Best Practice

Best Practiceในหน่วยงานสามารถเกิดขึ้นได้ หลายช่องทางตัวอย่างดังนี้

  1. เกิดจากบุคคล อันมาจากการเรียนรู้ประสบการณ์ ภาวะผู้นำทางผู้บริหารที่คาดหวังความสำเร็จ การคิดเชิงอนาคตการเปลี่ยนแปลง ผู้ปฏิบัติงาน หรืออยู่ใต้บังคับบัญชาก็เรียนรู้จากการปฏิบัติ ริเริ่มสร้างสรรค์แก้ปัญหาการทำงาน เสนอแนะวิธีการต่อผู้บริหาร และอาจจะเกิดแนวคิด การรับรู้คำปรารภของคณะกรรมการ ของผู้ปกครองของประชาชนหรือรับบริการ ก่อให้เกิดการสร้างสรรค์ วิธีการใหม่ หรือที่ดีกว่า
  2. เกิดจากปัญหาอุปสรรค ในการบริหารจัดการทั้งระบบ ทั้งปัจจัยนำเข้ากระบวนการ และ ผลผลิตไม่ได้ตามเป้าหมายความกดดันจากผู้รับบริการ การขับเคลื่อนนโยบายของผู้บริหารระดับสูง ภาวะข้อจำกัดของทรัพยากรทางการบริหาร ภาวะวิกฤติทำให้มีการแสวงหาแนวทาง กระบวนการวิธีการที่ดีกว่า เพื่อให้ได้ผลผลิตความสำเร็จสูงสุด
  3. เกิดจากแรงขับเคลื่อนการพัฒนา ค้นหาวิธีการใหม่เพื่อเพิ่มผลผลิต กำไร หรือสร้างความพึงพอใจของผู้รับบริการ เสริมสร้างประสิทธิภาพขององค์การ

ขั้นตอนการดำเนินงาน Best Practiceเสนอแนะได้ดังนี้

  • ขั้นตอน 1 การวิเคราะห์ภารกิจที่แท้จริงของหน่วยงานนั้น ๆ
  • ขั้นตอน 2 การศึกษาวิเคราะห์สภาพของหน่วยงาน ซึ่งอาจ ดำเนินการได้หลายวิธี เช่น ใช้วิธีการสำรวจ การระดมความคิด การใช้กระบวนการ AIC หรือ SWOT เป็นต้น
  • ขั้นตอน 3 การกำหนดภาพความสำเร็จอนาคตจัดทำรูปแบบ (Model) วิธีการการดำเนินงาน
  • ขั้นตอน 4 การปฏิบัติ ตามแบบวิธีการอาจจะเริ่มทดลองนำร่องตรวจสอบประเมินผลอย่างต่อเนื่องเป็นระยะ
  • ขั้นตอน 5 ประเมินผลวิเคราะห์เปรียบเทียบ ในด้านขั้นตอนระยะเวลา งบประมาณและผลที่ได้รับกับวิธีการเดิม
  • ขั้นตอน 6 ปรับปรุงพัฒนา และขยายผลการนำไปใช้ในหน่วยงาน ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น
  • ขั้นตอน 7 การบันทึก เขียนรายงานใช้เป็นมาตรฐานในการปฏิบัติ
    นอกจากข้อเสนอ 7 ขั้นตอนข้างต้นแล้ว หน่วยงานสามารถจะดำเนินการได้อีกหลายกระบวนการ เช่น ตามแนวทาง วงจรเดมมิ่ง (
    Demming circle) ซึ่งประกอบด้วย
    • P : การวางแผน
    • D : การปฏิบัติ
    • C : การตรวจสอบประเมินผล
    • A : การปรับปรุงพัฒนากำหนดกิจกรรมใหม่ เป็นต้น 

ที่มาของข้อมูล : สมพร  เพชรสงค์ [online] http://cddweb.cdd.go.th/cdregion04/cdworker/best_practice.pdf