พี่น้องชาวโซ่เป็นคนซื่อ นายไม่ให้ทำไร่ก็ไม่ทำ

 ตั้งแต่ไหนแต่ใดมา วิถีการเกษตรในแต่ละท้องถิ่น ย่อมถูกกำหนดโดยลักษณะทางระบบนิเวศวัฒนธรรม

เช่น พี่น้องแถบที่ราบน้ำท่วมภาคกลาง ทำนาข้าว นาแห้ว นาบัว ในขณะที่พี่น้องแถบยอดดอยปลูกชา ปลูกกาแฟ ปลูกเมี่ยง นั่นเป็นเพราะระบบนิเวศกำหนด

พี่น้องคนเฒ่าคนแก่ทางภาคเหนือ และภาคอีสานไม่ปลูกคะน้าที่ทางหน่วยงานมาแจก (พ่อผมปลูกก็เอาไว้ดูดอกมัน) เพราะ กินไม่เป็น เอาใส่แกงแคก็ บะลำเอาใส่อ่อมก็บ่แซบนั่นเป็นด้วยวัฒนธรรมการกินกำกับ

ของพี่น้องชาวโซ่ลูกเผ่าผมแถบชายขอบภูพาน ก็เหมือนกันด้วยสภาพที่พื้นที่ และที่ตั้งชุมชนที่อยู่ติดเขา มีที่ราบทำนาตามก้นหุบแคบๆก็ต้องพึ่งพาการปลูกข้าวไร่ หรือข้าวสวนบนภูพานเป็นหลัก

แต่หลังกลับจากป่าเข้ามาอยู่บ้านได้ไม่นานก็มีการประกาศเขตอุทยาน ห้ามพี่น้องเข้าไปทำไร่ข้าวในป่าอีกต่อไป

พี่น้องชาวโซ่เป็นคนซื่อ นายไม่ให้ทำไร่ก็ไม่ทำ

ดังนั้นการแก้ไขปัญหา สภาพความแร้นแค้น ขาดแคลนข้าว ให้กับพี่น้องชาวโซ่จึงต้องถอยหลังไปอีกหลายก้าว กว่าจะได้เริ่มต้นใหม่ 

ภาพถนนเปรมพัฒนาช่วงนี้ เป็นเส้นตรงเหมือนกับนิสัยใจคอพี่น้องโซ่ แม้ว่าอนาคตข้างหน้าจะมืดมัวดังท้องฟ้าเบื้องบนก็ตาม

ท่านจะได้สัมผัสทั้งเส้นทาง และชาวโซ่ ในเฮฮาฯ๓ ครับ  

ตะวันดวงนี้ ยังรอท่านมากล่าวคำลา ยามจะจากฟ้าที่ดงหลวง

พบกันครับ