นักเรียนมีความสามารถในการแสดงรับงานเป็นอาชีพ มีรายได้อย่างต่อเนื่องตลอดมา

 

การทำงานที่เป็นระบบ  

(ตอนที่ 5)

แหล่งเรียนรู้เพลงอีแซว 

ด้วยสื่ออีเล็กทรอนิกส์ 

นายชำเลือง มณีวงษ์  โรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา  

อำเภอดอนเจดีย์  สพท. สพ. 2 

            

ความเป็นมา แหล่งเรียนรู้เพลงอีแซว 

          สภาพปัญหา เมื่อเวลาล่วงเลยมาถึงยุคปัจจุบัน ครูเพลงเก่า ๆ สังขารร่วงโรยลงไป น่าเป็นห่วงว่า เพลงอีแซวอาจถึงเวลาหมดสิ้นผู้สืบสานอย่างแท้จริง พฤติกรรมผู้เรียน ครู ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง นักเรียนที่โรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 1 เมื่อปี พ.ศ. 2523-2535 มีเพียงบางส่วนท่านั้น ที่รู้จักการแสดงที่เรียกว่า เพลงอีแซว จุดที่ต้องพัฒนาของงานด้านนี้คือ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่เห็นความสำคัญของศิลปะการแสดงท้องถิ่นหรืออาจไม่เข้าใจวิถีชีวิต ความเป็นมาของเพลงพื้นบ้านที่สร้างคุณประโยชน์ให้กับแผ่นดินมายาวนาน จนทำให้ขาดการสานต่ออย่างจริงจัง มีทำบ้างก็เป็นเพียงแค่ชั่วระยะเวลาสั้นๆ ไม่ยั่งยืนถาวร วิธีการคิดแก้ปัญหาด้วยนวัตกรรม ความต้อง การในการพัฒนาจึงได้มีการจัดแหล่งเรียนรู้ขึ้น โดยเริ่มต้นจากตัวบุคคล เอกสาร สื่อที่เข้าใจง่าย ใช้ง่าย ได้แก่ เทป, ซีดี, วีซีดี และคอมพิวเตอร์ มาจนถึงการจัด เป็นแหล่งเรียนรู้รวมสื่อ/นวัตกรรมหลายอย่างให้นักเรียนและผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปฝึกหัดเพลงได้อย่างสนุกสนานและภาคภูมิใจที่ได้ร่วมกันอนุรักษ์ศิลปะการแสดงของท้องถิ่นเอาไว้ ได้แสดงความสามารถในระดับมืออาชีพ  

วัตถุประสงค์

     1. เป็นแหล่งเรียนรู้ให้สาระที่น่าสนใจสู่ผู้ฟังผู้ชมด้วยศิลปะพื้นบ้าน-เพลงอีแซว

     2. เป็นการอนุรักษ์และสืบสานศิลปะการแสดงท้องถิ่นของจังหวัดสุพรรณบุรีให้คงอยู่ต่อไป 

    3. นำเสนอผลงานให้ปรากฏต่อสาธารณชนทั้งการแสดงประกวด แข่งขันในระดับมืออาชีพ  หลักในการฝึกหัดเพลงอีแซวตามวิธีการของครูชำเลือง มณีวงษ์ แบ่งเป็นขั้นตอน ดังนี้

       1. ฝึกหัดร้องโดยร้องเกริ่นร้องเนื้อทำนองเพลงอีแซวร้องลงและร้องรับ

       2. ฝึกหัดแสดงท่าทางตามบทที่ร้อง ให้เกิดอารมณ์ เรียกว่ารำตีบท

       3. ฝึกหัดพูด เจรจาโต้ตอบกันระหว่างฝ่ายชาย-ฝ่ายหญิง 

       4. ฝึกหัดรำประกอบการแสดง ด้วยท่ารำที่พร้อมเพรียงกัน

       5. ฝึกหัดให้จังหวะ ตะโพน ฉิ่ง กรับ 

       6. ฝึกหัดแสดงตามขั้นตอน ตอนไหว้ครู ออกตัว เพลงที่เล่นเป็นเรื่อง เพลงประ และเพลงลา 

ขั้นตอนการพัฒนานวัตกรรม 

      ระยะที่ 1 การพัฒนา เริ่มจากการฝึกหัดเพลงพื้นบ้านโดยครู เป็นผู้สอน แล้วพัฒนามาเป็นการฝึกหัดเพลงอีแซวด้วยชุดฝึก อย่างเป็นขั้นเป็นตอน ประเมินความสามารถ ไม่ผ่าน ฝึกซ้ำใหม่

      ระยะที่ 2 การพัฒนาจากการใช้ชุดฝึก พัฒนามาเป็นการใช้เครื่องเล่นเทป/วิดีโอเสนอเสียงร้อง ภาพการแสดง (เสียงและภาพปรับมาเป็นซีดี และวีซีดี) 

      ระยะที่ 3 พัฒนาจากเครื่องมือเครื่องใช้มาเป็นจัดห้องแหล่งเรียนรู้มีเครื่องมือเดิมครบ และเชื่อม โยงกับเครื่องมืออีเล็กทรอนิกส์ ประเภทคอมพิวเตอร์ สร้างสรรค์บรรยากาศให้เหมาะสมกับการฝึกหัดเพลงพื้นบ้าน ดังนี้

          

      - จัดให้มีชุดเครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน 3 ชุด เป็นศูนย์การเรียนรู้ 3 ศูนย์        

         ศูนย์ที่ 1 ฟังเสียงร้องเพลงอีแซว 

         ศูนย์ที่ 2 ดูภาพการแสดงสดของศิลปินและนักเพลงรุ่นพี่ 

         ศูนย์ที่ 3 ฝึกหัดร้องด้วยคอมพิวเตอร์ 

      - จัดให้มีชุดการแสดงและเครื่องประดับพอเพียงกับผู้แสดง

      - มีฉากเป็นภาพครูเพลง และนักเพลงรุ่นเยาว์จากปี 3535-2549 จำนวน 5 ผืน

      - มีเครื่องขยายเสียงชุดบันทึกเสียงไมโครโฟนแบบมีสายและไร้สาย มีเครื่องดนตรีแบบเดิมและประยุกต์เป็นเครื่องดนตรีสากล ฝึกหัดความสามารถสู่ความเป็นมืออาชีพทางการแสดง  

          

ประโยชน์/คุณค่า

       ของแหล่งเรียนรู้เพลงพื้นบ้าน-เพลงอีแซว 

       1. เร้าความสนใจให้นักเรียนเกิดความคิดอยากที่จะฟังและดูภาพการแสดงเพลงพื้นบ้าน

       2. นักเรียนสามารถรับฟัง ชมภาพการแสดงของศิลปินรุ่นครูในสมัยเก่าและยุคใหม่ได้อย่างง่าย ไม่ซับซ้อน

       3. ผู้ที่สนใจสามารถมาขอใช้บริการฝึกหัดเพลงพื้นบ้านได้อย่างสะดวก ใช้ได้ด้วยตนเอง

       4. เกิดการเรียนรู้ เกิดทักษะ และเห็นคุณค่าของศิลปะท้องถิ่น

       5. ทำให้นักเรียนมีความสามารถในการแสดงรับงานมีรายได้อย่างต่อเนื่องตลอดเวลาที่ยังคงศึกษาอยู่และตลอด ไป

(ชำเลือง มณีวงษ์. แหล่งเรียนรู้เพลงอีแซวด้วยสื่ออีเล็กทรอนิกส์. 2550)