แนวนโยบายการดำเนินงานส่งเสริมการเกษตร ปี 2551


กรมส่งเสริมการเกษตร ก้าวสู่ยุคใหม่ วันนี้ต้องมาเพื่อประกาศยุคใหม่ให้ชัดเจน

                วันนี้ ขอนำสิ่งที่ตกค้างอยู่ในสมุดบันทึก มานำเสนอ ที่คิดว่า เป็นรายละเอียดที่จะเป็นประโยชน์สำหรับเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการเกษตร ที่ไม่ได้มีโอกาสเข้ารับฟัง ได้รับทราบ คือ เรื่องแนวนโยบายการดำเนินงานส่งเสริมการเกษตร ปี 2551  ที่ท่าน  อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร (ทรงศักดิ์ วงศ์ภูมิวัฒน์)    ได้มอบในเวทีสัมมนาแนวทางในการบริหารโครงการส่งเสริมการเกษตร ปี 2551  ของกรมส่งเสริมการเกษตร    เมื่อวันที่ 24  กย. 50   ณ โรงแรมรามาการ์เด้น กรุงเทพฯ  

                      

            นายทรงศักดิ์ วงศ์ภูมิวัฒน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรมอบนโยบายสงเสริมการเกษตร ปี 51

        ท่านอธิบดีได้มอบแนวนโยบาย โดยมีรายละเอียดเนื้อหาสาระ    ดังนี้ค่ะ....   

  • วันนี้..ที่พูดเป็นเพียงแนวทาง...ต้องมีการปรับใช้จริง      
  • กรมส่งเสริมการเกษตร ก้าวสู่ยุคใหม่ วันนี้ต้องมาเพื่อประกาศยุคใหม่ให้ชัดเจน
  • งบฯในปีนี้ ได้เพิ่มมากกว่าปีที่แล้วนิดเดียว  ได้งบฯบุคลากรเพิ่ม 2-3 %      
  • ปี 50  ได้งบฯ 4,100 กว่าล้าน  ปี 51 ได้ประมาณ 4,300 กว่าล้าน
  • ปี 51 กรมตั้งงบประมาณ ขอไปร่วมหมื่นล้าน  แต่ได้รับคำยืนยันให้ทำ แค่นี้
  • ที่ขอหมื่นล้าน เพื่อยืนยันว่ากรมส่งเสริมการเกษตร จะขอทำงานเป็นวิธีการทำงานแบบดั่งเดิม คือ resourse based economy เราต้องของบฯ ปัจจัย เครื่องมือ เพื่อช่วยเหลือพัฒนาเกษตรกร  แต่รัฐบาลให้เท่าเดิม  ยืนยันให้อยู่ในโลกของ knowledge based  คือ โลกของภูมิปัญญา
  • เมื่อเราออกจากป่าถ้ำ เมื่อหมื่นปีที่แล้ว อยู่ตามแม่น้ำลำธาร มีทรัพยากรมากมายตามริมน้ำ  ชุมชนที่อยู่ห่างน้ำจะลำบากมาก ชุมชนที่อยู่ริมน้ำจะได้รับการพัฒนามาก เพราะว่าใช้ resourse based  เป็นหลัก  องค์กรใดในอดีต ตั้งอยู่บน resourse based  ก็จะมีฐานะที่ดี   แต่ไม่จริงเสมอไป  เพราะว่าอดีตแอฟริกา ก็เจอทองคำ แต่ก็ยังจน  สิงค์โปร์ ไม่มีอะไรเลย แต่กลับเจริญ รวย ค่าจ้างรัฐมนตรีแพงที่สุด เพราะว่าอุดมด้วยปัญญา
  • ตั้งแต่แผนฯ 8 เป็นต้นมา เป็นยุค knowledge based   กรมฯมีชื่อเสียงเรื่อง KM   ซึ่งเป็นที่เอ่ยถึงตลอดเวลา เมื่อวันก่อนได้ทำสัญญาณแบบ KM
  • เรื่อง KM ให้กองวิจัยฯ ดู แต่เอาไปใช้กับทุกกองสำนักฯ เหมือนคอมพิวเตอร์ เป็นตัวที่ทำให้งานกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นเรื่องเป็นราว เพราะว่า เราจะต้องนำ K (ความรู้) ไปให้เขา
  • เราจะเดินสู่ยุค knowledge based   ปัจจัยต่างๆ ไม่มี  คนเราจะเป็นแหล่งความรู้ทั้งหมด เรามีเครื่องมือต่างๆ หลายตัว เราเรียกความรู้ต่kงๆว่า K  ต่างๆ  เช่น K1   การบริหารจัดการ   K2   การบริหารทรัพยากร  K3   การทำปุ๋ย  K4   การปลูกต้นไม้ใช้หนี้  ฯลฯ มีทีมส่วนกลาง ทำรวบรวมสรุป ให้ท่านพกติดตัวไปทำงาน
  • นำไปสู่การปฎิบัติ  โดยใช้ทรัพยากรจาก 3 แหล่ง 

          1. งบฯ อบต. ,อบจ.

          2. งบฯ ธนาคารออมสิน  (ผ่านทางวิสาหกิจชุมชน) 

          3. ธกส.  ( ให้ลักษณะ เป็นกลุ่ม)

  • งบฯ ต่างประเทศ งบฯวิจัย โมเดลต่างๆ ไม่ใช่การพัฒนาอีกแล้ว
  • เราให้ความรู้เกษตรกรผ่านกลุ่ม  ทำเวทีประชาชน ทำแผนความต้องการ  จนท.เราชี้แนะวิชาการ  ทำอย่างไร ถ้าเอางบฯ กสก.ไม่มี  ต้องทำแผน โครงการขอ อบต.
  • ให้ท้องถิ่นลงทุน  ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือ  ให้ กษต. บอก กษอ. แจ้ง กษจ. ขอท่านผู้ว่าฯ  จังหวัดจะมีงบฯลงทุน และงบฯฉุกเฉินต่างๆ
  • ต้องศึกษาเรื่องการใช้องค์กรต่างๆ ให้เป็นประโยชน์
  • การทำงานอย่าคิดว่ามีกองอะไรบ้าง  ให้คิดว่าจุดปะทะอยู่ที่ตำบล  ทหารราบ คือ เกษตรตำบล  (ก็ไม่ครบทุกตำบล)  ใช้กลุ่มเกษตรตำบล เน้นการบริหารจัดการ  ทำเข้า KM  ใช้ศูนย์บริการฯ เป็นหลัก    
  • วันนี้การทำงาน เราต้องมีทั้ง IQ ( ความฉลาดทางสติปัญญา )EQ (ความฉลาดทางอารมณ์)  และ Social Intelligence  (ความฉลาดทางสังคม)  เป็นเรื่องส่วนรวม 
  • เรามีกลุ่มแม่บ้านฯ กลุ่มยุวฯ กลุ่มพ่อบ้าน  รวมเป็นสายใยรัก สร้างสรรค์สังคม สร้างชุมชน    มีอาสาสมัครเกษตร แสนกว่าคน  เป็นขุมทรัพย์บุคลากร ช่วยเราทำงาน   มีวิสาหกิจชุมชน เป็นสถาบันเชิงธุรกิจ   เป็น Social life อยู่ที่มือเรา  อีกงานคือ คลินิคเกษตรเคลื่อนที่  โครงการสายใยรักฯ
  • การทำงานต้องพัฒนาไปอีกขั้น  เอาเกษตรตำบล เป็นที่ตั้ง  ปีนี้เป็นปีที่สร้าง K ของทุกเรื่อง  ไม่ต้องทำเองทุกเรื่อง  ถ้าเป็นประมง  ประสานประมง เอา K มาไว้ที่เว็บไซด์
  • ปีนี้ เป็นจุดที่พลิกผันงานของกรมฯ 2 จุด  เป็นจุดคานดีดคานงัด

          1. ทำศูนย์ข้าวชุมชนให้มีประสิทธิภาพสูงสุดได้อย่างไร

           2. ศูนย์คัดแยกผักและผลไม้ระยะยาว         

  • ศูนย์คัดแยก ฯ เป็นความรู้โดยบังเอิญ ได้มาจากภาคใต้  ตัวนี้ เป็นจุดทำงานอีกตัว ถ้าเราทำตรงนี้ได้
  • ความหลากหลายของกรมฯ เรามีเยอะ ขึ้นกับ K อย่างที่ว่า ต้องพัฒนาคนของเราเอง  กรมฯต้องการนักปรัชญาเพิ่ม นักคิด สร้าง ประยุกต์ใช้ เพิ่มคุณภาพชิวิตเรา และเกษตรกร
  • พัฒนาด้านความรู้ พัฒนานักคิด ต้องการอย่างน้อย 2,000 คน ภายในแผนฯ 10  คน 20% จะนำคนที่เหลือได้อย่างไร  ที่ผ่านมา คน 3-4 คน นำทั้งกรมฯ ไม่ไหว ไม่ถูก
  • ต้องมีการฝึกอบรม ตอนนี้มีการอบรมผู้นำคลื่นลูกใหม่ เกษตรอำเภอ เกษตรจังหวัด
  • ที่พูดทั้งหมดนี้ มาลงที่เศรษฐกิจพอเพียง  เป็นปรัชญา การคิด มาประยุกต์ใช้ เพื่อยกคุณภาพชีวิต โดยผ่านปรัชญาตัวนี้
  • ต้องทำความเข้าใจปรัชญา ส่วนใหญ่ดูวิธีการทำงานเลย แต่ไม่เข้าใจปรัชญา  การตั้งศูนย์เศรษฐกิจพอเพียง เป็นรายละเอียด
  • เศรษฐกิจพอเพียง ตัวชี้วัดคือ การพึงพาตัวเอง โดย

            1.  เริ่มที่คน เป็นศูนย์กลาง เอาความรู้ ความคิด หลักปรัชญา วิธีการทำงาน ที่อธิบายได้ ไปให้เขา

            2. ลดการพึ่งพาตลาดภายนอก มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรในชุมชน  

            3. เน้นการมีส่วนร่วม  เป็นการปรึกษาหารือ ทำ KM ร่วมกัน ทำงานอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้

             4. สร้างอุดมคติ  ปลูกฝังทัศนคติ อุดมการณ์ที่ถูกต้อง

  • สรุป   กรมฯ เดินมาถึงจุด เป็นภูมิปัญญา เห็นพัฒนาการเข้าสู่ KM   มีการเก็บบันทึกข้อมูล Databased  Information Knowledge  Wisdom  สะสมความรู้ ความสามาถคาดคะเน จัดทำแผนฯ คาดคะเนความเสี่ยงของกรมฯได้
  • กรมฯ ตองมีการปรับอีกหลายเรือง Databased ต้องปรับอีกเยอะ
  • กระบวนการ KM  รวบรวมข้อมูล จดบันทึก Tacit  ที่มีอยู่ 80% ทำอย่างไรให้ออกมา  เมื่อเห็นร่วมกัน การทำงานง่ายขึ้น 
  • ปีหน้า  นโยบายให้มีการประชุมที่โรงแรมน้อยที่สุด  ต้นทุนเยอะ ถ้าใช้ศูนย์ปฎิบัติการ 48 ศูนย์ ที่เรามีอยู่จะประหยัด  ให้ทุกกอง สำนักฯ จัดทำแผนอบรม สัมมนา เสนอมาวางแผนร่วมกัน   การพิมพ์เอกสารต่างๆ  ให้โรงพิมพ์ ดำเนินการ...

          - คลิก Powerpoint  ประกอบการบรรยายได้ที่นี้ค่ะ..

          http://gotoknow.org/file/nantating/01.pdf

 

นันทา ติงสมบัติยุทธ์

6 ตค.50 

 

 

 

 

 

หมายเลขบันทึก: 135511เขียนเมื่อ 6 ตุลาคม 2007 14:07 น. ()แก้ไขเมื่อ 29 เมษายน 2012 13:06 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (7)

สวัสดีครับพี่

  • ยังไม่ชัด เยอะเหมือนเดิม
  • ขอแบบชัดๆจะให้ทำอะไรสัก1-3 อย่าง
  • ขอบคุณพี่มาก  ครับ

สวัสดีค่ะพี่   P

  • ขอบคุณนะคะที่นำมาเล่าให้ฟัง
  • จะได้เตรียมรับมือถูกว่าจะจัดการงานยังไงเมื่อ งบฯ น้อย
  • คิดว่าปีนี้ คงจะดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมานะครับ เห็นผู้บริหารเริ่มเดินเครื่องตั้งแต่ต้นปีเลย
  • สวัสดีค่ะ..คุณ  P   เกษตรยะลา 
  • คงเป็นเพียงแนวคิด แนวนโยบายกว้างๆ ของท่าน อธส. 
  • คงต้องแปลงสู่การปฎิบัติให้ชัดเจนอย่างที่ว่าต่อไปนะคะ...
      
  • สวัสดีค่ะ..น้อง P  TuDToo
  • เตรียมตั้งรับไว้ได้เลยค่ะ.. ทำอย่างไรให้สามารถทำงานได้มากขึ้น แม้งบฯจะน้อยลง
  • ต้องใช้ภูมิปัญญา อย่างที่ท่าน อธส. ให้นโยบายไว้นะคะ...
  • สวัสดีค่ะ..คุณ P   หนุ่ม ร้อยเกาะ
  • ก็หวังว่า..ปีนี้..การทำงานส่งเสริมการเกษตรคงจะมีทิศทางที่ชัดเจนขึ้น...อย่างที่ว่าค่ะ...(สาธุ)
ไพโรจน์ ลิ้มจำรูญ

คนลด งานเพิ่ม เงินเท่าเดิม ต้องคิดถึงการบรอหารงานในภาวะจำกัดนะครับ แล้วจะรู้ว่าควรทำอย่างไร

 

อยากฝากเรื่อง knowledge society gik8;imevpjk'wi

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี