
เป็นความทรงจำที่น่า ขายหน้าอย่างไขนหนาด ... ไม่ค่อยได้เปิดเผยกับใครที่ไหน ...เมื่อหลายปีก่อน (จะบอกไปโต้ง ๆ ว่ากี่ปี ..ก็กลัวจับได้ ว่าแก่ เอิ้ก ๆๆ) ผู้เขียนรับงาน ...ควบคุมโรคเอดส์และกามโรคของ หน่วยงาน ช่วงนั้นงานที่ทำอยู่ ส่วนใหญ่จะเป็นงานเชิงรุกที่ต้องออกไปทำในพื้นที่ เน้นสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันการแพร่กระจาย เชื้อเอดส์ ในกลุ่มชาวเขาและแรงงานต่างด้าว ที่อำเภอปางมะผ้า นี่แหล่ะค่ะ ...
มีช่วงหนึ่งทางอำเภอเรามีแคมเปญ เด่น ๆ คือ ฝ่ายส่งเสริมสุขภาพ จับมือ กับงานเอดส์ เข้าไปทำ Focus Group ในหมู่บ้านชาวเขาเผ่าลาหู่ หรือมูเซอร์ เน้นเรื่องการวางแผนครอบครัว ควบคู่ไปกับการป้องกันการติดเชื้อ เอดส์ ... กระบวนการทำของเราก็จะเป็นการที่ทั้งทีม เราเบ็ดเสร็จเกือบ ๆ 10 คน จะเข้าไปในหมู่บ้าน นำชาวบ้านที่เป็นกลุ่มวัยเจริญพันธ์ มาเข้ากลุ่มกัน ขั้นแรกเป็นการสำรวจ ความคิด ความรู้ ทัศนคติ ต่อ เรื่องการวางแผนครอบครัวและความรู้เรื่องการป้องกันการติดเชื้อโรคเอดส์ พอได้ข้อมูล ก็เป็นการคืนข้อมูลและให้ความรู้แก่กลุ่มเป้าหมายที่เข้าอบรมค่ะ
ความยากของงานอยู่ที่ เรื่องภาษา เพราะชาวเขาที่เป็นคนแก่ และสตรี จะไม่ค่อยรู้ภาษากลาง (ความจริงปัญหาอยู่ที่ เราไม่รู้ภาษาเค้านะคะ) ช่วงนั้นพอไปทำ Focus Group บ้านชาวเขาเผ่าลาหู่ หลาย ๆ บ้าน ก็เกิดความมั่นใจ ได้มาหลายคำเลยนี่คะ จากที่รู้น้อยมาก กลายเป็นรู้ แบบอันที่ไม่น่าจะไปรู้ของเค้า อย่างเช่น
มะสึ แปลว่า ไม่รู้ , มะจ่อ แปลว่า ไม่มี , มะแช แปลว่าไม่อยู่ , มะเฮะ แปลว่า ไม่ใช่ , ยามีหา แปลว่า หญิงสาว , ดะจะเว แปลว่า สวยมาก , ยามีหาดะจะเว แปลว่า หญิงสาวสวยมาก , หวะ แปลว่า หมู , พือ แปลว่า หมา , มิหมี่ แปลว่า แมว , อ่อแอ แปลว่า เด็กทารก (แน่ เริ่มเข้าเค้า) , ยะโหล่ แปลว่า มดลูก , อ่ออู แปลว่า รังไข่ (นั่นแน่ ..งงละสิคะ ภาษาลาหู่ บัญญัติคำว่ามดลูกกับรังไข่ไว้ด้วย ) และ ก็รู้อีกหลายคำ ที่จะใช้(ตอนนี้ ลืม ๆ ไปบ้างแล้วค่ะ) ...
ในการสอนเรื่อง การป้องกันการติดเชื้อเอดส์ กับการวางแผนครอบครัว ...เป็นภาษา ไทยสลับลาหู่ ..ชนิดนี่คนไทยฟังก็งง ..ลาหู่ฟังก็ไม่รู้เรื่องล่ะค่ะ ..(บอกแล้ว ว่าถนัดเรื่องสร้างความบันเทิง..สาระเป็นของแถม) ...เรียกเสียง ..ฮา..จากชาวบ้าน..ยายแก่ ๆ หัวเราะจนฟันจะหลุดเอา...แกคงไม่เคยรู้ ...พวก หมอพวกพยาบาล จะทำอะไรเพี้ยน ๆ แบบนี้ได้ ...

มาถึงช่วงเวลาที่ฟ้าดินลงโทษค่ะ เบื้องบน คงหมั่นใส้ขวัญใจ ชาวลาหู่ ...คือในระหว่างที่เราทำการอบรมไปเนี่ย ..ในกลุ่มชาวบ้านก็จะมีพรายกระซิบค่ะ ..คือ เค้าต้องแปลให้เพื่อนที่นั่งข้าง ๆ ฟัง .. เพราะว่าข้อจำกัด ที่ผู้เขียนเองต้องสอนไทยคำ ลาหู่คำ มันก็ อาจเข้าใจดีในคนที่พอจะรู้ทั้งสองภาษา แต่ คนที่รู้ภาษาลาหู่อย่างเดียว ...คงจะงง ..มันมีอยู่คำนึง ..ที่ผู้เขียนเองเคยได้ยินมานาน ..แล้วแล้วไม่เข้าใจ ไม่เคยถามใคร และไม่เคยมีใครบอก ...เวลามีคนพูดที เค้าก็หัวเราะกันครืน . ..ผู้เขียนเคยนำผู้ติดเชื้อชาวลาหู่ไปดูงาน ที่แม่แจ่ม พวกเค้าก็หยอกล้อกันด้วยคำนี้ ..เวลาเราถามก็ไม่ยอมตอบ..อายม้วนต้วน ..
ท่ามกลางเวทีชาวบ้าน และ ทีมงานร่วม 80 คน ที่ศาลากลางบ้านห้วยเฮี๊ยะ ...ผู้เขียนตอนนั้นกำลังสอนเรื่องโรคเอดส์อยู่ ...อดสงสัยเวลาที่เค้า กระซิบแล้วหัวเราะกันคิกคักไม่ได้ เลยถามเปรี้ยง ออกไป ...(ผ่านไมโครโฟน คะ พี่น้อง)..
“ เอ๊ะ ...นี่ หมอถามจริง ๆ เลยนะ ...ไอ้คำว่า ปะเตเว นี่มันแปลว่าอะไรหรอ ...เห็นพูดกันจัง...แล้วหัวเราะกันด้วย ” ....เหมือน ผีผ่าน... คนกำลังคิกคัก กำลังคุย ทำนู่น ทำนี่ ทั้งชาวบ้านและทีมงาน หยุดหมด แล้วหันมามองผู้เขียนอย่าง ตะลึงพรึงเพริ่ด ... ยังค่ะ ยังไม่รู้สึกตัวอีก
“ อ้าว เป็นอะไรคะ มันต้องสนุกแน่ ใครพูดคำนี้ก็หัวเราะกันทุกที ” ชาวบ้านเริ่ม เลิ่กลั่ก หันซ้าย หันขวา..ทีมงานเริ่มยักคิ้ว หลิ่วตา ...เราก็เริ่มสำเหนียก ความผิดปกติ ...แต่ด้วยความมั่นใจในตัวเอง ..มันจะอะไรกันนักกันหนา กับคำคำเดียว ..
”เอ้า ..ใครจะช่วยบอกได้บ้าง คำว่าปะเตเว แปลว่าอะไร ใครตอบดีจะมีรางวัลให้ ” คราวนี้ น้อง อสม.เริ่มรวบรวมความกล้า เดินเข้ามากระซิบข้าง ๆ หู ผู้เขียนค่ะ “หมอค่า ๆ หมอไม่ต้องประกาศแล้วค่า อายเขา ปะเตเว แปลว่า ผู้ชายกับผู้หญิงเอากันค่า ”
…….…นานเหมือนชั่วกัปชั่วกัลป์ ค่ะ ...อึ้ง...รับประทาน..น้องเค้ากระซิบนะคะ แต่พอดี...แกไปกระซิบที่ไมโครโฟน ...ชัดเจน แจ่มแจ้ง และ เคลียร์ค่ะ ............
สีหน้าของผู้เขียนคงเปลี่ยน ไปหลายสีมาก ....เพราะหลังจากความเงียบที่น่าอึดอัด ...ก็มีคนกลั้นหัวเราะไม่ได้ ..ไม่รู้ใครเริ่มก่อน ...จากนั้น ...ทั้งลานอบรม..ก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ..ที่ต่อเนื่องยาวนาน ...ผู้เขียนเองก็หัวเราะอย่างสติแตก ...นานมากกว่าจะเบรกได้ .. ผู้เขียนเองกลายเป็น ตำนาน “ปะเตเว” ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ตอนนั่งรถกลับ โรงพยาบาล พี่ๆ ทีมงานล้อ กันไม่เลิก ... พี่ ๆ เค้า รุมกันสั่งสอน ซึ่งคงจะจำไว้อีกนาน ...

...นี่จำไว้ จำไว้ ...หน้าแตกอย่างแรงเลย ...คิดแล้วก็น่าโมโหตัวเองนะคะ ว่าทำไม้ ...อุตส่าห์ไปเรียนรู้คำที่เป็นประโยชน์ต่อการสอนเรื่องเพศศึกษาตั้งมากมาย ...ดันมาตายคำที่น่าจะใช้เป็นประโยคหากินได้ “ปะเตเว”\.....ลาก่อนดีกว่าค่ะ ก่อนจะมีพี่น้องลาหู่ มาขอลบ blog เนื่องจากเป็นคำหยาบคาย..เอิ้ก ๆๆๆ ......
..อีกแล้วค่ะ พี่น้อง.. เขียนแล้วไม่รู้จะเอาไปว่า หมวดไหน ..แหะ ๆๆ ...
ฮ่า ฮาอีกแล้วครับ ฮา
เอาไว้หมวดอะไร ๆ ที่บันเทิงล่ะเหมาะกว่าแน่ครับ แต่เอ ..นี่มันเรื่องของสุขภาพด้วยน่ะครับเนี่ย
เรื่องแบบนี้เป็นความรู้รอบตัวที่จำเป็นมาก ๆ เลยครับโดยเฉพาะสำหรับคนที่จะเข้าไปสัมผัสกับวิถีชีวิตของกลุ่มคนที่เราจะต้องไปใช้ชีวิตหรือไปทำงานด้วย
แต่ตอนผมมาเรียนที่ขอนแก่น ไม่ค่อยมีปัญหามากนักเพราะผมเว้าลาวได้อยู่ก่อนเนื่องจากมีเชื้อสายตรงจากฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงอยู่แล้ว ปานนั้นก็ยังต้องเจอศัพท์อีสานโดยตรงที่ไม่เกี่ยวกับภาษาลาว ก็อาศัยเรียนรู้จากเพื่อน ๆ เยอะเหมือนกัน ครับ
5555
มาขำ ค่า ...ทำไปด้ายยยย นะ ...
สวัสดีค่ะ
เอาไว้หมวดนี้ พี่ว่าถูกต้องแล้ว หมวดบันเทิง เพราะขณะนี้ พี่ยังหยุดตัวเองไม่ให้หัวเราะไม่ได้ จะจำคำนี้ไว้ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
สวัสดีค่ะ
. mr. สุมิตรชัย คำเขาแดง
อุตส่าห์ตามมาขำ ...จะว่าไป งานนี้ซึ้งเลยค่ะ..ถึงความรู้รอบตัวก่อนเข้าไปทำอะไร ..เล่นไรไม่คิด นี่ไก่หมดเล้าเอาง่าย ๆ นะคะ
อะโบดึย่า (แปลว่าขอบคุณและสวัสดีค่ะ)
อะโบดึย่า นะคะ คุณ Chronicle books
อุตส่าห์แวะมาขำ
สวัสดีค่ะพี่
. ตันติราพันธ์
พี่จ๋า หัวเราะมาก ระวังสำลักกาแฟนะคะ พี่ ..
อะโบดึย่า ค่ะ (แปลว่า ขอบคุณและสวัสดี) จำคำนี้ดีกว่านะคะ พี่ เพราะเป็นคำที่ดีกว่า พูดเป็นไม่มีอดข้าว ถ้าไปหลงป่าอยู่แถวบ้าน ลาหู่ค่ะ ...เอิ้ก ๆๆ ..
สวัสดีค่ะ อาจารย์
. บัวชูฝัก
ปลื้มค่า อาจารย์ อุตส่าห์แวะมาชม มาเชียร์ ความจริงมีอีกหลายคำ แต่เขียนหมด ..ก็ไม่ไหวค่ะ ..
เอาอีกศัพท์ไหมคะ ช่วยให้มีข้าวกิน
อ่อจา แปลว่า กินข้าว , เอกะ แปลว่า น้ำ , แหมะจา แปลว่า อร่อยมั่ก ๆ , อ่อจาแหมะจา แปลว่า กินข้าวอร่อยมาก , อ่อจามะแหมะ แปลว่า กินข้าวไม่อร่อยเลย ...เรื่องกินนี่จะเก่งค่ะ ...การันตี ว่าขึ้นดอยไม่อดแน่นอน..
อะโบดึย่า นะคะ
เอิ๊กๆ...
^_____^
ตามมาก๊ากด้วยคนค่ะคุณหมอ
ก๊ากๆๆๆๆ หน้าแตกเพล้ง ๆๆๆๆ อิอิ
หมวดกริยาท่าทาง ภาษาไทยภาษากระเหรี่ยง ร้องไห้ ห่อ หัวเราะ นี ยิ้ม นี-เกอ-มุย อาย แมะ-ชะ-ฆา รำแฆ-เกอ-หลิ เดิน แล วิ่ง จิ กระโดด โปะ-โละ-แก่ ยกมือ หยุ-เท่อ-จือ ยกขาโหย-เท่อ-ข่อ เกา หวะ เสียใจ ซะ-ฮะ-ฆอ ดีใจ ซะคือ เหงา โจะพือ คิดถึง ซะ-เซอ-หญื่อพูด โต-ต่า ถาม สิ-คว่า ตอบ แตะ-เชอ กลัว ปลี ตกใจ พึ คิด โช-โหม่ รู้ สี่-ญา ฟังโด-กะ-หน่า อ่าน พะ เขียน แกวะ มองดู กว่า มองหา กว่า-มือ ผลัก ฉ่อ ดึง ถึ ยกเจาะ-ถ่อ โยน,ขว้าง,ทิ้ง กวิ หมุน วอ-เตอ-ริ หั่น เดาะ-ลอ ตำ โต่ เงย กว่า-เท่อ-ต่าก้ม โชะ-ลอ-โข่ เชิด,ดู ฉวา ปัด,กวาด แคว ลบ ถุ-ซี ซักผ้า ฉื่อต่า อาบน้ำ หลู่-ทีล้างหน้า ปล่า-แมะ แล่ บละ ผ่าฟืน พะ-เส่-หมื่อ ยิงปืน คะ-สิ-หน่า ก่อไฟมา-แก-เมะ-อู หุงข้าว พอ-เออะ-เม ตั้งหม้อ ชอ-เถ่อ-สะ-เปอ
สวัสดีค่ะ คุณ
bunpot
หัวเราะมาก ระวัง สำลักกาแฟนะคะ
เอิ้ก ๆๆๆ
สวัสดีค่ะ คุณ
. Ranee
Born to be ค่ะ เกิดมาเพื่อห้าแตกโดยแท้ ...
เอิ้ก ๆๆ
สวัสดีค่ะ อาจารย์
. ขจิต ฝอยทอง
โอ้โห อาจารย์ เก่งหลายภาษาจัง ..ที่นี่ ปางมะผ้า มีบ้านกะเหรี่ยง อยู่ 2 หมู่บ้านเองค่ะ ภาษากะเหรี่ยงเลยไม่กระดิกเลย
รู้แค่ อ่อเม แปลว่า กินข้าว อ่อที แปลว่า กินน้ำ ซอเดาะ แปลว่า กุ้ง แหะ ๆๆ น้อยนิด น้อยนิด ว่าง ๆ อาจารย์เอาหมวดอื่น มาเล่าให้ฟังบ้างนะคะ
ขอบคุณ ค่า