ในความเป็นจริงไม่มีใครรู้ได้ว่าตัวเองมีเวลาเหลืออีกเท่าไร ไม่แน่เสมอไปว่าคนอายุมากกว่าต้องตายก่อน บางคนไม่ทันเกิดก็ตาย บางคนตายแต่ยังเด็ก บางคนยังไม่ทันมีครอบครัวก็ตาย ความตายจึงเป็นสิ่งที่แน่นอนที่สุดเพียงแต่ เมื่อไร สำหรับเราอยู่มาหลายสิบปีแล้วเห็นอะไรมาเยอะ มีคนที่เรารักตายคามือก็หลายคนเราจึงเห็นสัจธรรมฃ้อนี้ดีเป็นอย่างยิ่ง จึงคิดว่า ณ วันนี้มีเวลาเหลือค่อนข้างน้อยเต็มที การใช้ชีวิตในแต่ละวันจึงอยู่กับความเข้าใจในความจริงที่สุด เราเฝ้ามองคนที่อยู่ใกล้ชิดอย่างห่วงใย เช่นลูก หลานตัวน้อยๆ สังคมในอนาคตจะยุ่งเหยิงแค่ไหน จะดำรงชีวิตเป็นสุขหรือไม่สุดที่จะคาดเดา สิ่งที่เกิดขึ้นตลอดชีวิตที่ผ่านชวนให้ฉงน ไม่เข้าใจที่ไปที่มา มีแต่คำถามว่าทำไมแต่ ตอบตัวเองไม่ได้ ตัวอย่างชีวิตที่อยู่ร่วมสังคมมีให้เห็นเยอะ แต่ชีวิตแต่ละคนมีครรลองเฉพาะของใครของมัน ลอกเลียนแบบกันไม่ได้เราจึงสนใจศาสตร์โหราด้วยความอยากรู้แต่ก็ไม่กล้าฟันธงในการทำนายเพราะยังไม่รู้และขาดการเชื่อมโยงอีกมากมันไม่ง่ายเลย เราทดลองดูดวงของตัวเองเพื่อดูสไตล์หรือวิธี หลักของนักพยากรณ์หลายๆคนก็ไม่มีใครที่จะดูแม่น บางครั้งเขาทำนายนิสัยเราก็นึกขำ ใครจะรู้ดีกว่าเราไปได้อย่างไร ดังนั้นอยู่มาจนถึงวันนี้อย่าว่าแต่ใครจะเข้าใจเราเลย ตัวเราเองยังไม่เจตัวเองเลย เขียนไปเขียนมาก็รู้สึกว่าเหมือนบ่นแต่มันก็เป็นความรู้สึก ณ เวลานี้ ดูเหมือนจะบันทึกเพื่อรอเวลาเดินทางไปศึกษา ดูงานที่สิงคโปร์ ในวันนี้เสียมากกว่า ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรเพราะไปครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 แล้ว แต่คราวนี้ห่างจากครั้งสุดท้ายค่อนข้างนาน ไม่รู้ว่าจะได้อะไรมาเล่าให้ฟังได้บ้าง รูปน่ะมีแน่นอน ยังไม่รู้วิธีแทรกรูปให้ดูได้เลย จะพิมพ์ก็ยังยากแล้วนะเนี่ย เอาเหอะแล้วจะลองพยายาม แล้วพบกันใหม่นะคะ
ว้น เวลาที่เหลือน้อย
คิดถึงความตายตลอดเวลาทำให้เรามีสติ
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ครูอ้อย แซ่เฮ · 7 ต.ค. 2550
คุณาวุฒิ ภูสิลิตร์ · 7 ต.ค. 2550
คุณาวุฒิ ภูสิลิตร์ · 7 ต.ค. 2550
เก็จถะหวา · 7 ต.ค. 2550
sirirat · 7 ต.ค. 2550
Pharmchompoo · 7 ต.ค. 2550