เวลาใครมาเที่ยวเมืองไทยเราถามว่าเอาอะไรให้เขาดู ผมว่าก็ธรรมชาติที่สวยงามน่ะซี ไม่ว่าเกาะ แก่งที่ไหนๆ ความงามของชายหาด ธรรมชาติที่เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน หรือแม้แต่วัดวาอาราม หรือเมืองเก่าอย่างสุโขทัย อยุธยา เป็นต้น นอกนั้นก็วัฒนธรรมต่างๆอันดีงามของเรา
ใครๆที่อยากมาเที่ยวเวียตนามนั้น จะมาดูอะไรครับ ดูความสวยงามแบบที่ผมกล่าวมาข้างต้นหรือเปล่า หากตั้งใจแบบนั้นละก็ผมว่าไม่สมหวังสักเท่าไหร่ หมายความว่า มีความสวยงามอยู่บ้าง แต่สู้บ้านเราไม่ได้ครับ
แต่ผมเสนอว่าควรจะมาดู ศึกษาประวัติศาสตร์ของและวิถีชีวิตของเขา ที่ใครๆที่เมืองไทยต่างก็พูดว่าภายในสิบปีข้างหน้าทุกอย่างเวียตนามจะก้าวไปข้างหน้าประเทศไทย ลองไปดูซิว่าจะเป็นเช่นนั้นไหม
เพียงข้ามด่านลาวบาวสู่ดินแดนเวียตนามภาพที่เห็นข้างหน้าก็ต่างจากลาวมากมายเมืองลาวบาวติดกับ Dakrong ทั้งหมดนี้เคยถูกอเมริกันทิ้งสารเคมีจนไม่มีต้นไม้สักตันเหลืออยู่บนภูเขา มีแต่หญ้า แต่ปัจจุบันชาวเวียตนามเขาไม่ยอมให้มีที่ว่างโดยเฉพาะรอบบ้านเขียวไปหมดและเขียวทั้งปี ก็ปลูก ปลูก และปลูกน่ะซีครับ เจ้าของถิ่นอธิบายว่าชาวบ้านบนภูจะปลูกกล้วยนานาชนิดตามที่ว่างต่างๆหลังบ้านและบนภูเขา กล้วยที่นี่ส่งไปขายทั่วประเทศ ปลูกข้าวไร่ในที่ว่างเหมือนชาวเขาบ้านเราทำข้าวไร่ ในเขตภูเขาที่มีน้ำก็จะปลูกข้าวนาดำ 3 ครั้งต่อปี แต่ในที่ราบลุ่มจะปลูกข้าว 4 ครั้งต่อปีแบบหว่าน ข้าวเป็นพันธุ์เตี้ย ผมดูความสูงประมาณสักไม่เกิน 2 ฟุตเศษออกรวงแล้ว บางพื้นที่ก็เกี่ยวเสร็จแล้ว
รอบๆบ้านจะปลูกขนุน และพริกไทยที่ปล่อยให้ป่ายปีนไปตามต้นไม้ที่ริดกิ่งก้านออกพอสมควร และปลูกต้นไม้ที่ให้พริกไทยปีนป่ายนั้นติดๆกันเลย ผมกะด้วยสายตราน่าที่จะประมาณห่างกันทุก 2 เมตร รอบบ้าน ทุกบ้านที่มีที่ว่าง
เหตผลที่ชาวเวียตนามปลูกอะไรเป็นบ้าเป็นหลัง หรือที่เรียกว่าขยันที่สุดนั้นเพราะอะไร เจ้าถิ่นให้เหตผลว่า เนื่องจากเวียตนามตั้งอยู่ในเขตมรสุมจัด ที่แปรปรวนที่ปี และลมพายุหรือดีเปรสชั่นก็แรงมากๆ เขามาเรื่องคุยเล่นกันว่า หากเข้าเมืองไทยช่วงฤดูฝนจะเป็นถุงทรายหน้าบ้านคอยกั้นน้ำมิให้ไหลเข้าบ้านยามน้ำหลากเพราะฝนตกหนัก แต่ที่เวียตนามจะเอาถุงทรายไปวางไว้บนหลังคาเพราะลมฝนมาพร้อมพายุตลอดเวลา ความแรงมักจะทำความเสียหายแก่บ้านเรือน สิ่งหนึ่งที่จะช่วยได้คือ ถุงทรายเอาไปทับสังกะสีหลังคาหรือแม้กระเบื้องบางจุด
เจ้าถิ่นบอกว่าความไม่แน่นอนของพายุนี่เองเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ข้าวในนา ต้นไม้ต่างๆเสียหาย แม้ข้าวที่กำลังจะเกี่ยวพรุ่งนี้ ก็พร้อมที่จะถูกลมพายุหอบเอาไปหมดภายในพริบตา ชาวเวียตนามจึงต้องทำนามากๆครั้ง และปลูกไม้เศรษฐกิจอื่นๆด้วยเพื่อเตรียมชดเชยสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเมื่อไหร่ จึงต้องปลูก ปลูก และปลูก นี่เป็นเหตผลที่น่าสนใจในเรื่องวิถีชีวิตครับ ส่วนในแง่ประวัติศาสตร์ จะตามมาครับ..ต้องเดินทางต่อแล้วครับ
สวัสดีครับพี่บางทราย
- ไม่ได้ตั้งใจมาคนแรกนะครับ แต่ว่าบังเอิญมาพบพอดีครับ ^_^
-วันนี้ตอนเช้าพี่จามบ้างหรือเปล่าครับ^_^ เพราะว่าท่านพ่อครูบาได้เอ่ยถึงและชื่นชมพี่ให้ผมกับพี่เอกได้เรียนรู้ครับ
-ยังไม่มีความเห็นเกี่ยวกับบันทึกนี้นะครับ อยากแวะมาสวัสดีและทักทายนะครับ
- มีบรรยากาศการเดินทางที่ปายของคุณพ่อครูบามาฝากครับ
http://gotoknow.org/blog/kmsabai/135554
สวัสดีครับ....
ซินจ๋าวค่ะองบู๊ท
หนิงอยากไปเที่ยวเวียตนามมากค่ะ กะว่าต้องไปให้ได้สักวันนึง
แต่วันนี้มารอติดตามผ่าน blog พี่บู๊ทก่อน อิอิ
ฝ่าฝนจริงๆ นะคะ วันนี้ได้ยินข่าวว่าที่ดงหลวง ฝนตกหนักมาก น้ำท่วมในหลายพื้นที่มากเลย แต่เห็นข่าวบอกว่าหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนตัวไปพม่าแล้วค่ะ ถ้าฝนไม่ตก ก็จะได้เดินทางได้ง่ายหน่อย
แล้วจะคอยอ่านตอนต่อนะคะ
สวัสดีครับท่านพี่บางทราย
ปล.ฝากบอกคุณหนิง ปีหน้าไปเที่ยวเวียดนามด้วยกัน จะได้ไม่ต้องจ้างล่าม
ขอบคุณครับ
ซินจ่าวครับพี่บางทราย
วันนี้เจอฝนไหมครับ แต่ที่แน่ๆต้องเจอเสียงแตรไม่ขาดระยะ และจราจรที่ขวักไขว่ในเขตเมืองใช่ไหมครับ
ขอให้พี่เดินทางปลอดภัยและสนุกกับการเดินทางครั้งนี้นะครับ
นี่คือการไปเยือนบ้านเมืองอื่นอย่างมีสาระ ได้รู้ได้เห็นวิธีคิด วิธีทำที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละที่ทำให้ความรู้ของเรางอกงาม และมีหัวใจที่กว้างขึ้นด้วยนะคะ
สวัสดีครับทุกท่าน
สวัสดีครับครู
8. พี่องุ่นคนสวย
สวัสดีครับคุณนาย
9. คุณนายดอกเตอร์
เคยไปเวียตนามประมาณ 3-4 ครั้งค่ะ ไปฮานอย โฮจิมินห์ เว้ ฮาลองเบย์ … แต่ละครั้งที่ไป ก็จะได้พบกับเสน่ห์ของเวียตนาม ซึ่งแต่ละครั้งที่ไปนั้นก็มีไม่ซ้ำแบบค่ะ …อยากไปอีก
อ.แป๋วครับ
ผมไปสองครั้งก็อยู่ภาคกลางเท่านั้น อยากไปเหนือกับใต้อีก แต่อยากไปแบบไปเองไม่ต้องไปกับทัวร์เพราะเราจะเต็มที่กับสิ่งที่เราสนใจ ไม่เช่นนั้น เดี๋ยวขึ้นรถ เดี๋ยวกิน แล้วขึ้นรถ อิอิ
บู๊ท ครับ
ทีหลังจะไปส่งข่าวมาบ้างซิ ผมรอหาเกลอเก่าจะได้ร่วมเดินทางไปด้วยกัน ผมยังรำลึกถึงเมืองเว้ ดานัง และฮอยอัน อยู่เสมอ เคยไปเมื่อช่วงวิกฤติไข้หวัดนกครั้งยิ่งใหญ่ จำได้ว่ากลับถึงกรุงเทพฯ ถูกส่งไปให้แพทย์ตรวจ และสั่งพักงานทันที 7 วันเพื่อรอดูอาการ ต้องหอบงานไปทำอยู่ที่บ้านสารภี อย่างโดดเดี่ยว
ไม่ได้ซื้ออะไรกลับมา นอกจากมิตรภาพและความเข้าใจอันดีต่อกัน กับ Guide ที่คบหากันทาง internet เป็นพี่น้องที่รับรู้ทุกข์สุขกันอย่างต่อเนื่อง ผมว่าสิ่งที่มีค่ามากกว่าวิว ทิวทัศน์ คือเพื่อนมนุษย์ ถูกต้องใช่ไหมครับ
แล้วอย่าลืมนะเพื่อน ถ้าเป็นหลวงพระบางได้ก็จะยิ่งชอบมาก ๆ
อยากขึ้นเชียงใหม่ แล้วขอไปซุกหัวนอนบ้างได้ไหมเพื่อนรัก บอกมาซะดีดี