มหาวิทยาลัยมหิดล มีรากฐานมาจากวิชาการด้านสุขภาพ  แต่จริงๆ แล้วสุขภาพหรือสุขภาวะไม่ได้เกี่ยวข้องกับวิชาการ หรือศาสตร์ด้าน health science เท่านั้น  ยังเกี่ยวข้องกับศาสตร์ด้านมนุษย์ สังคม และศิลปะด้วย

          นับเป็นปรีชาญาณของบรรพบุรุษ/สตรี ของมหาวิทยาลัยมหิดล  ที่จัดตั้งคณะวิชา/หน่วยงานด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปกรรมขึ้น  ได้ทำชื่อเสียงแก่มหาวิทยาลัยมหิดล  และทำคุณประโยชน์แก่วงการวิชาการของประเทศไทยเป็นอันมาก

          แต่คนในศาสตร์ทั้ง ๓ กลุ่มของมหาวิทยาลัยมหิดลยังรู้สึกว่าตนยังเป็น "ชนกลุ่มน้อย" ของมหาวิทยาลัย

          สภามหาวิทยาลัยจึงตั้ง "คณะทำงานกลุ่มสาขาวิชามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปกรรม" ขึ้น  โดยมี ศ.ดร.เจตนา  นาควัชระ  กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ  เป็นประธาน    เพื่อให้ข้อเสนอแนะเรื่องทิศทางการพัฒนาวิชาการด้านนี้ พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะด้านลักษณะวิชา เนื้อหา และขอบเขตของงานวิจัย

          ศ.ดร.เจตนา   นาควัชระ  ได้รายงานสรุปผลการประชุมคณะทำงาน  (ซึ่งได้ประชุมกันทุกเดือน   เดือนละครั้ง   ตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๔๙ เป็นต้นมา  รวม ๑๐ ครั้งในที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยครั้งที่ ๔๐๒  เมื่อวันที่ ๒๐ ก.ค. ๕๐

          ผมฟังรายงาน และกลับมาทบทวนรายงานการประชุมสภาฯ ครั้งนั้นแล้ว ก็สรุปกับตัวเองว่า

  • คุณค่าของศาสตร์ทั้ง ๓ กลุ่ม  คือการพัฒนา human dimension
  • ต้องการการสร้างความมีชีวิตชีวาของการทำงานวิชาการ  โดยการจัด "เวทีวิชาการ" หลากหลายรูปแบบ  เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้ามศาสตร์
  • ต้องการ "การจัดการวิชาการ"  (academic management) ที่สร้างชีวิตวิชาการ  และความมีชีวิตชีวาทางวิชาการ
  • ขอแนะนำให้อ่านหนังสือ "พื้นสังคมศาสตร์"  จัดพิมพ์โดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม  มหาวิทยาลัยมหิดล   ร่วมกับสำนักพิมพ์คบไฟ  มีจำหน่ายที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯ

วิจารณ์  พานิช
๒๒ ก.ย. ๕๐