คนอินเดียคงเก่งในเรื่องการค้าขาย เป็นคนกลางเก่งมากๆ แต่ไม่เก่งเลยในเรื่องการบริการ

 

 

 

 

 อินเดียมีประชากรมากเป็นอันดับสองของโลกคือพันกว่าล้านคนและในอนาคตอีกไม่นานก็จะมีมากที่สุดในโลกแซงจีนแน่นอน

ปัญหาการบริการสาธารณสุขพื้นฐานของประเทศขนาดนี้ย่อมมีปัญหาเป็นธรรมดา โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่มีไม่เพียงพอ

ประสบการณ์ตรงก็คือภรรยากำลังท้องใกล้คลอดไปฝากท้องที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งซึ่งถือว่าเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่ดีที่สุด สร้างเสร็จใหม่ๆ สะอาดใช้ได้ทีเดียว แต่ก็มีข้อสังเกตุที่แตกต่างจากโรงพยาบาลในบ้านเราอย่างมาก มาฝาก ดังนี้

การใช้บริการเมื่อติดต่อเจ้าหน้าที่แล้ว จะต้องจ่ายค่าบริการก่อนที่จะเข้าไปพบหมอ (คนไม่เคยเจอแบบนี้ก็รู้สึกแปลกมาก.....ยังไม่ทันทำอะไรเลย ต้องจ่ายเงินแล้ว)

การสาธารณะสุขพื้นฐานและการพยาบาลยังต้องปรับปรุงอีกมากๆๆ (มองมุมกลับ ก็เป็นโอกาสดีของพยาบาลไทยมั้งที่มีคุณภาพสูงและบริการดีมาก)

คนไข้จะต้องเก็บประวัติเอง หมอจะไม่เก็บไว้ เมื่อตรวจแล้ว จะส่งแฟ้มให้คนไข้เก็บประวัติและดูแลรับผิดชอบเอง เช่นจะไปซื้อยาอะไร จะนัดคราวหน้าเมื่อใด (ข้อนี้ก็แปลกดี แต่คิดอีกทีก็ช่วยลดภาระของหมอไปได้เยอะ ไม่ต้องเก็บประวัติคนไข้ ไม่ต้องจ้างคนฝ่ายระเบียน คนไข้ต้องดูแล รักษาเอกสารของตน)

เมื่อพ้นจากหมอแล้ว คนไข้ต้องไปติดต่อบริการต่างๆ ตามที่หมอสั่งเอง โดยไม่มีพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่ช่วยแนะนำแต่อย่างใด (ตรงนี้ ก็คงเป็นตรรกของเขาว่า ทำเฉพาะหน้าของตน เมื่อไม่ใช่หน้าที่ก็ไม่สนใจเลย)

การไม่มีจิตบริการ เป็นสิ่งที่เห็นบ่อยมาก (คนอินเดียคงเก่งในเรื่องการค้าขาย เป็นคนกลางเก่งมากๆ  แต่ไม่เก่งเลยในเรื่องการบริการ)

........ฯลฯ

มาตรฐานของไทยในเรื่องโรงพยาบาลต้องถือว่าสูงมากและน่าจะติดอันดับหนึ่งของโลกและในโลกของธุรกิจการค้า ต้องบอกว่า ไทยมีศักยภาพและโอกาสที่สดใสมากที่จะไปลงทุนสร้างโรงพยาบาลและโรงเรียนพยาบาลในอินเดีย.................หากมีการเปิดโอกาสให้

ด้วยความปรารถนาดี