1.สมรรถนะและมาตรฐานวิชาชีพสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะ
ผู้ที่จะสามารถทำงานเพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรคหรือรักษาโรคให้กับผู้มารับบริการได้นั้นต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ควาสามารถเฉพาะด้านอย่างแท้จริง ผลของภาพเอกซเรย์ต่างๆที่ออกมาจะต้องมีความถูกต้องมากที่สุด ถูกท่า ถูกอวัยวะและถูกบุคคล การรตั้งค่าเอกโพเชอร์ต่างๆก็ควารตั้งอย่างเหมาะสมเพื่อเป็นการป้องกันรังสีให้กับผู้มารับบริการด้วย ให้เปรียบเสมือนกับผู้มารับบริการคือพ่อ แม่ พี่น้องของเราเอง เราต้องให้ความปลอดภัยกับผู้ที่มารับบริการมากที่สุด จึงจะถือว่าเป็นผู้ที่มีสมรรถนะในการทำงาน การทำงานของเรานั้นเพื่อช่วยวินิจฉัยและช่วยรักษาโรคให้กับผู้มารับบริการ ซึ่งล้วนแต่เกี่ยวกับคนทั้งนั้น เพราะฉะนั้นการที่เราจะต้องมีใบประกอบโรคศิลปะก็เพื่อให้ผู้มารับบริการแน่ใจว่าเราเป็นผู้ที่มีความรู้ความสารถตรงนี้จริง ได้รับการสอบและการยอมรับจากกระทรวงสาธารณสุขมาแล้ว และเพื่อเป็นการยืนยันว่าเราจะทำงานด้วยคุณภาพตามที่มาตรฐานด้านวิชากำหนดมา ซึ่งในมาตรฐานวิชาชีพสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะนั้นมีข้อกำหนดหลายข้อมากก็จริง ถึงอย่างนั้นก็ตามเชื่อเถอะว่าเรา(นักรังสีเทคนิค)สามารถที่จะปฏิบัติตามด้วยความเต็มใจและจะพยายามปฏิบัติให้ได้มากที่สุด
2.กฎหมายที่นักรังสีเทคนิคควรทราบ
กฏหมายที่ผู้นักรังสีเทคนิคควรทราบนั้นเราสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่กองควบคุมโรคศิลปะหรือที่กระทรวงสาธารณสุข กฏหมายที่เราควรรู้อย่างน้อยก็คือ ควรรู้ว่าเรามีสิทธิ หน้าที่ที่ต้องปฏิบัติอย่างไรบ้าง มีสิ่งใดบ้างที่ห้ามปฏิบัติ และไม่ใช่แต่ว่ากฏหมายที่เกี่ยวกับเนกรังสีเทคนิคเท่านั้นที่เราควรรู้ เราควรรู้ไปถึงกฏหมายที่ประชาชนทั่วไปควรรู้ด้วย(รัฐธรรมนูญ) เพราะเราจะอ้างว่าเราไม่รู้กฏหมายไม่ได้ ไม่ว่าจะกฏหมายใดก็ตามผู้ทรงคุณวุฒิก็ออกกฏมาเพื่อคุ้มครองประชาชนอย่างเราทั้งนั้น ถึงมันจะไม่ใช่เพื่อเราทุกข้อก็ตาม