บางทีชีวิตเราก็ไม่สามารถปฏิเสธบางอย่างได้เมื่อกำหนดไปแล้วก็ต้องทำตามกำหนด ทั้งๆที่รู้ว่าสิ่งที่จะทำนั้นมีอุปสรรค... วันที่ 5 ถึง 8 ตุลาคมนี้ผมต้องเป็นหัวหน้าคณะพาครอบครัวและเพื่อนๆ 20 ชีวิตไปเวียตนามกัน เป็นโปรแกรมที่กำหนดมานานแล้ว เลื่อนไม่ได้ เพราะทั้งก่อนและหลังมีกำหนดการชีวิตหมดแล้ว ถ้าไม่ได้ไปคราวนี้ก็ไม่รู้เมื่อไหร่   

ดังนั้นไม่ว่าเจ้า เลกีมาจะแผ่อำนาจคลุมท้องฟ้าจนมืดมิดไปหมด ผมและคณะก็ต้องเดินทางไปแน่นอน ถามว่าไปทำอะไร  เที่ยวครับ  ลูกสาวสอบเสร็จ หนึ่ง และสอง ทีมงานที่โครงการคุยกันมานานแล้วว่าอยากชวนกันไปเที่ยวเวียตนาม สามภรรยาผมอยากให้รางวัลกับทีมงานที่ทำงานหนักมาตลอดปีจึงพาไปเที่ยวกันครับ พร้อมๆกัน 

แต่บังเอิญที่เจ้าเลกีมาผ่านมาพอดี แต่เราก็ภาวนาว่าขอให้ผ่านไปโดยเร็ว เลกีมาเป็นภาษาเวียตนามครับ ผมยังไม่ทันได้สอบถามว่าแปลว่าอะไร แต่เป็นชื่อพายุอยู่ในกลุ่มที่ 1 ชุดที่ 2 ที่องค์กรอุตุนิยมวิทยาโลกและสมาชิกตั้งชื่อพายุขึ้นมาเมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2543  

ผมเข้าไปดูข้อมูลน้องเม้งแล้วก็ดีใจขึ้นมาบ้าง ตามแผนที่พบว่าที่เวียตนามตอนนี้ท้องฟ้าส่วนพื้นที่ที่เราจะไปเที่ยวนั้น โปร่งขึ้นกว่าในประเทศไทยเรา  แต่มีพายุลูกใหม่ที่ก่อตัวที่ไต้หวัน เขาจะไปทางไหนไม่รู้ครับ 

ผมจำได้เมื่อปี 49 พายุช้างสารมาไทยผ่านดงหลวงเมื่อวันที่ 26 กันยายน แต่ปีนี้ เจ้า เลกีมา เข้ามาดงหลวงวันที่ 2, 3, 4 ตุลา และน้ำก็ล้นตะหลิ่งห้วยบางทรายเช่นเคย ผมภาวนาอีกเช่นเคยว่าของให้ระดับอย่าสูงมากนัก ห่วงอาคารสูบน้ำด้วยไฟฟ้าน่ะซีครับ เพราะเขาออกแบบมาเป็นอาคารถาวร มิใช่ Floating station ?? เสียวจริงๆ  

พรุ่งนี้รู้กันว่าผมและคณะจะ ฝ่าฝนไปกินเฝ๋อ รสชาดเป็นดังฝันหรือฝืด กันแน่ เสียว เสียว