้จะเพียงเล็กน้อย
อืม..พูดถึงการเดินทาง อีกอย่างคือได้ออกจากบ้านมา หลังจากทำงานๆๆ ทุกๆวัน ทั้ง เจ็ดวัน ก็ดีอีกแบบครับเป็นการเติมประสบการณ์ และพักร่างกาย และมารับรู้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ครับ



สวัสดีครับอาจารย์
ผมมาถึงแล้วครับ
บอกกับพี่ susu 1แล้วครับ
พี่เขาจะส่งลูกสาวเข้าร่วมด้วยนะครับ
ยินดีต้อนรับและดีใจมากครับที่อาจารย์จะมาเยี่ยมเยือน
มีความสุขกันมาก ดีใจด้วยครับ ให้กำลังใจ ทีม FA รพ.ปายทุกคน อีกไม่นานก็จะพ้นวิกฤตเสียที
ที่พูดเรื่อง "วิกฤต" ก็อ้างอิงถึงคนนะครับ คนเป็นตัวการทำให้วิกฤต การเปิดใจ เปิดตา เปิดสมอง เปิดหู เป็นการเตรียมพร้อมในการเรียนรู้สู่ปัญญา หากใครที่ยังมืดบอดกับสิ่งเหล่า อัตตาฉาบตัวเองจนลืมหูลืมตาไม่ขึ้นก็ ตกในวังวนโง่อยู่ร่ำไป ประมาณ "ป่วยไม่รู้ตัวเองป่วย"
คนที่เข้าใจ เข้าถึง ก็พัฒนา ก็เป็นแบบนี้ คือ การเรียนรู้ หากคนมีคุณภาพมีความสุข องค์กรก็จะพัฒนายิ่งๆขึ้นไป
ผมให้กำลังใจทุกท่านครับ
คุณพ่อฝากขอบคุณพี่ susu ครับ ว่างๆท่านอยากไปเยี่ยมที่สวนด้วย น่าจะโอกาสข้างหน้าครับ
สวัสดีครับคุณหมอสุพัฒน์
เป็นไงบ้างครับ ผมน่ะกลับถึงบ้าน 3 ทุ่ม คัดจมูก ไอ จาม หายใจไม่ออกครับ กินRoxcitro+Polyfed+para ค่อยหลับได้หน่อย
เห็นว่าเดินทางสนุกมากใช่ไหมครับฝากดูแลลูกทีมให้ดีนะครับ