ปัญหา : ชุมชน g2k จะก้าวไปอีก 1 ก้าวย่างอันยิ่งใหญ่ คือการเติบโตด้วยตนเอง แบบไม่ต้องพึ่งพาผู้ปกครอง (ด้านการเงิน) ในปีหน้า โดยจำเป็นต้องมีงบประมาณ ปีละ 1,000,000 บาท หรือเฉลี่ยที่ 84,000 บาทต่อเดือน
ทางออก : ใช้วิธีการแบบ social network เพื่อหล่อเลี้ยงชุมชนให้อยู่รอด อย่างยั่งยืน
ขอสมมติเปรียบเทียบกับการเป็นชุมชนจริงในคอนโดมิเนียม
นิติบุคคล = เว็บมาสเตอร์ (ผู้ดูแลเว็บ) gotoknow
ลูกบ้านคอนโดมิเนียม = ชาวชุมชน gotoknow
ค่าไฟ ค่าน้ำ ส่วนกลาง = ค่าอุปกรณ์ ค่าไฟฟ้า ค่าอินเทอร์เน็ต ค่า hardware
ค่าแม่บ้าน ค่า รปภ = ค่าวิชาชีพ programmer, administrator ระบบ
ค่าส่วนกลาง = รายได้ของเว็บไซต์
ความเห็น :
- ไม่ควรบังคับ หรือแม้แต่ใช้ความรู้สึกรับผิดชอบ ในการขอให้ชำระค่าบำรุงสมาชิก (เหตุผล - มันทำให้ความอยาก contribute content ลดลงไป, ความมีส่วนร่วมจะน้อยลง, ความคาดหวังของชาวชุมชนจะทวีขึ้น ตามมูลค่าค่าสมาชิกที่ถูกเรียกชำระ ในที่สุดจะตกเป็นความกดดันต่อผู้พัฒนา และผู้ดูแล)
- การขอทุนจากหน่วยงานภายนอกอาจจะทำได้ยาก หรือต้องใช้ connection ของผู้รับผิดชอบเว็บมาก อาจจะมากจนทำไม่ไหว (เหตุผล - ชุมชนเกิดจากทุกคน, ทุกคนควรมีส่วนช่วยเหลือ ไม่ใช่ผลักไปเป็นหน้าที่ของผู้พัฒนา และผู้ดูแล, การขอทุนนั้น ก็ไม่ใช่ว่าจะได้เสมอไป หรือไม่ได้ในจำนวนเงินที่จำเป็นต้องใช้ในแต่ละปี)
- เงินนั้นสำคัญไฉน คำตอบคือ มันมีไว้หล่อเลี้ยงเว็บ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กำลังคน (มันสมองคน) คือ กลไกอันสำคัญ ที่จะทำให้เว็บยังคงเป็นเว็บ ในความเป็นจริงของชีวิต โปรแกรมเมอร์ ผู้ดูแลระบบ ต่างก็ต้องมีค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าใช้จ่ายส่วนตัว ค่าเสียเวลา ค่าเสียโอกาส เพื่อพัฒนาเว็บ gotoknow นี้ จึงควรจะยอมต้องจ่ายในสิ่งที่สมควรจ่าย
- การขายโฆษณาทำได้ไหม อยากตอบว่า ยากเย็นเหลือเกิน ประสบการณ์ในวงการเว็บ ไม่เคยเห็นมีใครได้เงินอย่างจริงจัง (หรือควรจะเรียกว่าเป็นกอบเป็นกำ) จากการขายโฆษณาออนไลน์ ยกเว้น สองเจ้าที่เห็นว่าสำเร็จ คือ Google และ Yahoo แต่!!!!! คิดหรือว่า gotoknow จะทำเป็นเครือข่ายได้ระดับนั้น?? เราคงต้องมองฐานที่มันเราชัดๆ อีกสักหน่อย
- ทางออกมีไหม ............ ลองพิจารณาข้อเสนอนี้ได้ไหมคะ
เว็บเพื่อสังคมนั้น เกือบทั้งนั้นหารายได้ยากมาก เว้นแต่มีนักบุญเอาเงินมาให้ แล้วบอกให้ผลิตเนื้อหาดีๆ โดยไม่เข้ามาแทรกแซงวิธีคิด และลักษณะการทำงาน (นึกภาพว่า ถ้าเป็นนักข่าว แล้วเจอ กองบก. เซ็นเซอร์ เจอภาครัฐเซ็นเซอร์นะคะ) โอกาสแบบที่ gotoknow เคยมี เคยได้รับจาก สคส นั้นจะมีไหม ดิฉันว่า มี แต่ว่าจะมีตลอดไปไหม ดิฉันว่า ไม่
ข้อเสนอดิฉันออกมาในรูปแบบนี้ค่ะ
- ให้สมาชิกเว็บ gotoknow ยืนยันเรื่องลิขสิทธิ์ในเนื้อหาที่เราเขียนๆ กันขึ้นมา ให้กับทางเว็บ gotoknow เพื่อสิทธิในลำดับถัดไป
- ให้ programmer, admin เพิ่มระบบรองรับ การ add เฉพาะ blog (เอาเป็นชิ้นๆ เฉพาะข้อเขียน ไม่ใช่ add ทั้ง planet) เพื่อให้สมาชิก ได้รวม blog ที่มีเนื้อหาที่ต้องการ จาก blogger หลายท่าน
- สมาชิกเว็บ gotoknow สามารถสั่งซื้อเนื้อหาของ blog ตนเอง, และหรือ เนื้อหาของ blog สมาชิกท่านอื่น, และหรือ เนื้อหาของb blog รวมฮิตตามใจฉัน โดย ให้ทางผู้ดูแลเก็บเนื้อหาที่ระบุเหล่านั้น ในรูปแบบ CD, TrumbDrive, print เป็นเอกสาร A4 หรือรูปแบบของหนังสือ ตามแต่ผู้สั่งซื้อประสงค์ (ราคาย่อมแตกต่างไปตามต้นทุนของสื่อเหล่านั้น) และเนื้อหาที่ว่านี้ อาจจะสามารถสั่งซื้อ เพื่อเอกไปใช้ในการแจกจ่ายตามเทศกาล หรือ งานปีใหม่ หรือ งานเฉพาะกิจต่างๆ ได้
- รายได้จากการที่สมาชิกให้ทาง gotoknow บันทึกเนื้อหาของ blog ตนเองออกมาในสื่อต่างๆ นั้น ให้ถือว่า สมาชิกจ่ายไปเพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการ backup ข้อมูล, สมาชิกไม่มีสิทธิพิเศษจากรายได้ที่ gotoknow จะได้รับ (เฉพาะกรณีนี้)
- สมาชิกที่ blog ตนเอง ถูกเพื่อนสมาชิกซื้อไป (ยก blog หรือ เฉพาะ blog) จะได้รับส่วนแบ่ง แบบค่าลิขสิทธิ์ (เหมือนการเขียนบทความลงหนังสือ) แบ่งเป็นอัตราส่วนที่ต้องตกลงกันกับ gotoknow เป็นการเฉพาะ และสมาชิกที่มีจิตกุศล สามารถบริจาคค่าลิขสิทธิ์ที่ว่านั้น กลับคืนสู่ gotoknow ได้โดยตรง
- เมื่อ gotoknow มีเนื้อหาเฉพาะหมวดที่เพียงพอจะทำเป็น pocket book ได้ ก็ควรจะตั้งทีมบรรณาธิการ ทำการรวบรวม เรียบเรียง เพื่อตีพิมพ์ จะเป็นทั้งการขายเพื่อเพิ่มผู้เข้าสู่ระบบ gotoknow และเป็นการแจกจ่ายความรู้ ออกไปยังผู้ที่ไม่ได้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตอีกทางหนึ่ง
วันนี้ คิดทางออกเหล่านี้ ในขณะที่เป็นวิทยากรในงานสัมมนาเรื่องของการตลาดเพื่อสังคม (Social Marketing) ค่ะ คิดออก ตื่นเต้นมาก เลยรีบโทรไปปรึกษาคุณ Conductor และได้รับลูกยุว่า ลองมาเขียนให้ชาว gotoknow อ่านดู จึงได้ลองเขียนฝันมาในรูปแบบนี้
อนึ่ง แนวคิดนี้ ดิฉันขออุทิศให้กับชาว gotoknow ทุกท่าน หากท่านใดจะนำไปใช้ในชุมชนออนไลน์ของตนเองบ้าง ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อไดค่ะ
This work is licensed under a Creative Commons Attribution-Noncommercial-Share Alike 3.0 Unported License.
เห็นด้วยครับ กับข้อเสนอที่จะหารายได้จากเนื้อหาในบล็อก โดยที่ลิขสิทธิ์ยังเป็นของคนเขียน แต่คนเขียนจะมอบลิขสิทธิ์ให้กับบล็อกในภายหลังก็ได้ เนื้อหาบางเรื่อง มีคนเขียนหลายคน บรรณาธิการอาจรวบรวมมาไว้ในเล่มเดียวก็ได้
อย่างไรก็ตาม น่าจะมีคณะทำงานที่เป็นแมวมอง ค้นหาเนื้อหาที่น่าสนใจ และเสนอรูปแบบที่จะเผยแพร่ (หนังสือ หรือ CD) เพื่อสมาชิกหรือผู้สนใจจะได้ทราบ และเสนอสั่งซื้อ เพราะเนื้อหาหลายเรื่องกระจัดกระจาย สมาชิกและผู้ที่เข้ามาอ่านอาจไม่ทราบว่าเนื้อหาทั้งหมดมีอะไรบ้าง
สำหรับพ็อกเก็ตบุ๊กต้นทุนค่อนข้างสูง ต้องพิจารณาให้รอบคอบ ให้คณะทำงานนี้ เป็นผู้ติดต่อเจรจาเพื่อเสนอสำนักพิมพ์ หรือติดต่อกับสำนักพิมพ์ บุคคลทั่วไป ที่สนใจ ด้วย
นอกจากนี้ ก็เป็นการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ให้ทราบกันในสื่ออื่นๆ จะได้ทราบว่า หากต้องการเนื้อหาในบล็อกที่นี่ เราจัดให้ได้…
ในระยะอันใกล้มาก ควรถือเป็นระยะเวลา การทดลองหาลู่ทาง ควรทดลองหลายโมเดลผสมกัน เพื่อให้มีทางออกระยะยาวมาก ๆ
ตัวอย่างของโมเดลที่อาจทำได้ในระยะสั้น เช่น
โมเดลธุรกิจ
โมเดลอาสาสมัคร
ในระยะยาว
กรณีแรก ทำหนังสือแบบ mass
กรณีที่สอง หนังสือทำมือ (สั่งทำเฉพาะกิจเล่มเดียว หรือไม่กี่เล่ม)
เสนอเพิ่มเติมครับ เปิดช่องรับบริจาคไว้ ให้สะดวก ยกตัวอย่าง ตอนนี้ผมช่วยงานเว็บไซต์หนึ่ง เขามีรับบริจาค คุยกันหลายคนก็อยากจะบริจาค แต่ว่ายุ่งยาก และต้องส่งเงินไปต่างประเทศ ถ้าสามารถโอนเงินผ่าน ATM ได้ง่ายๆ คงมีสมาชิกสมทบทุนไม่น้อยเลย
ขอบคุณคุณ minisiam สำหรับความคิดเห็นครับ
เรื่องลิขสิทธิ์เป็นเรื่องที่สำคัญมากครับ ตอนนี้เรารอให้ Creative Commons ภาษาไทยเรียบร้อยแล้วเราก็จะเปิดให้ผู้ใช้สามารถเลือก licenses ได้ครับ แล้วหลังจากนั้นหากสมาชิกท่านอื่นๆ เห็นด้วยเราก็จะเริ่มสามารถ implement ในส่วนต่างๆ ตามบันทึกนี้ได้ครับ
ขอบคุณทุกท่าน ทุกความเห็นค่ะ ดิฉันแอบคิดเรื่องตัวเลขคร่าวๆ ไว้ในใจบ้างแล้ว ยกตัวอย่างเช่น
[สมาชิก]
- ค่าบริการ write แผ่น cd เนื้อหา blog ของตนเองทั้งหมด แผ่นละ 200 บาท รวมจัดส่ง
- ค่าบริการ write แผ่น cd เนื้อหา blog สมาชิกผู้อื่น (แต่ไม่สามารถเลือกเฉพาะเนื้อหาได้ ต้องเอาเป็นรวมทั้งหมดของสมาชิกท่านนั้นๆ) แผ่นละ 250 บาท รวมจัดส่ง (กรณีนี้ ใช้เพื่ออยากสะสม content ของสมาชิกท่านอื่น, หรือจะเป็นการส่ง แทน สคส ก็ได้, หรือจะเอาไว้บริจาค cd นั้นต่อให้ห้องสมุดในโรงเรียนก็ได้ค่ะ)
- ค่าบริการ write ลง trumbdrive ต้องดูต้นทุนค่า trumbdrive สักหน่อย ค่อยประเมินราคา
- ค่าบริการ print เป็นเอกสาร (A4) หน้าละ 10 บาท
[บุคคลภายนอก]
- ราคาทั้งหมดจะเป็น 2 เท่า จากสมาชิกค่ะ
ส่วนการบริจาค น่าจะเป็นจิตศรัทธา กรณีที่มี สมาชิก blog หนึ่ง (หรือบุคคลภายนอก) ซื้อ content ของอีก blog หนึ่ง
ละเอียดอ่อนมากครับ หากเราคิดในเชิงธุรกิจ...
ถือว่าทำลายระบบเกลียวความรู้ที่สั่งสมกันมาเลยทีเดียว
คุณ [minisiam] ขอบคุณสำหรับข้อเสนอครับ
ลิขสิทธิ์ในบันทึกและความคิดเห็นเป็นของผู้เขียน ดังนั้นก่อนจะดูดไปทำอะไร (ตาม #6) ก็ขึ้นกับความสมัครใจของเจ้าของลิขสิทธิ์ครับ
คุณเอกและบางท่านที่คุยกันเมื่อเช้าถึงบันทึกนี้ ผมเห็นว่าข้อเสนอก็คือข้อเสนอครับ จะทำหรือยังไม่ทำยังไม่ได้สรุปเลยนะครับ
เอาอย่างครูธวัชชัย (#1 และ #3) หรือ อาจารย์วิบุล (#2) ดีไหมครับ มีข้อเสนอใหม่มาเรื่อยๆ แต่ไม่จำเป็นต้องบอกว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย
ดีก็ปรับปรุง ไม่ดีก็ปรับปรุง ค่อยๆ ปิดจุดอ่อนไปทีละจุด แบบนี้เราน่าจะได้ความคิดที่ดีขึ้นเรื่อยๆ นะครับ
ส่วนเรื่องเห็นด้วย-ไม่เห็นด้วย ยังรอได้ครับ แล้วควรรอจนเรามีทางเลือกที่ดีพอ+มากพอที่จะเลือกได้
การระดมความคิดน่าจะทำต่างกับการยิงเป้าบินครับ :)
คุณเอก จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
อาจารย์ดร. ธวัชชัย ปิยะวัฒน์
ยินดี น้อมรับ และเข้าใจ
ขอบคุณครับพี่[minisiam] พี่Conductor
พร้อมด้วย อ.wwibul ข้อเสนอจากทุกท่านครับ...
ก็คิดว่านับจากนี้ไปเราก็จะได้รับข้อคิดเห็นที่หลากหลาย เริ่มแรกจากการประชุมออนไลน์ที่พอเห็นวิธีคิดบางอย่าง
ก็ขอใช้เวลาในการระดมความคิดต่อไปครับ...
เพื่อหาข้อตกลงร่วมที่เป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับชุมชนของเราครับ
สวัสดีค่ะ
คุณวิบุล พูดได้ตรงค่ะ
ดิฉันเอง ยังแอบหวั่นๆอยู่เลย ว่า ถ้า รายได้ไม่พอ มา support แล้ว จะทำอย่างไร
ดิฉันอยากให้ g2kเดินไปต่อไปได้อย่างดี เพราะก็มีความผูกพันอยู่มากค่ะ
โดยส่วนตัว ทีไหนดีๆดิฉันก็ไปสนับสนุน หรือไปมีส่วนร่วมด้วยบ้าง เช่นล่าสุด ได้สนับสนุน มูลนิธิพันดารา ของดร.โสรัจ หงลดารมณ์ เป็นเรื่องของปรัชญา และจิตวิญาณค่ะ
ดิฉันว่า หลังจากเราได้พยายามอภิปรายข้อดีข้อเสีย ของการระดมทุนผ่าน content ของทุกคนด้วยวิธีนี้แล้ว เราควรจะให้ทุกคน ได้โหวต (ซึ่งคงจะต้องรบกวนทางทีมงาน ตระเตรียมโปรแกรมสำหรับการนี้โดยเฉพาะ)
สำหรับดิฉันเอง อ่านหลายความเห็นเข้า ก็คิดว่า ถ้าจะเป็นแบบนี้ อาจจะต้องแบ่งวิธีการหารายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การจัดทำเป็นหนังสือนั้น ต้นทุนมากกว่า การเสียเวลา และกำลังคน น่าจะมากกว่าการเขียนแผ่น (ซึ่งเหมือน backup ผลงานตนเองมากกว่า) เราควรจะแยกเป็นสองประเด็นไปเลย (ถ้ามติของสมาชิกส่วนใหญ่ เห็นด้วยกับวิธีการหาทุนลักษณะนี้) แล้วคงต้องเตรียมทีมงานอย่างเป็นจริงเป็นจัง รวมไปถึงทีมงานที่ต้องระวังพวกแอบอ้างด้วย ตามที่คุณ wwibul ชี้ช่องให้เห็น
รีบร้อนเกินไปหรือเปล่าครับ จะสรุปในวันเดียวโดยมี hit rate ไม่ถึงร้อยเนี่ยนะ :)
แล้วทำไมต้องโหวตด้วยครับ น่าจะเป็นวิธีสุดท้ายเลย ผมว่าน่าจะคุยกันจนเห็นพ้องว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับ GotoKnow แล้วคงจะไม่ต้องโหวตด้วยซ้ำไปครับ เมื่อข้อเสนอนั้นดีจริง
ขอบคุณที่ท้วงค่ะคุณ Conductor ยังไม่ได้จะหยุดการอภิปรายความเห็นค่ะ แต่พยายามจะอธิบายก้าวต่อไปน่ะค่ะ ว่าดิฉันคิดว่า หลังจากอภิปรายไปได้ระยะหนึ่ง แล้วก็โหวตกัน (ส่วนตัวคิดว่า ยังไงก็น่าโหวตค่ะ ถ้าไม่ได้โหวต มันมักไม่มีสถิติรองรับ คณะทำงานอาจจะลำบากใจภายหลังได้)
เสนอความเห็นเพิ่มเติมครับ
adsense ต้องทำเว็บเป็นภาษาไทยค่ะ ลองพิจารณา http://www.sponsoredreviews.com/ ดูไหมคะ
สวัสดีครับพี่ Minisiam
ขอบคุณมากนะครับสำหรับประเด็นนี้ ผมได้ขบคิดหลายๆ รอบตั้งแต่มีคลิกเข้ามาหลังโพสต์ใหม่ๆนะครับ
ผมมีความเห็นนำเสนอเพิ่มเติมนะครับ อยู่บนพื้นฐานของศรัทธานำครับ
สวัสดีค่ะ สมาชิกใหม่นะคะ
Coffee_mania