เล่าประวัติเมืองหนองคายยามเย็นปี2550.....ถนนอาหารที่มากกว่าอาหาร

      

  วันเสาร์ผมมีสอนพิเศษที่มหาวิทยาลัย ตกเย็นตอนสี่โมงเย็นเลิกสอนเลยถือโอกาสเดินกลับ วันนี้เดินออกจากมหาวิทยาลัย คิดถึงคำครูอ้อยที่พูดทางโทรศัพท์ว่า "พี่ไปไหนอ่านอะไรจะเก็บเอาข้อคิดเหล่านั้นมาเขียนได้ วันนี้เห็นเขาทำขนมครกยังเก็บมาเขียนได้หลายตอน" ก็เลยขอเก็บบรรยากาศถนนอาหารที่เมืองหนองคายมาฝาก

               ถ้าใครอยู่หนองคายจะรู้จักดีว่าถนนอาหารก็คือถนนประจักษ์ เดิมทีถนนอาหารทางเทศบาลส่งเสริมริมโขงให้เป็นถนนอาหาร แต่อาหารมักเป็นแนวกินแบบหนุ่มสาวหรือครอบครัวที่หวานแหว๋วไปทานหรือไม่ก็เป็นงานฉลองจึงจะไปถนนริมโขงเช่นไปทานเนื้อย่าง กินไปนั่งดูน้ำโขงไปด้วยกินอาหารไปด้วย  ปัจจุบันใกล้ออกพรรษาก็จะคึกคักเป็นพิเศษเมื่อเทศบาลเปิดงานเทศกาลถนนอาหารและงานออกกพรรษาดูปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคที่จะเกิดในวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๐

           แต่มันแปลกดีอย่างหนึ่ง สำหรับคนจนอย่างพวกผมชอบเลือกถนนประจักษ์ที่เป็นถนนอาหารที่ขายทุกอย่างไม่ต้องมีบรรยากาศอะไรมาก ถนนอาหารที่หนองคายกลายเป็นสองเส้น อีกเส้นทางเทศบาลไม่ได้โฆษณาแต่กลับมีคนทั่วไปออกมาจับจ่ายตั้งเวลา ๑๕.๓๐ ๒๒.๐๐ น.นั่นคือถนนประจักษ์

           เมื่อเลิกสอนพิเศษวันนี้สี่โมงตรงแล้วก็นั่งโทรศัพท์คุยกับอาจารย์ขจิต ฝอยทอง จากนั้นก็โทรหาพี่สาวครูอ้อย(ออดอ้อนขอสื่อการสอน) แล้วเดินลงมาจากอาคารเดินออกไปร้านหนังสือ แต่คิดไปมาก็เลยเดินออกถนนมีชัยตรงท่าเสด็จแต่ไม่เข้าตลาดท่าเสด็จ เลี้ยวซ้ายออกไปทางทีทำการไปรณีย์หนองคายเดินต่อไปผ่านธนาคารกรุงไทย กสิกรไทย ออมสิน  ทางฝั่งขวามมือจะเป็นร้านขายของราคาประหยัด ร้านแสงสุวรรณ และร้านวันดี สโตร์ร้านโชว์ห่วยตามชานเมืองจะเข้ามาเลือกซื้อของร้านนี้ไปขายเพราะราคาประหยัดพอได้กำไรอยู่สู้กับห้างสรรพสินค้าดังเช่นโลตัส และบิ๊กเจียง ชาวบ้านผู้พิถีพิถันก็นิยมมาซื้อร้านนี้เพราะประหยัด เห็นร้านนี้แล้วจำคำหลายคนพูดได้ ร้านนี้ของราคาถูกบางอย่างวัดดีแพงกว่าร้านแสงสุวรรณบาทหนึ่งบางอย่างร้านแสงสุวรรณแพงกว่าร้านวันดีสโตร์บาทหนึ่งเราต้องเลือกซื้อเอาทั้งสองร้านอยู่ตรงสามแยกชื่นจิตถ้าเลี้ยวขวาก็จะเป็นร้านแดงแหนมเนืองอาหารที่ดังไปทั่วประเทศ ส่วนร้านน้ำดื่มชื่นจิตนั้นย้ายออกมาทำร้านขายน้ำอยู่ที่ถนนหนองคายโพนพิสัยหลังวัดหลวงพ่อพระใสเพราะสถานที่ที่กว้างขวาง

           เดินตามถนนถึงสี่แยกจวนผู้ว่าถ้าตรงไปก็จะเป็นโรงพยาบาลหนองคาย ผมตัดสินใจเลี้ยวซ้ายเดินผ่านโรงแรมพรรณทวีถึงสามแยกแล้ว แล้วเลี้ยวขวาไปดูหนังสือที่ร้าน อ.วัฒนา ดูหนังสือเปิดดูสารบัญเลือกหนังสือได้สองเล่ม เหลือบมองคนที่อยู่ข้างๆผมถามว่าซื้อหนังสืออะไรและยิ้มเขายกมือไหว้ทักทายกันสองสามประโยคแทน จากนั้นก็เดินออกร้านหนังสือเดินย้อนกลับมาทางเดิม แต่พอถึงสามแยกก็ตรงมาตามถนนประจักษ์ คราวนี้ห้าใดมงเย็นเห็นร้านค้าขายอาหารตั้งแต่คาวหวานครบ มีไก่ย่าง มีก๊วยเตี๋ยว ข้าวต้มที่ร้านดีดีโภชและร้านไทยไทย สองร้านนี้ขายแข่งกันมาแต่ผู้คนนิยมว่าดีดีโภชนาอร่อยกว่า เดินผ่านมาก็เห็นคนซื้อหารคนขายอาหารบางทีก็ภาคภูมิใจว่าเมืองนี้มีคนรู้จักทำมาหากิน ไม่ทำงานราชการก็ทำอาหารขายทำมาหากินที่สุจริต จึงทำให้เมืองนี้สงบน่าอยู่เป็นอันดับ ๗ ของโลก  (สำรวจโดยนิตสารไทม์ปี ๒๕๔๕)

               เดินผ่านหลังมหาวิทยาลัยอีกข้างเพราะมหาวิทยาลัยจะมีถนนสองข้างด้นหนึ่งเป็นถนนมีชัยด้านหลังเป็นถนนประจักษ์เลยมาถึงธนาคารกรุงศรีฯ ตรงสามแยกก็พบกับนักศึกษาที่ออกมานั่งขายขนมและอ่านหนังสือคู่มือสอบไปด้วย

              เด็กคนนี้ขยันมาตั้งแต่ชั้นประถมจนจะเข้ามหาวิทยาลัย จำได้ว่าตั้งแต่สมัยประถมเธอเลิกเรียนแล้วก็มานั่งขายขนมและข้าวต้มมัดขายประจำ  คนชอบใส่บาตไม่มีเงินมากก็นิยมซื้อขนมและข้าวต้มมัดสำหรับใส่บาตรพระตอนเช้าได้ดีนัก จึงเก็บภาพถ่ายเธอโดยไม่ได้ขออนุญาต จากนั้นก็เดินผ่านร้านมาถึงตรงข้ามสถานี บขส.หนองคายเห็นร้านเกมส์ร้านหนึ่งอยู่ข้างร้านทำฟัน เด็กชายราวสิบกว่าคนนั่งเล่นเกมในชุดนักเรียนและไม่ใส่ชุดนักเรียนก็มีรู้สึกเสาร์อาทิตย์ใดเดินผ่านก็มีแต่คนเดิมชุดเดิม....พ่อแม่บางคนก็ใจดีซื้อคอมพิวเตอร์ต่ออินเตอร์เนตให้ลูกเพื่อศึกษากลับกลับเล่นเกมส์จนไม่ทำอะไร พอกลับบ้านก้เข้าห้องนอนที่มีคอมพิวเตอร์จกลายเป็นมหันตภัยในห้องนอน 

  ที่บ้านและที่ร้าน

            เดินผ่านร้านเกมส์ใกล้ถึงที่พักก็จะผ่านบ้านหลังหนึ่งที่เปิดสอนคณิตศาสตร์เห็นเด็กนั่งรอครูราว ๒๐ กว่าคน เด็กเหล่านี้เสาร์อาทิตย์จะเรียนเสริมโดยไม่ใส่ใจเกมส์หรืออะไรที่ไม่มีประโยชน์... ใจก็เกิดความคิดขึ้นมาเด็กสองกลุ่มนี้ช่างต่างกันจัง พวกหนึ่งใฝ่เรียนอีกพวกหนึ่งใฝ่เล่นเกมส์ พ่อแม่จะรู้ไหมว่าลูกตนเองทำอะไรอยู่พ่อแม่ทำงานหนักหาเงินส่งลูกเรียน ตอนนี้ลูกกำลังจะเป็น ลูกลก ลูกลอก ลูกลาก แทนที่จะเป็นลูกผู้เป็นกุลบุตร 

           เดินนึกย้อนถึงเด็กที่ขายขนมช่วยแม่ ส่วนแม่ขายส้มตำอีกอยู่ข้างๆ อนาคตเขาคงต่างกันมาก ความกตัญญูบางครั้งไม่ต้องพูดมันก็ฉายแววออกมาเอง ถ้าข้าพเจ้ามีลูกอยากให้ลูกเป็นเด็กเรียนหรือเรียนแล้วถ้าพอช่วยพ่อแม่ทำงานก็อยากให้ทำเหมือนเด็กที่ขายขนมช่วยแม่ ใครที่มาหนองคายก็อย่าลืมซื้อขนมช่วยเด็กคนนี้ด้วยสนับสนุนคนขยันทำมาหากินไงครับ ดีกว่าสนับสนุนคนขี้เกียจและครอบครัวนี้แม่เธอตอนเช้าหรือเธอเองยังเอาเงินที่พวกเราซื้อของเจียดออกมาซื้อข้าวใส่บาตรพระทุกวัน.....คนหนองคายเป็นคนใจดีชอบทำบุญแต่เสียดายพระตื่นออกบิณฑบาตตีห้าถึงหกโมงตรงถ้าใครตื่นสายกว่านี้แล้วในเขตเทศบาลไม่ทันใส่บาตร  เพราะพระตื่นเช้ามาก จะไม่มีเหลือวัดที่บิณฑบาตหกโมงครึ่งวัดเดียวคือวัดศรีษะเกษ 

          สาเหตุที่พระหนองคายออกบิณฑบาตตั้งแต่ดึกเท่าที่สอบถามมีพระเล่าว่า เดิมทีก็สว่างแล้วจึงบิณฑบาต  แต่พอเจ้าคณะจังหวัดองค์ก่อนมาอยู่วัดโพธิ์ชัย(ปี ๒๕๓๔)ท่านก็ตั้งกติกาใหม่ว่าพระภิกษุสามเณรวัดโพธิ์ชัยจะทำวัตรเช้าหกโมงตรง ทำให้พระวัดนี้ต้องออกบิณบาตรตั้งแต่ตีห้าไม่ว่าฤดูไหนเพราะหลวงพ่อรูปนี้ท่านตรงเวลาหนาวร้อนฝนท่านก็ทำวัตรตอนหกโมงเช้า ทำวัตรเย็นเวลาหนึ่งทุ่ม  และวัดอื่นๆก็จะเริ่มเอาตัวอย่างตาม บางวัดก็ทำวัตรเข้าตีสี่และออกบิณฑบาตรตีห้า 

             นอกจากนั้นแล้วยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ เวลาเราใส่บาตรบางพระบางวัดจะไม่ให้พร จะไปให้ครั้งเดียวตอนท่านฉัน บางวัดยืนให้พรตอนที่เราใส่บาตรเสร็จ ถามว่าอะไรถูกผิด ถ้าดูตามประเพณีแล้ว การไม่ให้พรน่าจะถูกวินัยกว่าเพราะพระพุทธเจ้าสอนให้ออกบิณฑบาตโดยอาการสำรวม และพระไทยสมัยก่อนก็ไม่ให้พร จะให้ตอนก่อนฉัน.... 

         หากปีนี้ท่านได้เลื่อนตำแหน่ง ก็อย่าเปลี่ยนแปลงอะไรมากนักจงรักษาความดีที่ผู้บริหารคนก่อนทำไว้ จงรักษาส่วนดีและเพิ่มส่วนที่เขาทำบกพร่อง ท่านจะเป็นผู้นำที่ไม่เสียหาย เพราะเท่าที่สังเกตใครเป็นผู้นำแล้วรื้อกติกาของคนเก่าทิ้งหมดตั้งกติกาใหม่ บางทีก็ไปไม่ค่อยรอดหรือรอดก็เสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ไปหลายบาท.....