เมื่อเช้านี้ครูอ้อยเขียนบันทึกเรื่อง....ธรรมชาติที่น่ารักแฝงไว้ด้วยความน่ากลัว
ยังไม่หายขวัญเสีย เมื่อเย็นวานนี้ นั่งอยู่ในอาคารที่ประชุมชั้นล่างตั้งแต่ สีโมงเย็นกว่าๆ ไม่รู้จะไปไหนดี เล่นเน็ตก็ไม่ได้ เลยนั่งคุยกับเพื่อนครูโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง และนั่งอยู่จนถึงเวลากินข้าวคือ...หกโมงเย็น ....
ฝนก็เริ่มเทลงมาอย่างหนัก ครูอ้อยมองไปที่ประตูเข้าทั้งสอง..ก็ไม่เห็นเพื่อนครูกลับเข้ามาจากไปเที่ยว..
ครูอ้อยเดินไปตักขนมมากินอีกถ้วย นั่งดูนาฬิกา ทุ่มกว่าๆแล้ว ฝนก็ยังหนักอยู่ มีผู้คนไปยืนดูน้ำไหลลงมาจากเขา และน้ำในลำธารข้างๆห้องประชุม
ครูอ้อยกลัวมากๆ เพราะที่พักนี้อยู่ที่เชิงเขาด้วย...
|
|
|
|
สวัสดีค่ะน้อง....naree suwan
ขอบคุณค่ะ...
แต่พี่อ้อยก็ต้องระวังบ้างนะคะฝนมันตกหนักช่วงนี้นะ เดี๋ยวคนที่บ้านจะเหงาไม่มีใครคอยเอาใจงัยคะ
สวัสดีค่ะน้องนก..รัตน์ชนก โอ่คำ
ครูอ้อยใจหายเลยค่ะ
คะพี่อ้อเหมือนไปเทียวแล้วกันนะคะ ได้พักผ่อนไปในตัว
สวัสดีค่ะน้องนก...รัตน์ชนก โอ่คำ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับ.....คุณครูอ้อยครับ...ห่างหายไปเสียระยะหนึ่ง คงต้องบอกคุณครูว่ายังคิดถึงอยู่ครับ แต่งานเยอะขึ้นครับ นาน ๆ ได้แวะเยี่ยมครั้งครับ
เรื่องของธรรมชาติที่น่ารักซึ่งแฝงไว้ ด้วยความน่ากลัว ยังเป็นสิ่งที่ต้องเตือนใจอยู่เสมอครับ....เนื่องจากไม่มีอะไรที่น่าไว้ใจครับ สองอาทิตย์ที่แล้ว ผมไปถ่ายสารคดี ชมรมท่องเที่ยวเพื่อการอนุรักษ์ บ้านวังลุงที่ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีฯ ได้ความรู้อีกมากครับ ชาวบ้านบอกว่าเขามีบทเรียนมา ไม่น้อยกว่า 2 ครั้งจากการที่เข้าไปทำลาย ถางป่าบนเทือกเขาหลวงเพื่อทำสวนสมรม (สวนผลไม้ยืนต้นในป่าธรรมชาติ) เมื่อเกิดวาตภัย และอุทกภัย 2 ครั้ง ที่ดินหาย บ้านถูกน้ำพัดหายไปต่อหน้า และป่าถูกน้ำทำลายเสียหาย ใครก็มาช่วยเขาไม่ได้ ........
เขาจึงไม่ทำลายป่าบนเทือกเขาเพื่อลูกหลาน เขาจะได้อยู่ ได้กินต่อไปอีกนาน ๆ ครับ นี่คือข้อสรุป เขาบอกว่า เขาทำลายป่ามานานแล้ว แต่ไม่นึกว่ามีผลรุนแรงและทำร้ายจิตใจ ทำร้ายคนที่รักได้ขนาดนี้ เขาสรุปว่า เราอยู่กับธรรมชาติการถางป่าครั้งเดียวก็ทำให้เขาในป่าถล่มได้แล้วครับ.......
สวัสดีค่ะ..นาย สมพงศ์ ตันติวงศ์ไพศาล
ขอบคุณค่ะ...คิดถึงเสมอค่ะ