GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

การเรียนการสอนทุกวันนี้เด็กจะสนใจเรื่องที่เค้าสนใจ

เด็กมีเรื่องที่เค้าสนใจ คนสอนจึงไม่อยากฝืนใจให้เค้าสนใจ เพราะเมื่อฝืนใจก็ไม่ได้รับความร่วมมือ คนสอนก็หงุดหงิดใจ

วันนี้เข้าห้องเรียนเพื่อสอนตอน ๘.๓๐ น. ไม่มีนักศึกษาซักคนเดียวในห้องเรียน อาจเป็นเพราะอากาศหนาวเลยไม่อยากลุกมาเรียนอาจเป็นได้ ออกไปยืนดูนก ดูต้นไม้ที่นอกห้อง ตึกทั้งตึกว่างเปล่า ไม่มีนักศึกษาสักคน เลยดูนกแทน วันนี้นกกระพือปีกเร็วจังสงสัยหาวิธีแก้หนาวให้ตัวเอง

ผ่านไป ๕ นาทีได้ยินเสียงนักศึกษาวิ่งขึ้นตึกมากลุ่มหนึ่ง ตะโกนกันว่าอาจารย์มาแล้ว และเด็กกลุ่มนี้ก็จะมาก่อนเพื่อนคนอื่นๆเสมอ แล้วผู้สอนก็เริ่มเปิดเครื่องฉายแผ่นใส เพื่อเล่าให้ฟังเรื่องมลพิษทางสารกำจัดศัตรูพืช มลพิษทางเสียง และมลพิษในอาหาร (เรื่องสุดท้ายผู้สอนจะถนัดที่สุด) ในขณะที่สอนก็จะมีนักศึกษาทยอยเข้ามาเรื่อยๆ แต่มาถึงนักศึกษาคนหนึ่งวันนี้มาแต่ที่แล้วมาขาดไปทั้งหมด ๘ ครั้งจึงบอกด้วยความหวังดีว่าให้ไปยกเลิกวิชานี้ซะ เพราะอย่างไรก็ไม่ผ่าน เรียน ๑๖ ครั้ง มาเรียน ๕ ครั้งไม่มาสอบกลางภาค มาอ้อนวอนขอทำงานส่ง ๑๐.๓๐ น.จดและฟังคำอธิบายเสร็จให้เข้ารับฟังสัมมนาเพื่อจะได้รับความรู้มีคนเข้าเพียง ๑๕ คนได้ เข้ามาก็จะมีคนที่มากลุ่มแรกที่ตั้งใจฟังและจด

สัมมนาที่ให้ฟังเป็นเรื่องเกี่ยวกับพลังงานทดแทน (นำมันที่ใกล้จะหมดจากโลก)การสัมมนาจัดขึ้นเพื่อให้เด็กได้ศึกษาเรียนรู้ เพื่อาแลกเปลี่ยนและให้ความกระจ่างกับคนเข้ารับฟัง แต่ผู้พูดก็ไม่พร้อมผู้ฟังก็ไม่ตั้งใจ วันนี้คงไม่ได้อะไรมากนัก

ต้องไปสอนเพิ่มเติมให้กับนักศึกษาเคมีแล้วค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 13432
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 2
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น(2)

การจัดความรู้ให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ต้องมาจากหัวปลา(เป้าหมาย)ของผู้เรียน ตรงนี้ทำยากที่สุด กระบวนการเรียนการสอนบางทีก็น่าเบื่อ บางทีก็ทำลายหัวปลาของผู้เรียน ครูควรสนับสนุนให้เด็กค้นพบหัวปลาของตนเอง จากนั้นสนับสนุนการเรียนรู้ให้เด็กค้นหาความรู้เพื่อบรรลุหัวปลาที่ตั้งไว้ การบรรยายในสิ่งที่ครูรู้จะมีประโยชน์เมื่อเด็กรู้ว่าตัวเองมีเป้าหมายอย่างไรและความรู้ที่ครูบรรยายจะช่วยให้เป้าหมายของตัวเองบรรลุได้อย่างไร ถ้าเด็กเรียนรู้ เด็กจะวิ่งหา(ขวนขวายหา)ความรู้เอง จะเป็นการเรียนรู้ที่สนุกสนานมาก

มีเรื่องที่เด็กขวนขวายเรียนรู้เองมากมายในเรื่องที่เขาสนใจอย่างที่เบียร์บอก

เช่นเดียวกับการจัดการความรู้กองทุนหมู่บ้าน

เรื่องยากที่สุดคือ ไม่รู้หน้าที่ (เป็นกรรมการโดยไม่อยากทำ)

ถัดมาคือทำตามหน้าที่อย่างเสียไม่ได้

ที่ดีคือ รักในหน้าที่ อยากทำให้ดีที่สุด

ต้องหาคนที่รักในหน้าที่อยากทำให้ดีที่สุดมาเสริมทักษะเรื่องการจัดการความรู้

ถ้าเก่งหน่อย ก็ต้องสามารถใช้กระบวนการเรียนรู้ทำให้คนกลุ่มที่2ทำตามหน้าที่อย่างดี

ถ้าเก่งมากก็ต้องจัดกระบวนการเรียนรู้ให้คนกลุ่มแรกขยับมาเป็นคนกลุ่มที่2และไล่มาเป็นคนกลุ่มที่3

คงทำได้ไม่ง่ายนัก เด็กของเบียร์อยู่กลุ่มที่1เป็นส่วนใหญ่ต้องการเพียงสอบผ่านสะสมหน่วยกิตเพื่อปริญญา คนสอนที่ตั้งใจก็เสียความรู้สึก(ที่อยากทุ่มเท)

ใช้การจัดการความรู้มาช่วยได้บ้างมั้ยครับ

 

เห็นด้วยกับ อ.ภีม

ขงจื้อบอกว่า ถ้านักศึกษาไม่อยากที่จะเรียน ข้าพเจ้าไม่ขอเปิดวิชา เรื่องนี้น่าคิดกับการศึกษาและคนที่จะเข้ามาศึกษา