ให้นิสิตรังสีเทคนิคชั้นปีที่ 4 ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแสดงความคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้
1. สมรรถนะและมาตรฐานวิชาชีพสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะ
2.กฏหมายที่นักรังสีเทคนิคควรทราบ
ให้นิสิตรังสีเทคนิคชั้นปีที่ 4 ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแสดงความคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้
1. สมรรถนะและมาตรฐานวิชาชีพสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะ
2.กฏหมายที่นักรังสีเทคนิคควรทราบ
1. สมรรถนะและมาตรฐานวิชาชีพสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะ
-ทำไมคำศัพท์เกี่ยวกับผู้ประกอบโรคศิลปะถึงเข้าใจได้ยากจังเลยอ่ะคับ ต้องชั้ยความพยายามอย่างมหาศาล ถึงจะเข้าใจ ถ้าเทียบกันแล้วอ่านการ์ตูน 3 เรื่อง เวลาที่ใช้อ่าน 3 เรื่องนี้เท่ากับ ทำความเข้าใจสมรรถนะและมาตรฐานวิชาชีพสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะเพียง 1 เรื่องเอง
2.กฏหมายที่นักรังสีเทคนิคควรทราบ
-นอกจากกฎหมายที่คนธรรมดาที่ต้องรู้แล้ว ยังมีกฎหมายเฉพาะของนักรังสีเทคนิคอีกที่ต้องรู้อีก...เฮ้ย! คิดแล้ว Sad ! จริงๆ
ไม่ได้ซีเรียสนะคร้าบ..เขาว่ายังงัย ก็ว่าอย่างงั้น..
ทำได้อยู่แล้ว..YO!
1. สมรรถนะและมาตรฐานวิชาชีพสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะ
*-* คิดว่าคนที่จะไปเป็นนักรังสีเทคนิคทุกคนต้องทำให้ได้นะคะ เพราะว่ามันเป็นตัวที่สามารถชี้ชัดได้ว่าเราเป็นนักรังสีเทคนิคที่ดีและสามารถจริงหรือเปล่า
2.กฏหมายที่นักรังสีเทคนิคควรทราบ
*-* เพื่อเป็นประโยชน์กับตัวเราทั้งในการเตรียมตัวสอบใบประกอบวิชาชีพ และเพื่อเป็นความรู้ที่จะนำไปใช้ในการประกอบวิชาชีพต่อไปในอนาคต
+ 1. สมรรถนะและมาตราฐานวิชาชีพสำหรับ
ผู้ประกอบโรคศิลปะ
ความจริงแล้วคำว่า " วิชาชีพ" นั้นมันก็น่าจะหมายถึง วิชา = ความรู้ในด้านที่ๆเราจะทำการประกอบอาชีพในด้านนั้นๆนอกจากนี้แล้วก็ยังน่าจะมีทักษะอีกด้วย มีแต่ความรู้แล้วไปเจอจริง ปฏิบัติงานจริงๆแล้วทำไม่ได้ เขาเรียกว่า มีความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด เอาซะแรงเชียว อาชีพ = ก็งานที่เราใช้เลี้ยงชีพไง ถ้าเราไม่มีสมรรถนะในการประกอบอาชีพแล้วเราก็ไม่น่าที่จะสามารถประกอบอาชีพในด้านนั้นๆได้อย่างแน่นอน เพราะเราเองก็มีอาชีพที่เราประกอบที่เกี่ยวข้องกับชีวิตคนเหมือนกันนี่นา ดังนั้นเมื่อเรารู้แล้วว่าสมรรถนะของเราชาวรังสีมีอะไรบ้างแล้วก็จัดการทำให้ได้ตามที่สมรรถนะของเราที่พึงควรมี ( แต่เราก็ไม่จำเป็นที่จะมีหมดทุกข้อเพราะเราเองก็ไม่ได้เก่งไปซะทุกด้านนี่นา เอาแค่ที่เราพอจะทำได้ตามความสามารถก็แล้วกันนะ) ทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ก็แล้วกันนะ
+ 2. กฎหมายที่นักรังสีเทคนิคควรทราบ
ความจริงแล้วประชาชนทุกคนก็ควรที่จะรู้กฏหมายอยู่แล้วนี่เขาบังคับให้เรารู้ พอเวลาที่มีเรื่องจะอ้างว่าเราไม่รู้เรื่องมันก็ไม่ได้ ถ้าเราจะรู้ให้มันแคบเข้ามาอีกนิดที่มันเกี่ยวกับสายอาชีพของเรามันก็ไม่ได้นักหนาอะไรมากมายนะ แต่อย่ามากเกินไป เพราะเราเองได้แค่ วท.บ. นะ ไม่ใช่ น.บ. 555 บวกกับการทดสอบความรู้บอกอาจารย์พิเศษนิดนึงว่าให้เอาแบบทดสอบแบบ Up date ซักนิดนึงนะอย่าเอาแต่ของเก่าๆมาเพราะว่า จะได้เท่าเทียมกันหน่อยจะได้ไม่ลำเอียง สรุปกันได้ว่า รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหามนะ ( แบกเอาไว้ให้มันหนักๆๆๆๆ )
สรุปจริงๆว่า รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม
นะ!!!!!!!! อาจารย์คงไม่เอาสิ่งที่ไม่ดี
มาให้ลูกศิษย์อันน่ารักแบบเราหรอก
1.สมรรถนะและมาตรฐานวิชาชีพสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะ
ข้าพเจ้ามีความเห็นว่าควรจะมีการระบุเป็นกฏที่ชัดเจนไปเลยว่าสมรรถนะและมาตฐานที่เราต้องการควรอยู่ในระดับใด มีวิธีการปฏิบัติอย่างไรเพื่อที่จะให้ตรงตามมาตฐานที่ตั้งไว้ ที่สำคัญควรที่จะแยกประเภทด้วยว่าจะเอาสมรรถนะและมาตรฐานในด้านใดบ้างให้ชัดเจนเลย ที่สำคัญต้องมีบทลงโทษที่ชัดเจนสำหรับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามสมรรถนะและมาตรฐานที่วางไว้
2.กฏหมายที่นักรังสีเทคนิคควรทราบ
สำหรับในแง่ของกฎหมายที่พวกเราควรทราบนั้น ความจริงแล้วเราควรที่จะรู้เรื่องของกฎหมายให้มากจะดีต่อตัวเราเอง ไม่ว่าจะเป็นด้านใหนก็ตาม เพราะในสังคมสมัยปํจจุบันนี้คนที่รู้เรื่องของกฎหมายมากจะได้เปรียบ แต่สำหรับพวกเรากฎหมายที่เราควรรู้ก็น่าจะหนีไม่พ้นในด้านที่เกี่ยวกับจรรยาบรรณและวิชาชีพของเราเป็นหลักก่อน ว่าเรามีข้อปฏิบัติอย่างไรและข้อห้ามอะไรบ้างที่เกี่ยวกับการทำงานของเรา ตลอดจนต้องทราบถึงบทลงโทษต่างๆที่มีการตั้งไว้ในทางกฎหมาย ทราบช่องทางการแก้ปํญหาเมื่อมีการทำผิดพลาด เช่น การยื่นอุทร เป็นต้น
ก็คือบอกตามตรงนะคะว่าตีความหมายของหัวข้อนี้ไม่ถูก เข้าใจว่าเป็นการแดงความคิดเห็นต่อหัวข้อเหล่านี้หรือเป็นการถามความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้กันแน่ แต่ว่าก็ขอตอบแบบกลาง ๆ กึ่งความคิดเห็นและความรู้แล้วกันนะคะ
1.สมรรถนะและมาตรฐานวิชาชีพสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะ
สมรรถนะและมาตรฐานวิชาชีพสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะ เป็นข้อบ่งชี้ความสามารถขั้นต่ำของนักรังสีเทคนิคที่พึงมี ซึ่งตามสมรรถนะ ที่ร่างไว้นั้น ตัวดิฉันเองคิดว่ามันไม่ใช่ง่าย ๆ เลยที่จะปฏิบัติให้ได้ตามสมรรถนะและมาตรฐานวิชาชีพอันนี้ แต่หากว่าสามารถทำได้ตามนั้นก็จะเป็นการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพของเราขั้นมาสู่อีกระดับหนึ่ง ผลที่ตามมาก็คือเป็นวิชาชีพที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ ก็ถือว่าคุ้มค่านะ
2.กฏหมายที่นักรังสีเทคนิคควรทราบ
กฎหมาย ที่นักรังสีเทคนิคควรจะทราบ... จริง ๆ แล้วประชาชนทุกคนควรจะมีความรู้และทราบข้อกฎหมายของบ้านดเมืองเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว โดยทั่วไปในสังคม บุคคลหนึ่ง ๆ แต่ละคนก็ประกอบอาชีพหลายอย่าง คน ๆ เดียวมีหลายอาชีพอยู่แล้ว
ซึ่งนักรังสีเทคนิคก็เป็นประชาชนเช่นกัน ก็ควรรู้กฎหมายบ้านเมืองพอเป็นพื้นบ้างอยู่แล้ว แต่ในฐานะที่ประกอบวิชาชีพรังสีเทคนิคก็ควรที่จะต้องรู้กฎหมายที่เฉพาะยิ่งขึ้นไปอีก กฎหมายที่นักรังสีควรทราบนั้น มีหลายอย่างด้วยกัน เช่น
พระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2542
พระราชกฤษฎีกา กำหนดให้สาขรังสีเทคนิค เป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะ ตามพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2542 พ.ศ. 2545
กฎกระทรวงว่าด้วการขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต
กฎกระทรวงว่าด้วยการดำเนินการสถานพยาบาล
ทั้งนี้ยังมีกฎหมายอีกมากมายที่เกี่ยวกับนักรังสีเทคนิคพึงทราบนอกเหนือจากที่ได้ยกตัวอย่างมานี้
1. สมรรถนะและมาตรฐานวิชาชีพสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะ
ในเรื่องของสมรรถนะและมาตรฐานวิชาชีพของนักรรังสีเทคนิคนั้นผมคิดว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งที่นักรังสีเทคนิคอย่างเราๆจำเป็นจะต้องร้จักเพราะถ้าคำว่ารังสีเทคนิคนั้นถ้าไม่มีมาตรฐานวิชาชีพเป็นของตนองนั้นก็เปรียบเสมือนคนธรรมดาทั่วไปที่ไหนก็ทำได้ อีกอย่างเพื่อประโยชน์ของผู้รับบริการทั่วไปจะได้รับจากนักรังสีเทคนิคด้วยเนื่องจากผู้รับบริการที่มาหาเราส่วนใหญ่เขาหวังว่าจะได้รับการบริการที่ดีจากเรา และต้องการหายจากโรคต่างที่เขาเป็นอยู่ถ้าหากเกิดในโรงพยาบาลไหนที่มีนักรรังสีเทคนิคที่ไม่มีมาตรฐานมาทำการประกอบวิชาชีพแล้วสู้ไปหาคนทั่วๆไปมาประกอบวิชาชีพดีกว่าค่าจ้างก็จะได้ถูกกว่าเยอะ เผลอๆคนที่ไม่ได้เรียนมาอาจจะทำได้ดีกว่าคนที่เรียนมาแตผ่านมาแบบไม่มีมาตรฐานก็เป็นไดเพราะฉะนั้นคำว่า :สมรรถนะและมาตรฐานวิชาชีพสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะ:
2.กฏหมายที่นักรังสีเทคนิคควรทราบ
ในเรื่องของกฎหมายนั้นทุกคนจะรู้มาบ้างแล้วแต่สำหรับคำว่ากฎหมายของนักรังสีเทคนิคนั้นยังคงไม่ค่อยมีใครค่อยรู้จักกันเท่าไรนัก แต่พอเรา รังสีเทคนิคชั้นปีที่ 4 ได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องกฎหมายของวิชาชีพของเราแล้วคงทำให้ทุกคนกระจ่างขึ้นมาเยอะทำให้ทุกคนต้องมีความรอบคอบมากขึ้กว่าเดิมแน่เพราะปัจจุบันนี้ในเราองสิทธิของผู้ป่วยเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ผู้ป่วยสามารถที่จะทำการฟ้องร้องเราได้หากเราไปละเมิดสิทะผู้ป่วยแต่ก็มีข้อดีกับเรามากมายเช่นกันอย่างเช่นคนที่ไม่ได้เป็นนักรังสีเทคนิคนั้นจะไม่สามารถประกอบวิชาชีพของเราได้
*** เราว่าที่นักรังสีเทคนิคทุกคนควรภูมิใจในวิชาชีพของเราเถอะนะ รังสีมหาราช ***
ท้ายสุดสุดท้ายก็ขอให้อำนาจพระศรีรัตนตัยและสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ในโลกใบนี้จงอวยชัยให้เพื่อนรังสีรุ่นท่ 6 มหาวิทยาลัยนเรศวรทุกคนจงประสบแต่ความสุขความเจริญปราศจากทุก๘ภัยไข้เจ็บทั้งปวงสอบผ่านทุกวิชาด้วยเทอญ สาธุ ? ขอบคุณอาจารย์ภาควิชารังสีเทคนิคทุกท่านที่สอนและขัดเกลาพวกเราทุกคนให้มาถึงวันนี้ได้
1. สมรรถนะและมาตรฐานวิชาชีพสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะ
- เป็นสิ่งที่ดีที่ได้ศึกษาเรื่องนี้เพระเราจะได้ทราบถึงวิชาชีพของรังสีเทคนิค และมาตรฐานของของเรา
*รังสีแพทย์จะก้าวหน้าไปไม่ได้ถ้าขาดนักรังสีที่ดีและสามารถ*
2.กฏหมายที่นักรังสีเทคนิคควรทราบ
- เป็นเนื้อหาที่น่าสนใจมากเพราะเรียนรังสีมา 4 ปีเพิ่งเข้าใจและมีความรู้ด้านกฏหมายของรังสี ตอนแรกๆก็อ่านไม่เข้าใจเพราะเป็นศัพท์หมาย ซึ่งในส่วนตัวเป็นคนที่ไม่ชอบเรียนวิชากฏหมายอยู่แล้ว แต่ในปัจจุบันมันเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องใช้มาก และเราเป็นนักรังสีด้วยแล้วต้องมีความเข้าใจมากยิ่งขึ้นเพื่อเป็นเป็นการป้องกันตัวเองและวิชาชีพด้วย แต่ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นเราน่าจะมีสภารังสีเทคนิค จะได้เป็นเอกราช
*** ควรมีเวลาในการเรียนมากกว่านี้เพราะเนื้อหาค่อนข้างเข้าใจยากและน่าจะยกตัวอย่างจะได้เข้าใจมากยิ่งขึ้นคะ****
1. สมรรถนะและมาตรฐานวิชาชีพสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะ
*เราทำงานเพื่อประชา ต้องมีสมรรถนะและมาตรฐานเพื่อผู้เข้ารับบริการในวิชาชีพของเราค่ะ เมื่อสร้างมาตรฐานแล้วก้อต้องทำตามมาตรฐานที่ตั้งไว้ให้ได้ค่ะ คิดว่าแบบนี้นะ *
2.กฏหมายที่นักรังสีเทคนิคควรทราบ
*ในเรื่องของตัวบทกฎหมาย เป็นที่ทราบกันดีอยุ่แล้วว่าใช้พิจารณาการกระทำที่ผิดหรือถูก กฎหมายนั้นเป็นตัวตัดสินที่ยุติธรรมที่สุด ที่จะทำหน้าที่คุ้มครองและรักษาสิทธิประโยชน์ของประชาชน และเราผู้ซึ่งเป็นผู้ประกอบวิชาชีพอันกระทำต่อประชาชน จำเป็นจะต้องทราบอย่างยิ่งถึงกฎหมายซึ่งเกี่ยวเนื่องกันกับการทำงานของเรา เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดอันใหญ่หลวงในอนาคต*
1. สมรรถนะและมาตรฐานวิชาชีพสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะ
ข้าพเจ้ามีความคิดเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดี ที่มีการกำหนด สมรรถนะและมาตรฐานวิชาชีพสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะ ขึ้นมาเพราะเรา ซึ่งเป็นผู้ที่จะต้องนำไปปฏิบัติจะได้ทราบถึงกระบวนการต่างๆ และพยายามปรับตนเองให้พร้อมกับสถานการณ์ต่างๆที่จะเข้ามา เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนที่จะไปปฏิบัติหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายต่อไป
2.กฏหมายที่นักรังสีเทคนิคควรทราบ <p align="left">อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ดีมาก คือการที่เราเป็นคน เป็นสัตว์สังคม เราต้องอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นและแต่ละคนนั้นก็มีความต้องการที่แตกต่างกันไป บางคนอยากทำอย่างนั้น อย่างนี้ สุดแล้วแต่ใจ แต่ต้องไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน มนุษย์เราเลยกำหนดกฎหรือบทบัญญัติขึ้นมาเพื่อเป็นกรอบ เป็นสิ่งที่จะควบคุมความประพฤติเรา เพื่อให้เราและผู้อื่นอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ไม่ใช่ให้เกิดปัญหาบ้านเมืองที่เป็นกันอยู่ทุกวันนี้......... ไม่ใช่เพราะว่าเราไม่รักษากฎหมายหรือ ???????</p>
สุดท้ายนี้ก็เหลือเวลาอีกไม่นานแล้วที่พวกเราจะได้อยู่ด้วยกัน เมื่อภาระและหน้าที่มาถึงเราก็ต้องมีทางที่ต้องแยกกันไป ดังนั้น จึงขอให้เพื่อนๆทุกคนเดินทางกันโดยปลอดภัย และดูแลตัวเองให้ดี เพราะเราต้องไปเจอกับสถานที่แปลกใหม่ ผู้คนที่มีทั้งหลากหลายความคิดและการกระทำ จึงขอให้เพื่อนๆมีสติอยู่ตลอดเวลา
สวัสดี,คิดถึงเหมือนเดิมที่เพิ่มเติมคือความห่วงใย
บุลวัชร์
<p align="left"> </p></span>
1.สมรรถนะและมาตรฐานวิชาชีพสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะ
ข้าพเจ้าคิดว่าผู้ประกอบโรคศิลปะนั้นควรที่จะมีความรู้ ความเข้าใจตลอดจนความชำนาญในสาขาหรือวิชาชีพที่ตนทำอยู่เพราะผู้ประกอบโรคศิลปะนั้นต้องทำงานโดยมีชีวิตของผู้เข้ารับบริการเป็นเดิมพัน ถ้าพลาดไปอาจหมายถึงชีวิตของผู้เข้ารับบริการเลยแม้เวลาแค่เสี้ยงวินาที ที่เรามาไม่ทัน เรามาช้านั้นอาจเป็นการตัดชิวีตของคนบุคคลหนึ่งเช่นนั้นแล้ว วชาชีพ อย่างพวกเรา ต้องมีสมรรถภาพ ทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และที่สำคัญ คือความคิดเพราะการที่เรารู้จักคิดนั้นหมายความว่า เราสามารถที่พลิกแพลง สิ่งที่เรารู มาช่วยเหลือผู้เข้ารับบริการได้อย่างเต็ม ที่ เปรียบเหมือนผู้ป่วยคือคนที่ไข้จะตาย อาการโคม่า การที่เรามีความคิด มีความรู้ เราก็จะมีทางเลือกให้กับผู้ป่วยที่จะรอดชีวิตอยู่ได้ ส่วนเรื่องของมาตรฐานวิชาชีพนั้น เป็น สิ่งที่จำเป็นอยู่แล้วของผู้ประกอบโรคศิลปะทุกคน เพราะทุกคนนอกจากจะมีมาตรฐานวิชาชีพแล้ว ต้องตั้งมาตรฐานของตนเองด้วย ต้องเริ่มจากการมีมาตรฐานของตนเอง เมื่อมีมาตราฐานวิชาชีพของตนเองแล้วมันก็จะทำให้มาตรฐานวิชาชีพเป็นที่ยอมรับของทุกคน โดยเฉพาะวิชชาชีพรังสีเทคนั้น ยิ่งควรที่จะทำให้เป็นมาตรฐานวิชาชีพนั้นเป็นที่ยอมรับ เพราะยังไม่ค่อยมีคนรู้จักวิชาชีพนี้ ไม่เชื่อลองถามคนที่ไม่รู้จัก ทั่วไป แล้วถามว่ารู้จักรังสีเทคนิคไหม เชื่อได้เลยว่า มากกว่าครึ่งที่ตอบว่าไม่รู้จัก เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วเราควรที่ปฏิบัตีตนเองให้ดี สร้างสมรรถนะและมาตรฐานวิชาชีพที่ดีให้กับตนเองและเพื่อนร่วมวิชาชีพ
2.กฎหมายที่นักรังสีเทคนิคควรทราบ
ข้าพเจ้าคิดว่านักรังสีเทคนิคก็เป็นคนหนึ่งในสังคมก็ควรที่จะรู้จัก กฎหมายต่างๆที่ใช้ในการดำเนินชีวิตเพื่อไม่ให้ สังคมเกิดความวุ่นวายได้นอกจากนั้นแล้วก็ควรที่จะรู้จักกฎหมายที่จำป็นและใช้ให้เป็นสำหรับกฎหมายที่เกี่ยวกับวิชาชีพรังสีเทคนิคเพื่อที่จะใช้ในประกอบกับการรักษา หรือวินิจฉัยคนไข้ ตลอดจนจรรยาบรรณ ที่นักรังสีเทคนิคทุกคนพึ่งมี ซึ่งกฎหมายที่จำเป็น ค้องรู้มีดังนี้
1. พระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ.2542
2. พระราชกฤษฎีกา กำหนดให้สาขารังสีเทคนิคเป็นสาขาการประกอบโรคศิลป ตามพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2542
3. กฎกระทรวงว่าด้วยการดำเนินการสถานพยาบาล
4. กฎกระทรวงว่าด้วยการขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต
ตลอดจนกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ ที่ได้กำหนดให้ประชาชนทุกคนปฏิบัติเรา ก็ควรปฎิบัติอย่างเคร่งครัด
1.สมรรถนะและมาตรฐานวิชาชีพสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะ
- ดิฉันคิดว่าสมรรถนะและมาตรฐานวิชาชีพสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะนั้น เป็นแนวทางสำหรับการยึดถือเพื่อนำไปปฏิบัติงานในวิชาชีพของตน เพื่อให้งานของตนมีคุณภาพ เป็นไปอย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพ มีความปลอดภัย ทำให้ผู้รับบริการจากเราได้รับการบริการที่มีมาตรฐาน ไม่เกิดความผิดพลาดในการให้บริการ ทำให้เราเป็นผู้ที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นที่ยอมรับ และเรายังถือว่าเป็นผู้มีจรรยาบรรณในงานของเราอีกด้วย
2. กฎหมายที่นักรังสีเทคนิคควรทราบ
- กฎหมายที่นักรังสีควรทราบนั้น นอกจากกฎหมายทั่วไปที่เราทุกคนที่เป็นคนไทยต้องทราบแล้วนั้น นักรังสีต้องทราบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพ เพราะกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกคนต้องเรียนรู้ โดยเฉพาะพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะที่ผู้ประกอบโรคศิลปะที่ทุกคนควรทราบ และควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด นอกจากเราจะไม่ผิดกฎหมายแล้วเรายังจะสามารถรักษามาตรฐานแห่งวิชาชีพของเราให้ดีอีกด้วย รวมทั้งกฎหมายอื่น ๆที่ควรทราบก็มีอาทิเช่น กฎหมายว่าด้วยการดำเนินการสถานพยาบาล กฎกระทรวงว่าด้วยการขอขึ้นทะเบียนและรับใบอณุญาต และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับนักรังสีเทคนิค เป็นสิ่งจำเป็นที่เราที่เป็นนักรังสีควรมีความรู้ไว้
1. สมรรถนะและมาตรฐานวิชาชีพสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะ
สมรรถนนะบ่งบอกถึงความรู้ความสามรถแลชะทักษะและประสิทธิภาพในการทำงานของรังสีเทคนิคแต่ละคน ซึ่งเป็นสิ่งที่นักรังสีเทคนิคทุกคนพึงมีและปฏิบัติให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับการบริการที่ดี และพอใจในบริการ งานที่ได้มีคุณภาพ และทำให้สถานที่ทำงานของเราเป็นที่ยอมรับ ผู้รับบริการเชื่อถือในการบริการของเรา เป็นผลดีทั้งต่อนักรังสีเทคนิคเองและที่ทำงานด้วย
2. กฎหมายที่นักรังสีเทคนิคควรทราบ
เป็นกฎหมายเกี่ยวกับวิชาชีพ เนื่องจากเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับนักรังสีเทคนิคโดยตรง เพื่อให้ปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง เพื่อเป็นการ protect ทั้งตัวนักรังสีเทคนิค และผู้รับบริการได้รับการปฏิบัติอย่างดีและถูกต้องด้วย นอกจากกฎหมายวิชาชีดแล้วก็ควรทราบเกี่ยวกับกฎหมายทั่วไปด้วยซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการดำรงชีวิตในปัจจุบัน เพื่อการที่เราทุกคนจะได้อยู่ร่วมกันอย่างสันติ ไม่ก่อความวุ่นวาย หรือสร้างความเสียหายให้ใคร หากทุกคนทำตามกฎหมาย โลกนี้ก็คงไม่มีคดีร้ายแรงต่างๆเกิดขึ้น แต่ถ้าหากเป็นอย่างนั้นจริง ก็คงไม่ต้องมี ตำรวจ ทนายความ หรือผู้พิพากษา จริงมั้ย? แล้วเขาเหล่านั้นจะไปทำงานอะไร?
1.สมรรถนะและมาตรฐานวิชาชีพสำหรับผู้ประกอบโรคศิล
สมรรถนะและมาตรฐานการประกอบโรคศิลปะ เป็นข้อกำหนดที่สร้างขึ้นเพื่อให้ผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับมนุษย์ ได้ตระหนักและระมัดระวังมากขึ้น แต่ว่าในปัจจุบันโรงพยาบาลที่ทำตามข้อกำหนดนี้ส่วนใหญ่เป็นโรงพยาบาลเอกชนเสียส่วนใหญ่ ในภาครัฐบาลยังปฎิบัติกันอยู่น้อย ทั้งที่ความจริงข้อกำหนดต่างๆ น่าจะนำมายึดถือกันโดยทั่วไป นักรังสีเทคนิคที่ดีก็ควรมีเพราะอย่างน้อยสิ่งที่กำหนดเหล่านี้ก็เป็นข้อบ่งชี้ขั้นต่ำที่ทุกคนในอาชีพนี้พึงจะปฎิบัติให้ได้ ถึงแม้ว่าบางเรื่องจะยากและขัดต่อความเคยชินที่ผ่านมาก็ตามแต่หากว่าเราปฎิบัติจนเป็นกิจวัตแล้วเราก็น่าจะทำได้ และทุกคนก็จะเห็นประโยชน์จากตรงนี้มากขึ้น
2.กฏหมายที่นักรังสีเทคนิคควรทราบ
ก็ควรเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการปฎิบัติหน้าที่ว่าควรมีขอบเขตมากน้อยแค่ใหน เพราะกฎหมาย ณ. ปัจจุบันเอื้อต่อผู้เข้ารับบริการมากขึ้น ดังนั้นเราก็ควรทราบว่าสิ่งใดที่สามารถทำได้ภายใต้ขอบเขตของกฎหมายสิ่งใดที่ไม่สามารถทำได้ รวมเราสามารถที่จะกระทำการใด ๆ ได้ตามสิทธิที่พึงมี และไม่เป็นการสร้างความเดือดร้อนแก่ผูฮ์ฯ
ในความคิดของข้าพเจ้าคิดว่าสมรรถนะและมาตรฐานวิชาชีพที่กำหนดขึ้นสำหรับผู้ประกอบโรคสินนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่เราผู้ประกอบโรคศิลปะต้องพยายามปฏิบัติตามให้ได้ตามที่เค้ากำหนดให้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องยากที่จะปฏิบัติตามให้ได้ทั้งหมด แต่เราก็ยังสามารถทำได้บ้างก็ยังดี เพื่อพัฒนาสมรรถภาพของเราเอง
ข้าพเจ้าจากการที่ได้เรียนเกี่ยวกับกฏหมายต่างๆที่เกี่ยวกับทางสายวิชาชีพนี้ แม้ว่าภาษากฏหมายจะทำความเข้าใจได้ยาก หรือต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจเป็นเวลานานกว่าการอ่านวิชาอื่นๆ แต่มันก็มีความสำคัญต่อตัวเราในการนำไปใช้ต่อการประกอบวิชาชีพของนักรังสีเทคนิคต่อไปในอนาคต เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดที่ร้ายแรง และหลีกเลี่ยงความผิดนั้นๆได้ และเมื่อเกิดปัญหาขึ้นก็จะสามารถแก้ไขได้อย่างถูกต้องตามที่กฏหมายตราไว้
1. สมรรถนะและมาตรฐานวิชาชีพสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะ
คำว่า สมรรถนะ คือ คุณลักษณะเชิงพฤติกรรม ซึ่งเป็นผลมาจากความรู้ ทักษะ ความสามารถ และคุณลักษณะอื่นๆที่ทำให้บุคคลนั้นสร้างผลงานขึ้นมาได้โดดเด่น หรือมีประสิทธิภาพกว่าคนอื่นในองค์กร ส่วนมาตรฐานนั้น คือสิ่งที่ยึดเป็นหลักสำหรับเทียบกำหนด หรือคือการวางข้อกำหนดร่วมกัน เพื่อให้เป็นหลักเกณฑ์ที่ใช้จนเป็นปกติวิสัย เมื่อนำสองคำนี้มารวมกัน จะมีความหมายว่า การวางข้อกำหนดและมาตรฐานในเชิงพฤติกรรม ความรู้ ทักษะ ความสามารถ เพื่อให้บุคคลในองค์กรใช้หรือสร้างผลงานให้มีประสิทธิภาพจนเป็นปกติวิสัย
ในความคิดของข้าพเจ้า สมรรถนะและมาตรฐานวิชาชีพสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะนั้น คือ คุณลักษณะเชิงพฤติกรรมหรือสิ่งที่ควรปฏิบัติและยึดถือ ให้ผู้ประกอบโรคศิลปะนำไปปฏิบัติ ซึ่งได้แก่ ความรู้ทางวิชาชีพที่บุคคลพึงมี จรรยาบรรณในวิชาชีพ การเคารพสิทธิส่วนบุคคล การให้บริการทางการแพทย์ รวมไปถึงการบริการด้วยความเต็มใจ ทักษะที่ใช้ในงานทางวิชาชีพ ความรับผิดชอบในหน้าที่ รวมไปถึงด้านอื่นๆที่ได้รับมอบหมายหรือที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ควรจะมีการส่งเสริมในเรื่องคุณธรรมจริยธรรมในการทำงาน การปฏิบัติต่อผู้ร่วมวิชาชีพและผู้เข้ารับบริการทุกท่านอย่างเท่าเทียมกันและยุติธรรม ซึ่งได้มีการวางข้อกำหนดไว้เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้ผู้ประกอบโรคศิลปะนำไปใช้ปฏิบัติให้เป็นแบบอย่าง และปฏิบัติเหมือนกันทั่วทั้งองค์กร เพื่อให้เกิดความเป็นนำหนึ่งใจเดียวกัน และหากบุคคลนำไปใช้ จะก่อให้เกิดการยกระดับของวิชาชีพให้สูงขึ้นอีกด้วย
ข้าพเจ้าคิดว่าสมรรถนะและมาตรฐานวิชาชีพสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะพึงมี ได้แก่
-ความรู้
-ความสามารถ
-ทักษะความชำนาญในทางวิชาชีพ
-ความรับผิดชอบ
-จรรยาบรรณ
-คุณธรรมจริยธรรม
2. กฎหมายที่นักรังสีเทคนิคควรทราบ
ข้พเจ้าคิดว่ากฎหมายที่นักรังสีเทคนิคควรทราบได้แก่ -กฎหมายทั่วไปที่เป็นพื้นฐานของบุคคลควรทราบ เพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคม (ที่เป็นกฎหมายรัฐธรรมนูญเล่มเล็กค่ะ เป็นแบบสรุปสาระสำคัญ)
-กฎหมายเกี่ยวกับทางการแพทย์และสาธารณสุข ไม่ว่าจะเป็น พระราชบัญญัติสถานพยาบาล ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข พระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ กฎกระทรวงเกี่ยวกับการต่อใบอนุญาตหรือการขอใบอนุญาตต่างๆ รวมไปถึงกฎหมายต่างๆที่เกี่ยวกับการแพ่งและการพาณิชย์ และกฎหมายคุ้มครองลิขสิทธิ์ทางปัญญา หากเกิดการถูกฟ้องร้องหรือละเมิดลิขสิทธิ์ (เพราะข้าพเจ้าคิดว่านักรังสีเทคนิคก็คิดค้นสิ่งที่มีประโยชน์ได้มากมาย และส่วนใหญ่ก็จะละเลย เพิกเฉย)
กฎหมายข้างต้นเป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าคิดว่าควรรู้ และน่าจะรู้ไว้ใช่ว่า... ส่วนกฎหมายสำคัญที่สุดที่นักรังสีเทคนิคจำเป็นต้องรู้ คือ
-ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการรักษาจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพของผู้ประกอบโรคศิลปะสาขารังสีเทคนิค พ.ศ. 2547
-สมรรถนะและมาตรฐานวิชาชีพสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพรังสีเทคนิค (แม้ว่าจะยังไม่ออกเป็นทางการแต่ข้าพเจ้าคิดว่าควรรู้เป็นอย่างยิ่ง)
-พระราชกฤษฎีกา กำหนดให้สาขารังสีเทคนิคเป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะ ตามพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2542 พ.ศ. 2545
-ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดเครื่องมือหรืออุปกรณ์ทางรังสีวิทยา พ.ศ. 2549
ข้าพเจ้าคิดว่าในอนาคตคงจะมีกฎหมายที่คุ้มครองความปลอดภัยให้กับนักรังสีเทคนิค และตั้งเป็นสภาวิชาชีพรังสีเทคนิคได้ไม่นานเกินรอนะคะ
ขอบคุณอาจารย์ที่ให้เรียนวิชากฎหมาย เพราะเลือดรักวิชาชีพจะได้ข้นขึ้น ??
^O^
1.สมรรถนะและมาตรฐานวิชาชีพสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะ
นิสิตรังสีเทคนิคเมื่อจบการศึกษาไปแล้วควรมีความรู้อย่างน้อยก็สามารถทำการถ่ายเอกซเรย์ทั่วไปได้ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนควรทำได้และทำให้ถูกต้องด้วยนะ นอกจากนี้ก็สามารถทำการตรวจพิเศษทางรังสีได้ซึ่งการตรวจพิเศษทางรังสีก็มีอยู่ในวิชา special อะนะยกตัวอย่างเช่น การตรวจทางเดินอาหาร การตรวจทางเดินปัสสาวะ เป็นต้น เราควรรู้ว่าการตรวจเหล่านี้มีวิธีการตรวจอย่างไร ใช้สารทึบรังสีชนิดไหนในการตรวจและมีวิธีการเตรียมผู้ป่วยอย่างไรนักรังสีเทคนิคต้องสามารถอธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจได้ และยังไม่พอสมรรถนะของรังสีเราต้องมีความรู้เกี่ยวกับเครื่องที่ใช้ในงานรังสีนอกจากเครื่องเอกซเรย์ก็จะมีเครื่องอัลตราซาวด์แม้บาง รพ.เราจะไม่ได้ทำก็ตามเราก็ควรรู้ไว้จะได้เป็นบุคลที่ทรงคุณค่าและเป็นบุคคลที่สังคมต้องการ ยังไม่พอนะคะการที่จะเป็นนักรังสีที่มีสมรรถนะต้องมีความรู้เกี่ยวกับเครื่องซีที รู้หลักการทำงานของเครื่องสามารถตั้งโปรโตคอลได้และนอกจากนี้ก็มีเครื่องเอ็มอาร์และพวกระบบแพ็คต่างๆ ซึ่งปัจจุบันนี้กำลังมีบทบาทในสังคมมาก จากที่กล่าวมาแล้วหากเราสามารถปฎิบัติทุกอย่างได้อย่างถูกต้องก็จะแสดงถึงว่าเราเป็นผู้มีความรู้เหมาะกับตำแหน่งนักรังสีเทคนิค และอีกอย่างนะเราควรสามารถสื่อสารและสนทนากับรังสีแพทย์ในเรื่องพยาธิสภาพต่างๆได้ไม่ใช่ทุกโรคนะแต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่รู้อะไรเลย เพราะถ้าเราไม่รู้คำศัพท์ทางการแพทย์เราก็จะปฎิบัติงานทางการแพทย์ได้อย่างไร นอกจากสมรรถนะและมาตรฐานแล้วเราควรมีจรรยาบรรณในวิชาชีพด้วยนะ นี่แหละคือนักรังสีที่ดีที่ประเทศชาติต้องการ
2.กฎหมายที่นักรังสีเทคนิคควรทราบ
อย่างน้อยนะเราเป็นนักรังสีเราก็ควรมีความรู้เกี่ยวกับรังสีเทคนิคใช่ป่ะ (พระราชกฤษฎีกากำหนดให้รังสีเทคนิคเป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะตามพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ.2542 พ.ศ.2545)นอกจากกฎหมายพื้นฐานของเราที่เรารู้แล้วหรือเปล่า?นักรังสีเทคนิคเป็นบุคคลทางสายการแพทย์ควรรู้เกี่ยวกับกฎหมายทางการแพทย์และสาธารณสุข เช่นพวกพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541การจะเปิดสถานพยาบาลจะต้องดำเนินการอย่างไรและการถูกปิดสถานพยาบาลมาจากสาเหตุใดทั้งนี้เผื่อมีคนมาปรึกษาเราเราจะได้ตอบเขาได้ นอกจากนี้เราเป็นบุคคลในสังคมไทยเราควรมีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายทั่วไปบ้าง พวกคดีแพ่ง คดีอาญาต่างๆจะได้ไม่โดนคนอื่นหลอกและสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างราบรื่นและจะได้คุยกับเพื่อนที่เป็นทนายความรู้เรื่องเพราะเราไม่รู้ว่าอนาคตเราจะเจอกับใครบ้างเราอาจมีเพื่อนเป็นนักกฎหมายก็ได้ใครจะไปรู้ยิ่งรู้มากก็ยิ่งได้เปรียบคนอื่นนะ
เหมือนนิสิตจะเข้าใจผิดคะ…จริงๆแล้วอยากให้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความหมายของคำว่า “สมรรถนะและมาตรฐานวิชาชีพสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะ”เช่น จบรังสีเทคนิคจากมหาวิทยาลัยนเรศวร แล้วต้องมีมาตรฐานวิชาชีพอย่างไร (สามารถทำรังสีวินิจฉัยทั่วไปได้ ทำ CT MRI หรือรังสีรักษาได้เป็นต้น) ส่วนอีกข้อหนึ่งคือต้องการให้นิสิตแสดงความคิดเห็นว่า กฎหมายที่นักรังสีเทคนิคควรรู้มีอะไรบ้าง (เช่นกฎหมายอาญาหรือแพ่ง) <p> </p>
1.สมรรถนะและมาตรฐานวิชาชีพสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะ
ผู้ที่จะสามารถทำงานเพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรคหรือรักษาโรคให้กับผู้มารับบริการได้นั้นต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ควาสามารถเฉพาะด้านอย่างแท้จริง ผลของภาพเอกซเรย์ต่างๆที่ออกมาจะต้องมีความถูกต้องมากที่สุด ถูกท่า ถูกอวัยวะและถูกบุคคล การรตั้งค่าเอกโพเชอร์ต่างๆก็ควารตั้งอย่างเหมาะสมเพื่อเป็นการป้องกันรังสีให้กับผู้มารับบริการด้วย ให้เปรียบเสมือนกับผู้มารับบริการคือพ่อ แม่ พี่น้องของเราเอง เราต้องให้ความปลอดภัยกับผู้ที่มารับบริการมากที่สุด จึงจะถือว่าเป็นผู้ที่มีสมรรถนะในการทำงาน การทำงานของเรานั้นเพื่อช่วยวินิจฉัยและช่วยรักษาโรคให้กับผู้มารับบริการ ซึ่งล้วนแต่เกี่ยวกับคนทั้งนั้น เพราะฉะนั้นการที่เราจะต้องมีใบประกอบโรคศิลปะก็เพื่อให้ผู้มารับบริการแน่ใจว่าเราเป็นผู้ที่มีความรู้ความสารถตรงนี้จริง ได้รับการสอบและการยอมรับจากกระทรวงสาธารณสุขมาแล้ว และเพื่อเป็นการยืนยันว่าเราจะทำงานด้วยคุณภาพตามที่มาตรฐานด้านวิชากำหนดมา ซึ่งในมาตรฐานวิชาชีพสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะนั้นมีข้อกำหนดหลายข้อมากก็จริง ถึงอย่างนั้นก็ตามเชื่อเถอะว่าเรา(นักรังสีเทคนิค)สามารถที่จะปฏิบัติตามด้วยความเต็มใจและจะพยายามปฏิบัติให้ได้มากที่สุด
2.กฎหมายที่นักรังสีเทคนิคควรทราบ
กฏหมายที่ผู้นักรังสีเทคนิคควรทราบนั้นเราสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่กองควบคุมโรคศิลปะหรือที่กระทรวงสาธารณสุข กฏหมายที่เราควรรู้อย่างน้อยก็คือ ควรรู้ว่าเรามีสิทธิ หน้าที่ที่ต้องปฏิบัติอย่างไรบ้าง มีสิ่งใดบ้างที่ห้ามปฏิบัติ และไม่ใช่แต่ว่ากฏหมายที่เกี่ยวกับเนกรังสีเทคนิคเท่านั้นที่เราควรรู้ เราควรรู้ไปถึงกฏหมายที่ประชาชนทั่วไปควรรู้ด้วย(รัฐธรรมนูญ) เพราะเราจะอ้างว่าเราไม่รู้กฏหมายไม่ได้ ไม่ว่าจะกฏหมายใดก็ตามผู้ทรงคุณวุฒิก็ออกกฏมาเพื่อคุ้มครองประชาชนอย่างเราทั้งนั้น ถึงมันจะไม่ใช่เพื่อเราทุกข้อก็ตาม
1. สมรรถนะและมาตรฐานวิชาชีพสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะ
สมรรถนะและมาตรฐานวิชาชีพที่ผู้ประกอบวิชาชีพรังสีเทคนิคมีความสำคัญในการประกอบอาชีพอย่างยิ่งเพราะต้องยึดเป็นแนวทางสำหรับการปฏิบัติงานในวิชาชีพรังสีเทคนิค ทั้งด้านรังสีวินิจฉัย รังสีรักษาและเวชศาสตร์นิวเคลียร์ เพื่อให้บริการการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคด้วยรังสีเป็นไปอย่างถูกต้องเหมาะสม ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และมีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง
ทั้งยังใช้เป็นแนวทางให้ผู้ประกอบวิชาชีพสามารถประเมินสมรรถนะและคุณภาพการปฏิบัติงานของตนเอง เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดฟ้องร้องและสามารถใช้เป็นแนวทางในการเตรียมตัวสำหรับผู้ที่ต้องการสอบใบประกอบโรคศิลปะสาขารังสีเทคนิค
2.กฏหมายที่นักรังสีเทคนิคควรทราบ
เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่นักรังสีเทคนิคต้องรู้ไม่ว่าจะเป็น พระราชบัญญัติ , ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข , กฎหมายทั่วไป , กฎกระทรวง , พระราชกฤษฎีกา และอื่นๆเพราะการรู้กำหมายช่วยให้เราสามารถดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปลอดภัย และยังทำให้เรารู้สิทธิพื้นฐานต่างๆที่เราพึงจะได้รับ ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมาก
1.สมรรถนะและมาตรฐานวิชาชีพสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะ
นิสิตรังสีเทคนิคเมื่อจบการศึกษาไปแล้วควรมีความรู้อย่างน้อยดังนี้· สามารถทราบความหมายและชนิดของรังสี รวมถึงคุณสมบัติทางฟิสิกส์และปัจจัยที่มีผลต่อภาพถ่ายทางรังสีได้· สามารถอธิบายหลักการทางฟิสิกส์ของการเกิดเอกซเรย์· สามารถอธิบายหลักการทำงาน ส่วนประกอบและสามารถใช้งานเครื่องเอกซเรย์ทั่วไป เครื่องฟลูออโรสโคปี,เครื่องเอกซเรย์เต้านม, รวมทั้งอุปกรณ์รับภาพและบันทึกภาพได้อย่างถูกต้อง· สามารถอธิบายขั้นตอนในการตรวจ การเตรียมตัวในการตรวจ ระหว่างตรวจและหลังตรวจ สำหรับการตรวจทางรังสีได้· รู้และสามารถปฏิบัติการช่วยชีวิตเบื้องต้นได้· สามารถดำเนินการที่เกี่ยวกับการประกันคุณภาพของโรงพยาบาลได้· สามารถทำการประกันคุณภาพของภาพถ่ายทางรังสีได้· สามารถผสมและล้างฟิล์มทั้งแบบล้างด้วยมือและล้างด้วยเครื่องล้างอัตโนมัติได้· สามารถตั้งค่าปริมาณรังสีให้เหมาะสมกับแต่และอวัยวะได้· สามารถวิเคราะห์และแยกแยะภาพถ่ายทางรังสีที่ดีและไม่ดี เพื่อให้เหมาะกับการวินิจฉัยโรคได้ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">· สามารถป้องกันอันตรายจากรังสีทั้งกับตนเองและผู้อื่นได้</p>2.กฎหมายที่นักรังสีเทคนิคควรทราบ <ul><li> พระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2542· พระราชกฤษฎีกา กำหนดให้สาขารังสีเทคนิค เป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะ ตามพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2542 พ.ศ. 2545· กฎกระทรวงว่าด้วยการขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต· กฎกระทรวงว่าด้วยการดำเนินการสถานพยาบาลทั้งนี้ยังมีกฎหมายแพ่ง อาญาที่ประชาชนทุกคนต้องทราบนอกเหนือจากกฎหมายที่เกี่ยวกับนักรังสีเทคนิคที่ต้องทราบในฐานะประชาชนคนหนึ่งด้วย <p> </p></li></ul>