เคยสั่ง ดอกไม้ให้แฟนมั๊ยครับ...
เวลาที่เราไปร้านดอกไม้ แล้ว อยากสร้างความประทับใจแฟนสาวด้วยดอกไม้งามๆ สักช่อหนึ่ง คำถามที่ร้านดอกไม้จะถามเราก็คือ ..จะจัดแบบไหนดีค้า...
ชายหนุ่มกับเรื่องจัดดอกไม้คงไม่ใช่เรื่องถนัด...ดังนั้นเจ้าของต้องมาอธิบายล่ะครับ ว่ามีดอกอะไรบ้าง จัดกับอะไรถึงจะสวย และ ส่วน่ใหญ่เค้านิยมอะไรกัน ดอกอะไร เหมาะกับงานอะไร
ดอกอะไรมีความหมายอะไร และ อีก....โอ้ย...มากมาย
วิธีการที่ดีที่สุดคือ การที่เจ้าของต้องอธิบายให้เราทราบ โดยการหยิบดอกไม้มาจัดๆ ให้เราดู...ถ้าสวยก็...โชะเลยครับ เอาแบบนี้แหละ
วิธีการแบบนี้ถือเป็น “การบอก” แบบหนึ่งว่า คนจัดดอกไม้จะจัดดอกไม้ออกมาอย่างไร
...
Conceptual design เป็นการออกแบบแนวความคิด เป็นวิธีการที่มีความจำเป็น
และผมว่าเป็นตัวตอบรับ Requirement ที่ดีที่สุดครับ ...
เพราะจะบอกชัดว่า เรื่องที่ได้รับ มีการตอบรับ และ ดำเนินการไปในทิศทางใด สอดคล้องกับ Requirement หรือไม่ <p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">ถูกใจหรือเปล่า….ว่างั้นเถอะ</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">…</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">ในระบบ AEI กำหนดไว้ว่าจะต้องมีการทำ Conceptual Design เพื่อยืนยันกับ ลูกค้าก่อนทุกครั้ง เพื่อเป็นการลดข้อผิดพลาดจากการทำผิด Requirement และ เพื่อเป็นการช่วยในการสื่อสารในทีมออกแบบด้วยว่างานที่ออกมาจะเป็นเช่นใด </p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">Conceptual design สามารถทำได้หลายรูปแบบครับ ตามกำลัง และ ความสามารถ อาจจะเริ่มตั้งแต่ คำอธิบายเพิ่มเติม เช่น ต้องการเครื่องให้ความร้อนให้กับชิ้นงาน ก็อาจจะเขียน Conceptual design ออกมาเป็น</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">Conceptual design เครื่องให้ความร้อน </p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">ออกแบบโดยใช้โครงสร้างสายพาน แบบ ใช้โซ่ในการลำเลียง (Chain conveyor) โดยติดตั้งตัวลำเลียงบนโซ่ให้สามารถลำเลียงผลิตภัณฑ์ได้ห้าชนิด ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ A B C D และ E ในชุดให้ความร้อน ใช้ ความร้อน จาก Blower ที่ใข้ LPG เป็นเชื้อเพลิง ลำเลียงผ่าน Hood ที่ออกแบบให้ใช้ฉนวนกันความร้อน พร้อมระบบความปลอดภัย ระดับ A… </p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">อันนี้ง่ายสุดครับ </p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">มากไปกว่านั้นก็เป็นภาพแสดงล่ะครับ ซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่ว่าจะทำออกมาในลักษณะใด</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">ซึ่งไม่ว่าจะทำอะไรออกมา ก็อย่าลืมเอาไปให้ ลูกค้าดูนะครับ ว่า “ใช่สิ่งที่อยากได้” หรือไม่</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">…</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">Conceptual design นอกจากไว้ใช้กับลูกค้าแล้ว ประโยชน์สูงสุดก็คือ นำมาใช้งานกับทีมออกแบบ</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">ทีมออกแบบจะเข้าใจได้โดยง่ายว่า Concept ของงานนี้คือ อะไร เวลาที่ลงรายละเอียด จะได้ ตรงกับ Concept…</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">ดังนั้น เริ่มงานครั้งใดอยากให้ระบุ Concept ของงานให้ขัดเจนก่อนนะครับ </p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">ไม่ใช่เอาแต่ศัพท์ “Concept” มาใช้ ว่างานนี้มี Concept</p>เดี๋ยวทีมออกแบบ เค้าจะงงใน “Concept” นะครับ <div style="border-right: medium none; padding-right: 0cm; border-top: medium none; padding-left: 0cm; padding-bottom: 1pt; border-left: medium none; padding-top: 0cm; border-bottom: windowtext 1pt solid">To be continue….</div><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">ตัวอย่าง Concept : Blog การบริหารงานวิศวกรรม</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">เขียนเรื่องงานวิศวกรรมออกเป็นตอนๆ โดยแต่ละตอนมีเนื้อหา จบในตอน ไม่ยาวเกิน 3 กระดาษ A4 (จากการสำรวจ คนส่วนใหญ่ที่อ่าน Web ไม่ค่อยชอบอ่านอะไรนานๆ) เริ่มเขียนตั้งแต่ เริ่มต้นงาน ไปทีละเรื่อง จนกระทั้ง ส่งงานเสร็จ อาจเพิ่มในส่วนของ บริการหลังขายได้ ถ้ามีคนสนใจ</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">รูปแบบในการเขียน พยายามอย่างเขียนให้ออกเป็นวิชาการมากนัก เพราะต้องการให้สามารถอ่านได้หลายกลุ่ม แต่ กลุ่มเป้าหมายคือ คนที่สนใจ และ ต้องการออกแบบ ระบบงานวิศวกรรมของตน ให้สามารถ ดำเนินการได้ตามแผน และ ลดปัญหาอันเนื่องมาจากการเตรียมการให้มากที่สุด</p>ต้องทำการประชาสัมพันธ์ให้มีคนเข้ามาอ่าน และ มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเยอะๆ เพื่อให้เกิดการเติมเต็มของบทความ <p> </p>
คุณ naree suwan มีปัญหานี้ขอแนะนำให้อ่านตอนก่อนหน้านี้ครับ เรื่องของการทำ Requirement
http://gotoknow.org/blog/myengineeringstyle/134677
"เจ้านายสั่งงานตามใจฉัน" อันนี้ถูกแล้วครับ เพราะว่าเค้าเป็นคนสั่ง เราเป็นคนทำ แต่ถ้า"เปลียนใจบ่อยตรงนี้จะเป็นปัญหา" ผมเลยคิดว่าการทำ Requirement จะช่วยได้ครับ
เราไม่ได้ห้ามลูกค้าเปลียนใจ หรือ เปลียนแปลงงาน แต่แค่จะสื่อสารให้รับรู้ว่างานที่เรารับจากเค้ามา "โจทย์มันเปลี่ยน" ครับ
อันนี้ประสบการณ์ตรงเลยครับ ตอนที่เริ่มทำ Requirment ใหม่ๆ ลูกค้าจะรู้สึกอึดอัด เพราะ จริงๆแล้วตนเองก็ไม่ทราบว่าต้องการอะไร เคยแต่สั่งงานง่ายๆ (แต่งานยาก) พอผ่านไปสักพักก็เกิดการเรียนรู้กันเองครับ ว่าต้องเตรียม Requirement ให้ชัดเจนมากขึ้น
เจ้า Conceptual design นี่ช่วย firm ได้เยอะเลยครับ จากจุดนี้แล้ว ทำอะไรต่อ ขอให้ติดตามกันตอนหน้านะครับ
ขอบคุณสำหรับ ความเห็นครับ ถ้าชอบอะไรเบาๆ ลองเข้าไปอ่าน "วิธีทำให้นาย ด่า" ของผมดูได้นะครับ ที่ http://gotoknow.org/blog/jobissuch/toc
ตอบคุณป้าแดงนะครับ
ตามความเข้าใจของผม ทั้ง Theme และ concept ต่างแปลว่ารูปแบบทั้งคู่ คนไทยมักใช้ทั้งสองคำในรูปแบบงานศิลป
อันนี้คัดมาจาก wikipedia
ผมเข้าใจว่า Theme มีความหมายถึงรูปแบบในเชิงศิลป ครับ
ส่วน concept หมายถึงรูปแบบในเชิงความหมาย (Bearer of Meaning) เอาไว้ใช้อธิบายสิ่งต่างๆ ครับ
ไม่ทราบจะทำให้ป้าแดงหายงง หรือ เปล่านะครับ
-------------------------------------------------------
แอบเข้าไปดู Profile ป้าแดงแล้วทำให้นึกถึงแม่ครับ เพราะ แม่เลี้ยงผมเป็นพยาบาลอยู่ที่หนองคายเหมือนกันเลย แต่ตอนนี้ เกษียณ แล้วนะครับ
ปกติเรื่องดอกไม้ ผมพอถนัดอยู่บ้างครับ แต่เรื่องดอกเบี้ยให้ดีอย่าไปยุ่งครับ ยกเว้นเราเป็นฝ่ายได้ครับ...
ใดๆ ในโลก ล้วนอนิจจังครับ มีดี ต้องมีด้อย มีได้ ต้องมีเสีย (เอ๊ะจะเล่นกำถั่ว หรือจะออกแบบเนี่ย) อะไรประมาณนั้น Conceptual ก็เหมือนกันครับ การออกแบบ Conceptual เพื่อตอบสนองความต้องการเดียวกันนี่แหละ เราสามารถทำได้หลายรูปแบบ ดังนั้น ผู้ออกแบบต้องสามารถบอกได้ว่า แต่ละแบบ มีข้อดี และ ข้อด้อย อย่างไรบ้าง และสามารถเปรียบเทียบให้ลูกค้าดูได้ว่า แบบไหนที่เราคิดว่าดีที่สุดสำหรับคุณ เพื่อให้นำเสนอลูกค้าในแบบที่เราคิดว่าดีที่สุด
เทคนิคการประเมินผมก็ไม่รู้ว่าจะประเมินยังงัย รู้แต่ว่าคงมีแหละ ไม่รู้ว่าท่านพี่พอมีคำแนะนำดีๆ ไม่มีด้อย ให้ได้นำไปใช้หรือเปล่า
รออยู่ฮับ
ตอบคุณ Spider vEe นะครับ
เทคนิคการประเมินว่า Conceptual design เราดีหรือไม่ดูได้จากสองที่ครับ
1.ฝั่งลูกค้า พอใจในรายละเอียดของงานที่ถ่ายทอดรายละเอียด ได้ตามความต้องการที่ตั้งไว้
2.ฝั่งออกแบบ สามารถนำ Conceptual design ที่ได้มาไปทำการออกแบบได้ต่อโดยไม่ต้องกลับมาถามเพิ่ม
ถ้าได้ดั่งนี้ก็เอาไปเลยครับ 5 ดาว
สวัสดีครับ
ตามมาลุยอ่านรวดเดียวเลยครับ ได้ความรู้เยอะเลย เข้าใจง่ายดีครับ จะตามอ่านต่อครับ
เมื่อไหร่จะมี ภาค 5 ครับเนี่ย รออยู่นะครับ ตอนนี้งานโครงการผมเริ่มติดขัดครับ ทำถึง Conceptual design แล้วกำลังจะไปนำเสนอลูกค้าแต่ยังไม่รู้จะนำเสนอยังงัยดี เพราะคิดไว้หลายแบบ กำลังหาวิธีประเมินให้ดูแล้วเป็น Engineering ครับ นึกว่าพี่มีภาคต่อแล้ว แหมให้รอนานจังนะครับ ผมลองถามเพื่อนผมเรือ่งประเมิน เพื่อนให้คำแนะนำมีว่าการประเมิน หลักๆ มี 5 หัวข้อ ผมจำไม่ค่อยได้ครับ รู้แต่ว่ามีเรือง Cost ๆ กับ อะไรตี้ๆ นี่แหละครับ อะไรประมาณนั้น พี่ช่วยแนะนำเพิ่มเติมหน่อยครับ
จะรอครับ
กลับมาเขียนให้แล้วนะครับ ...