จุดเริ่มต้นของเรา
พัฒนาการการจัดบริการดูแลรักษาผู้ป่วยเบาหวานโรงพยาบาลอุดรธานี
-
ก่อนปี 2540 มีการจัดบริการคลินิกเบาหวานแบบตั้งรับเท่านั้น
-
ปี 2540 เป็นต้นมา จัดบริการคลินิกเบาหวานในโรงพยาบาลแบบ One stop service เพื่ออำนวยความสะดวกในการรับบริการของผู้ป่วย แต่ยังไม่มีการประสานการดูแลต่อเนื่องกับสถานบริการในเครือข่าย
-
ปี 2547 กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายให้โรงพยาบาลจัดระบบการดูแลผู้ป่วยตามกลุ่มโรคเป้าหมายรวมทั้งโรคเบาหวานด้วย โรงพยาบาลอุดรธานีจึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อพัฒนาระบบการดูแลและรักษาผู้ป่วยเบาหวานขึ้น (DM Disease management ) เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2547 ตอนเริ่มต้นทีมมีเพียง 9 คน ได้แก่ อายุรแพทย์ เภสัชกร พยาบาลจากอายุรกรรม เวชกรรมสังคม และโภชนาการ ต่อมาได้ทบทวนคณะกรรมการใหม่หลายครั้งเพื่อให้ครอบคลุมทีมสหสาขาวิชาชีพมากขึ้นและครอบคลุมทุกจุดบริการของเครือข่ายเพื่อสะดวกในการเชื่อมโยงงานการดูแลรักษาผู้ป่วยเบาหวานให้ครบวงจร
|
เป้าหมาย |
|
ผู้ป่วยเบาหวานในเขตรับผิดชอบทุกคนมีชีวิตยืนยาวใกล้เคียงกับคนปกติ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี |
|
แนวคิดและกิจกรรมเพื่อบรรลุเป้าหมาย |
| 1. ค้นหา คัดกรอง และ ลงทะเบียนรักษาผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมด |
| 2. สร้างเสริมป้องกันโรคในกลุ่มเสี่ยง |
| 3. พัฒนาจุดบริการทุกจุด (สอ./PCU,คลินิกเบาหวาน,ER,IPD ) ให้มีคุณภาพมาตรฐาน |
| 4. เชื่อมโยงการดูแลรักษาผู้ป่วยระหว่างจุดบริการให้มีความต่อเนื่อง ครอบคลุมองค์รวม |
กระบวนการพัฒนาคุณภาพ
เราเริ่มดำเนินการจากการพัฒนาศักยภาพแกนนำ จัดอบรม ประชุมทีมต่างๆ เพื่อกำหนดเป้าหมายร่วมกัน กำหนดแนวคิดและกิจกรรมเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกัน ร่วมมือกันกำหนดแนวทางการปฏิบัติการดูแลรักษาสำหรับทุกจุดบริการ ประชุมชี้แจงแนวทางต่างๆกับผู้ที่เกี่ยวข้องให้ทราบ กำหนดตัวชี้วัด และการติดตามผลต่างๆ แล้วเริ่มดำเนินการไปตามแผน
| สอ./PCU | กำหนดกลุ่มเป้าหมายจากประชากรทั้งหมด |
| กำหนดแนวทางการคัดกรอง และวินิจฉัย | |
| จัดระบบลงทะเบียนรักษา | |
| จัดแนวทางการดูแลรักษาเบื้องต้นที่ สอ./PCU | |
| จัดแนวทางการส่งต่อคลินิกเบาหวานโรงพยาบาลเพื่อรักษาต่อเนื่อง | |
| จัดทำแนวทางการเยี่ยมบ้าน | |
| จัดแนวทางการขอคำปรึกษาจากทีมพี่เลี้ยง โรงพยาบาลอุดรธานี | |
| คลินิกเบาหวาน | จัดแนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยเบาหวานที่คลินิกเบาหวาน |
| จัดแนวทางการให้สุขศึกษาโดยสหสาขาวิชาชีพ | |
| ทบทวนและติดตามตัวชี้วัด | |
| ห้องฉุกเฉิน | จัดทำStanding Order ภาวะฉุกเฉินได้แก่ Hypoglycemia,DKA,HHS |
| หอผู้ป่วยใน | จัดทำแนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยขณะนอนรักษาในโรงพยาบาล |
| จัดทำแนวทางการเตรียมจำหน่ายแบบสหสาขาวิชาชีพ | |
| จัดทำแนวทางการดูแลต่อเนื่อง/การเยี่ยมบ้าน | |
| ทบทวนเฝ้าระวังความเสี่ยงทางคลินิก | |
| การออกแบบ DM Hospital to home care pathway สื่อสารการใช้ และปรับปรุงหลังประเมินผลการใช้จนใช้ได้ผลดี | |
| การติดตามเครื่องชี้วัด |
สภาพการพัฒนาช่วงเริ่มต้น
การค้นหา การคัดกรอง ยังทำได้น้อย มีแนวทางการปฏิบัติและการดูแลรักษาทุกจุดบริการแต่การทำความเข้าใจยังน้อย การสื่อสารยังไม่ทั่วถึงในระดับผู้ปฏิบัติงาน ผลการปฏิบัติยังไม่ครอบคลุมประเด็นคุณภาพ การควบคุมโรคยังทำได้ไม่ดี ยังมีภาวะแทรกซ้อนมาก มีอัตราการกลับมาเข้านอนรักษาในรพ.ซ้ำสูง ทีมเครือข่ายแต่ละระดับยังเชื่อมโยงงานได้ไม่ดีและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนยังน้อย
เข็มมุ่งการพัฒนาปี2549
มี 2 ประเด็น คือ การสร้างทีม และการวางแผนจำหน่าย /ดูแลต่อเนื่อง
1.การสร้างทีม มีทีม 4 ระดับที่เข้มแข็ง โดยมีสมาชิกทีม และ งาน/กิจกรรม ดังนี้
| ระดับของทีม | สมาชิกทีม | งาน / กิจกรรม |
| ระดับกลุ่มงาน | แพทย์ / พชท.APN / พยาบาลแกนนำพยาบาลประจำหอ |
1.พัฒนาศักยภาพทีม2.นิเทศ/ C3THER/ Conference3.ติดตามตัวชี้วัดที่ไวต่อการ พัฒนาคุณภาพ |
| ระดับโรงพยาบาล | แพทย์ พยาบาล Med Surg สูติ ตาAPN / ER / เภสัชกร / โภชนาการชันสูตร / วสค./ อาชีวเวชกรรม / วฟ.จิตเวช / แพทย์แผนไทย / สุขศึกษาสังคมสงเคราะห์ / ศูนย์คอมพิวเตอร์ |
1.C3THER2. จัดทำแนวทางการดูแลรักษาต่างๆ3. บูรณาการโครงการทุกกลุ่ม/ฝ่าย4. การวางแผนจำหน่าย/การส่งต่อ5. การดูแลจนท. ป่วย / เสี่ยง |
| ระดับเครือข่าย | แกนนำ IPD คลินิก DMแกนนำ วสค. / HHC CenterAPN/พยาบาลแกนนำตัวแทน 27 สอ./ 4 PCU |
1.พัฒนาศักยภาพทีมสอ./ PCU2.การคัดกรอง / การวินิจฉัย3.การลงทะเบียนรักษา การดูแลรักษา การส่งต่อ4. การเยี่ยมบ้าน / การดูแลต่อเนื่อง5. ระบบ Consultant6. สอ./ PCU ต้นแบบ 3 แห่ง |
ภาคประชาชน |
ผู้ป่วยเบาหวานต้นแบบ 2 รุ่นผู้ดูแล / อสม./ ผู้นำชุมชนชมรมเบาหวานทุกหมู่บ้าน |
1.รวมพลังเครือข่ายเบาหวาน โรงพยาบาลอุดรธานี 2 ครั้ง (320คน/440คน)2.ครอบครัวเข้มแข็งชุมชนมีส่วนร่วม มีผลงานดี 6 แห่ง |
แนวคิด นวตกรรมเบาหวานต้นแบบ คือ ผู้ที่มีความรู้และเข้าใจเกี่ยวกับโรคเบาหวาน ดูแลตัวเอง และปฏิบัติตัวถูกต้องเหมาะสม ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี ติดตามการรักษาต่อเนื่องสม่ำเสมอ ไม่มีภาวะแทรกซ้อน มนุษย์สัมพันธ์ดี มีความเป็นผู้นำที่ดี เป็นแบบอย่างที่ดี บทบาทหน้าที่ของเบาหวานต้นแบบ คือเป็นแบบอย่างที่ดีของผู้ป่วยเบาหวาน ค้นหาและชักชวนกลุ่มเป้าหมายให้มาคัดกรอง ให้คำแนะนำ ให้กำลังใจ ดูแลกันและกันระหว่างเพื่อนเบาหวานด้วยกัน
ผลลัพธ์ของการสร้างทีม คือ
1. ปัญหาผู้ป่วยถูกค้นพบโดยทีมเร็วขึ้น และได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็วสอดคล้องกับปัญหาและความต้องการ(จากการสื่อสารในทีมมากขึ้นโดยการพูดคุยโดยตรงและสื่อสารผ่านการบันทึก )
2. ทีมมีความมุ่งมั่นเข้มแข็ง มีเวทีประชุมของทีมทั้ง 4 ระดับอย่างสม่ำเสมอ ในภาคประชาชน เบาหวานต้นแบบเป็นผู้นำหลักในการมีส่วนร่วมและสร้างความเข้มแข็งในครอบครัว-ชุมชน
3. ทีมมีขวัญและกำลังใจ สัมพันธภาพในทีม/ระหว่างทีมดีขึ้นทำงานคร่อมสายงานได้อย่างมีความสุข
4. มีการจัดระบบงานเกื้อกูลกันและใช้ทรัพยากรร่วมกัน บูรณาการโครงการร่วมกัน
2. การวางแผนจำหน่ายและดูแลต่อเนื่อง
สภาพปัญหา เนื่องจากหอผู้ป่วยในมีสถิติผู้ป่วยเบาหวานสูงที่สุดเป็นอันดับ1 และมีอัตราการครองเตียงสูงมากถึง ร้อยละ120-130 ทำให้ผู้ป่วยเบาหวานได้รับการจำหน่ายเร็ว (LOS 3 วัน) ผู้ป่วยยังไม่พร้อมที่จะดูแลตนเอง เกิดข้อขัดแย้งระหว่างหอผู้ป่วยและสอ/PCUบ่อยครั้งในการจำหน่ายผู้ป่วยเร็วเกินไป
ทีมจึงเกิดแนวคิด ในการกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่จะวางแผนจำหน่ายและดูแลต่อเนื่อง โดยเลือกผู้ป่วยที่มีปัญหาซับซ้อน ได้แก่ เกิดน้ำตาลต่ำซ้ำจนต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลครั้งที่ 2, ผู้ป่วยที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ระดับน้ำตาลสูงมากจนเกิดภาวะวิกฤต, ผู้ป่วยฉีดยา Insulin ครั้งแรก, ผู้ป่วยที่เกิดภาวะแทรกซ้อนทางไต สมอง ตาแล้ว
หลังจากนั้นได้วางแผนรูปแบบการสื่อสารร่วมกันในทีมสหสาขาวิชาชีพทั้งในโรงพยาบาลและชุมชน( สอ./ PCU) โดยใช้กิจกรรมต่อไปนี้ในกลุ่มเป้าหมายที่จะวางแผนจำหน่ายและดูแลต่อเนื่อง
-
กำหนดเป้าหมายการดูแลผู้ป่วยรายบุคคล โดยทีมสหสาขาวิชาชีพในโรงพยาบาล และชุมชน
-
พัฒนาศักยภาพทีมในโรงพยาบาล สอ./ PCU
-
ทบทวนการดูแลผู้ป่วยร่วมกันโดยใช้ C3THER
-
เภสัชกรร่วม round ward ผู้ป่วยทุกราย เพื่อประเมินการใช้ยาและแก้ไขปัญหาการใช้ยาไม่ถูกต้องของผู้ป่วย หรือการสั่งรักษาที่ไม่เหมาะสมเช่น ในผู้ป่วยที่มีภาวะไตบกพร่อง
-
Pre-Post test ความรู้ผู้ป่วย
-
จัดหาคู่มือ / สื่อเอื้อการเรียนรู้ / ให้ความรู้โดยการจัดกลุ่มทีมสหสาขาวิชาชีพ / ให้ความรู้ Focus individualเพิ่มเติม ในรายซับซ้อน
-
ทีมโรงพยาบาลเป็นที่ปรึกษาทางโทรศัพท์ผู้ป่วย ผู้ดูแล และสอ./PCU หลังจำหน่าย
-
ทีมโรงพยาบาลเป็นพี่เลี้ยง coaching เยี่ยมบ้าน สอ./PCU ในผู้ป่วยรายซับซ้อน
-
สร้างนวตกรรมเชื่อมโยงการส่งต่อเพื่อดูแลต่อเนื่อง จากโรงพยาบาลสู่บ้าน DM Hospital to home care pathway ซึ่งได้ปรับปรุงแล้ว 3 ครั้ง ทีมงานทั้งโรงพยาบาลและสอ./PCU พึงพอใจในแบบฟอร์มรูปแบบนี้และข้อมูลที่ส่งต่อ เนื่องจากมีความสะดวก ง่าย และใช้ข้อมูลร่วมกันในการดูแลผู้ป่วยได้เป็นอย่างดี
สวัสดีค่ะ มาติดตามเรียนรู้ค่ะ
สวัสดีค่ะ มาติดตามเรียนรู้ค่ะกะว่าจำนำไปปรับปรุงที่ปทุมธานีค่ะ
ขอบคุณสำหรับควมคิดดีๆ