การเรียนรู้โลกของกลุ่มชนชาติพันธุ์ใดๆ ย่อมให้ประโยชน์ที่จะเรียนรู้เพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันติ เพราะรู้เขา รู้เรา ย่อมเข้าใจกัน นี่เป็นความต้องการของมนุษยโลกมิใช่หรือ?

 

 

พม่าศึกษา  : รู้จักเพื่อนบ้าน รู้จักเพื่อการอยู่ร่วมกันในภูมิภาค

ศูนย์พม่าศึกษา วิทยาลัยแม่ฮ่องสอน

มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

..............................................................................................................

 

                 การเรียนรู้โลกของกลุ่มชนชาติพันธุ์ใดๆ ย่อมให้ประโยชน์ที่จะเรียนรู้เพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันติ   เพราะรู้เขา รู้เรา  ย่อมเข้าใจกัน  นี่เป็นความต้องการของมนุษยโลกมิใช่หรือ?

 

                พม่าศึกษา (Burmese Studies)  ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ประเทศไทยในฐานะเพื่อนบ้านร่วมอาเซียนและมีรั้วบ้านติดกันก็ควรจะศึกษาเรียนรู้เขาอย่างจริงจัง และต้องเรียนรู้ทุกๆ ด้านเพื่อสานไมตรีความร่วมมือในเรื่องที่สามารถทำได้  ทำแล้วก็เพื่อประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย  และในที่สุดก็เกิดสันติภาพในฐานะเพื่อนบ้านใกล้ชิด จนที่สุดก็ขยายไปในวงสังคมโลก

              พม่า ค่อนข้างระแวงประเทศไทยมาแต่ครั้งยุค "โยตะยา" หรือ "โยเดีย" แม้ปัจจุบันพม่าก็ยังแสดงให้เห็นถึงความระแวงนั้นเสมอๆ

 (อ้างอิงข้อมูลจาก http://www.myanmar.nu.ac.th/  )

ดังนั้นการทำความเข้าใจพม่าโดยการศึกษาเขาอย่างจริงจังน่าจะเป็นหนทางแห่งการลดความระแวงได้ในระดับหนึ่ง

              หากจะกล่าวถึงสถาบันที่ศึกษาพม่าอย่างจริงจังก็เห็นจะมีที่มหาวิทยาลัยนเรศวร (http://www.myanmar.nu.ac.th/ )และอีกสถาบันหนึ่งที่มีข้อมูลองค์ความรู้พม่าศึกษาไว้มากพอสมควรแต่ยังไม่ได้ตั้งเป็นศูนย์พม่าศึกษา ก็คือ  มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ 

 

 

 การก่อตั้ง สถาบันพม่าศึกษา วิทยาลัยแม่ฮ่องสอน

ความเหมาะสมที่สุดในด้านภูมิศาสตร์และความเป็นท้องถิ่นเชื่อมโยง

  

            ในวันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม 2550  คือวันสำคัญได้ฤกษ์เปิด  "สถาบันพม่าศึกษา" (Institute of Burmese Studies)   ณ วิทยาลัยแม่ฮ่องสอน  มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่  โดยมีผู้หลักผู้ใหญ่อย่างพ่อเมืองแม่ฮ่องสอน  อธิการบดี ผู้ทรงคุณวุฒิอย่าง ร.อ.นิติภูมิ  นวรัตน์  แขกผู้มีเกียรติอีกมากมายมาร่วมงานเปิดสถาบันอย่างเป็นทางการ   จุดประสงค์สำคัญของการก่อตั้งสถาบันก็คือ 

            "เพื่อทำวิจัยและเปิดหลักสูตรระยะสั้น  หลักสูตรปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต(พม่าศึกษา) โดยเปิดสอนที่วิทยาลัยแม่ฮ่องสอน  มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ และที่กรุงเทพฯ  เพื่อให้คนไทยได้เรียนรู้เรื่องพม่าและภาษาพม่าอย่างเป็นระบบ"

(เปิดฟ้าส่องโลก  ร.อ.นิติภูมิ  นวรัตน์  ไทยรัฐ 4 ต.ค. 50)

             การเปิดสถาบันพม่าศึกษา  ขึ้นที่ วิทยาลัยแม่ฮ่องสอน จ.แม่ฮ่องสอนนั้นมีความเหมาะสมมาก เนื่องจากมีอาณาเขตติดต่อกับพม่า  กลุ่มชนทั้งในเขตแม่ฮ่องสอนและชายแดนมีการค้าขายสัมพันธ์กันมาอย่างยาวนาน ข้ามเขตชายแดนไปในพม่าก็คือรัฐฉานหรือรัฐไทใหญ่ มีพื้นที่กว่า 155,800 ตารางกิโลเมตร ใหญ่เกือบเท่าภาคเหนือของไทย มีพลเมืองประมาณ 4.7 ล้านคน แต่ไม่มีใครเข้าไปศึกษาเรียนรู้อย่างจริงจัง   การเปิดสถาบันพม่าศึกษาจะช่วยให้ผู้คน เยาวชนในพื้นที่ได้เรียนรู้และเข้าใจเรื่องราวเหล่านี้และเป็นการรองรับความสัมพันธ์ทางการค้า วัฒนธรรม การเมืองการปกครอง และการศึกษาที่ย่อมส่งผลกระทบต่อคนในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน  เชียงใหม่  และประเทศไทยโดยรวม  นี่จึงเป็นความเหมาะสมอย่างยิ่ง  แต่ที่สำคัญยังมีทรัพยากรบุคคล นักวิชาการ นักวิจัย ในพื้นที่ค่อนข้างมาก การดำเนินงานย่อมเป็นไปได้ง่าย และได้ข้อมูลลึกซึ้ง

              จากการพูดคุยกับ อาจารย์วินัย ไชยวงศ์ญาติ คณบดีวิทยาลัยแม่ฮ่องสอน  ผศ.ชูสิทธิ์  ชูชาติ  และอาจารย์วิทยาลัยแม่ฮ่องสอนอีกหลายท่าน เชื่อมั่นว่าการดำเนินงานของสถาบันพม่าศึกษาแห่งนี้จะก้าวหน้าไปได้รวดเร็วและเป็นประโยชน์ในฐานะ สถาบันที่มีชีวิต มีวิญญาณ ดำเนินกิจกรรมที่จะเป็นประโยชน์แก่สังคมในพื้นที่แม่ฮ่องสอนอย่างมาก หากท่านที่สนใจก็ขอเชิญมาพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้ที่วิทยาลัยแม่ฮ่องสอน

             ความจริงแล้วเยาวชนในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนที่เข้ามาเรียนในวิทยาลัยแม่ฮ่องสอนคือกลุ่มเยาวชนจากชนชาติพันธุ์ หลากเผ่าพันธุ์ ได้แก่ มูเซอ  กะเหรี่ยง  ม้ง ลัวะ  ลีซอ ไทยใหญ่ ไทยยวน ซึ่งเหมาะสมที่จะมีการจัดตั้งสถาบันกลุ่มชาติพันธุ์ศึกษาต่อไปอีกด้วย

               ผมพูดถึงการก่อตั้งสถาบันพม่าศึกษาด้วยความเบิกบานใจครับ เพราะนี่เป็นก้าวสำคัญที่จะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลแก่ชาวแม่ฮ่องสอน และคนไทยทั่วไป ที่จะได้เข้าใจ "พม่า"  เพื่อนบ้านที่ใกล้บ้านเราอีกประเทศหนึ่ง  โดยหวังลึกๆ ว่า จะสามารถนำไปสู่การสร้างสันติภาพในภูมิภาคนี้ได้