IQ และ EQ ยังเน้นไปที่ความเป็นปัจเจกบุคคลมากกว่าภาพรวมขององค์กร จึงทำให้การพัฒนาทำได้เพียงการพัฒนาคน พัฒนางาน แต่ไม่ถึงการพัฒนาองค์กร

สิ่งที่ผมอยากจะเขียนไปในบล็อกของผมวันนี้ ก็คงจะเป็นการนำเสนอให้พวกเราชาววลัยลักษณ์ได้เห็นว่า สิ่งพวกเราได้ร่วมกันทำ ร่วมกันเดิน อยู่ในขณะนี้ เป็นทิศทางที่จะนำพาองค์กรของพวกเราไปสู่ความสำเร็จตามที่พวกเราได้กำหนดไว้ในวิสัยทัศน์ของวลัยลักษณ์เรา ยุคหนึ่งในแวดวงการบริหารทรัพยากรมนุษย์ เราจะให้ความสำคัญอย่างมากกับคำว่า IQ (Intelligence Quotient) ซึ่งนั่นหมายถึง ความฉลาดทางปัญญา ของพนักงานในองค์กร โดยเป็นยุคที่องค์กรต้องการบุคลากรที่เก่ง มีความรู้ความสามารถในงาน  ต่อมาสิ่งที่เราสนใจคือคำว่า EQ (Emotional Quotient) นั่นก็คือ ความฉลาดทางอารมณ์  การต้องการความฉลาดในด้านอารมณ์ของพนักงาน ก็มีจุดมุ่งหมายที่จะได้บุคลากรที่นอกเหนือจากความเก่งงานแล้ว ก็ควรที่จะต้องเป็นบุคลากรที่เก่งคนด้วย โดยพร้อมที่จะมีสติ ในการทำงานตลอดเวลาเพื่อประโยชน์ในการตัดสินใจ และประสานงานร่วมกันในการทำงาน อย่างไรก็ตาม IQ และ EQ ยังคงเน้นไปที่ปัจเจกบุคคลมากกว่าภาพรวมขององค์กร จึงทำให้การพัฒนาเกิดขึ้นแต่เพียง การพัฒนาคน พัฒนางาน แต่ไม่ถึงการพัฒนาองค์กร ดังนั้น ในเรื่องการบริหารองค์กร และทรัพยากรมนุษย์ ในองค์กรหลายแห่งที่ประสบความสำเร็จในขณะนี้ จึงให้ความสำคัญในเรื่องของ VQ (Value Quotient) นั่นคือ ความตระหนักในคุณค่าร่วม ของพนักงานหรือบุคลากรทุกคนในองค์กร หรือคนทั่วไปก็มักจะรับรู้ค่านิยมเหล่านั้นในรูปของวัฒนธรรมองค์กรนั่นเอง ผมจึงเห็นว่า การที่พวกเราได้มีการนำ KM มาเป็นเครื่องมือในการสร้างค่านิยมร่วม เพื่อการพัฒนาองค์กรหรือวลัยลักษณ์ของพวกเรา  ซึ่งนอกจากเป้าหมายสำคัญ คือการพัฒนาสู่ความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้แล้ว ยังทำให้เราสามารถใช้ KM ในการสร้าง ค่านิยมร่วมอื่น ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการนำวลัยลักษณ์ของพวกเราบรรลุเป้าหมายตามวิสัยทัศน์ ช่วยกันคนละไม้คนละมือนะครับ