เมื่อประมาณ2-3 เดือนที่แล้ว ได้ไปเยี่ยมบ้านผู้ป่วยรายหนึ่ง ป้าแกเป็นเบาหวาน ในช่วงกลางวันมักจะอยู่บ้านคนเดียว ลูกหลานออกไปทำงานกันหมด ยาที่คุณหมอจ่ายให้มายังเหลือเยอะ เลยถามแกว่า ทานยาตามที่คุณหมอสั่งให้ทานหรือเปล่าคะ ป้าแกก็ตอบอ้อมๆแอ้มๆ ว่า ทานค่ะ เอ.......แล้วทำไมมันเหลือเยอะอย่างนี้ละคะ ( เพราะเราลองคำนวนในใจแล้วว่ามันน่าจะต้องเกือบหมดแล้ว ) ในที่สุดแกก็ต้องยอมจำนนกับการคำนวนเลขของเรา ป้าแกบอกว่าทานบ้าง.....บางครั้งก็จำไม่ได้ว่า.....ทานไปแล้วหรือยัง...เลยไม่กล้าทานอีก..... เราเลยบอกกับแกว่า...ไม่เป็นไร...เดี๋ยวเราค่อยหาวิธีการไม่ให้ลืมทานยากันนะ แล้วถามป้าแกต่อว่า ที่เจ้าหน้าที่เคยสอนให้ป้าบริหารและดูแลเท้า ป้าทำบ้างรึเปล่าคะ คำตอบเกือบเหมือนเมื่อกี้เลย......แฮะๆๆ (หัวเราะแบบรับผิดนี่นา) พอดีกับที่มีคนมาเสียบกระดาษโฆษณาสินค้าของห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีพอดี ป้าแกก็เปรยว่า...พวกนี้ขยันโฆษณากันจริง มาทุกเดือนเลย บางทีก็ห้างโน้นบางทีก็ห้างนี้ บางฉบับนะเดือนทั้งเดือนยังไม่เคยเปิดดูเลยคุณ คุณไปดูซิกองอยู่ครงมุมโน้น ว่าแล้วก็ชี้ไปที่กองหนังสือวารสารเก่าที่มุมห้อง เราก็เลยคิดว่าป้าแกคงรวมๆแล้วขายเป็นขยะรีไซเคิลแน่ เมื่อสอบถามดู ก็ใช่เลย ก็เลยบอกแกว่า.....ป้าจ๋างั้นเราลองมาบริหารเท้ากันแบบสนุกๆทุกๆวัน ด้วยกระดาษนี้ดีกว่านะ ว่าแล้วก็ไปหยิบกระดาษโฆษณามา 1 คู่ ให้ป้าแกนั่งเก้าอี้ตัวตรง บอกกติกาว่า จะให้ป้าใช้เท้าพับกระดาษแผ่นนั้นให้เล็กที่สุดเท่าที่จะเล็กได้โดยไม่ให้มือมาช่วยเลยนะ...ใช้แต่เท้าอย่างเดียว ว่าแล้วป้าแกก็พยายามพับแล้วก็พับให้มันเล็กลงเรื่อยๆ....เราก็มีหน้าที่เชียร์ไปเรื่อยๆ พอป้าแกบอกว่า...เล็กขนาดนี้พอรึยัง ดูท่าทางจะเล็กไปกว่านี้ไม่ได้แล้วล่ะ เราก็เลยบอกกติกาใหม่ว่า......คราวนี้ใช้เท้าคลี่กระดาษที่พับออกจ้ะ แกก็พยายามคลี่กระดาษตามคำสั่ง พอเสร็จแกก็ถามอีกว่า...แล้วเอาไงต่อล่ะ เลยรีบบอกแกไปว่า รอบนี้นะก็ใช้เท้าทั้ง 2 ข้างช่วยกันฉีกกระดาษชิ้นนี้ให้เป็นฝอยเล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ พอเสร็จ...แกก็ถามแซวๆอีกว่า.....ไม่ใช่ให้ฉันเก็บกระดาษนี้นะ เรารีบตอบทันทีเลยว่า แหมป้ารู้ใจจริงๆ หนูจะให้ป้าใช้เท้าเก็บกระดาษพวกนี้ใส่ถุงขยะไง ว่าแล้วแกก็ต้องลงมือ...เอ้ย...ลงเท้า...คีบกระดาษใส่ในถุงจนเสร็จ ป้าแกเลยบอกเราว่า..ดีเหมือนกันนะ เพราะถึงยังไงไอ้เจ้ากระดาษที่กองๆก็ขายในราคาเศษกระดาษอยู่แล้ว เอามันมาใช้บริหารก่อนขายก็ดี แต่ฉันว่ามันเหนียวๆไปนะ น่าจะเอากระดาษหนังสือพิมพ์ดีกว่า มันฉีกง่ายดี เราก็เลยบอกว่ากระดาษอะไรก็ได้จ้ะ.......แต่อยากให้ทำทุกวัน และที่สำคัญคือหลังทำแล้วป้าต้องไปล้างเท้าฟอกสบู่ ฟอกให้ทั่วๆนะ ซอกระหว่างนิ้วก็ต้องฟอก ล้างน้ำ แล้วซับให้แห้ง ให้ทั่วเลยนะจ้ะ แล้วเรื่องลืมกินยาของป้าน่ะ เราแก้กันอย่างนี้ดีไหม......เราเลยถามแกต่อว่าแกมีนาฬิกาปลุกรึเปล่า......แกตอบเราว่า...มี แล้วแกก็เดินไปหยิบมาให้เรา ก็ถามแกต่อว่า.....ป้าตั้งนาฬิกาให้มันปลุกเป็นรึเปล่า......แกก็ตอบว่า...เป็น แหมอย่างนี้ดีล่ะ...เสร็จเรา ว่าแล้วเราก็แสดงให้ป้าแกดูซะเลย เอางี้นะ..ป้ากินข้าวเช้ากี่โมง แกตอบว่า... 2 โมง งั้นป้าตั้งนาฬิกาที่โมงครึ่งนะ.....พอมันปลุก ป้าก็เดินไปกินยาก่อนอาหารไง และพอกินเสร็จป้าก็มาตั้งนาฬิกาต่อของช่วงเวลาที่ต้องกินในมื้อต่อไป เพราะเมื่อมันถึงเวลาที่ป้าต้องกินยา นาฬิกาจะดังปลุกป้าไงล่ะ ว่าแล้วป้าแกก็ลงมือตั้งนาฬิกาเลย ในใจเราคิดอยู่ว่า.....พวกเราฝากดูแลเรื่องการกินยาของป้าแกไว้กับเจ้านะ....เจ้านาฬิกาเอ๋ย....ทำงานให้มันดีๆนะ
เหตุการณ์วันนี้ เป็นวันนึงของชาวศูนย์สุขภาพที่พยายามผสมผสานปัจจัยทั้งหมด ตั้งแต่เรื่องระบบริการ การส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพ ดูแลสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการดูแลโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมอย่างเบาหวาน เข้าด้วยกัน ทำแบบง่ายๆบนเป้าหมาย.....สุขภาพที่ดีของผู้คน
พี่น้องที่น่าร๊ากกกก...
เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ค่ะ คิดถึงพี่น้องจัง..
พี่น้องเขียนได้อย่างน่ารัก และอ่านแล้วเข้าใจและมีความสุขอดจะอมยิ้มไม่ได้เลยค่ะ
แต่ถ้าจะกรุณา เว้นข้อความเป็นย่อหน้า ๆ ก็จะทำให้ข้อเขียนมีจุดเด่นและดูสะอาดตาด้วยค่ะ
คิดถึง คิดถึง คิดถึง จริง ๆ น๊า......