กลไกมโนธรรมของผู้ใช้แรงงาน
ถ้าท่านถามบุคคลผู้ใช้แรงงานในทุกอาชีพว่า “ทำงานเพื่ออะไร”
ส่วนมากจะตอบว่า “ทำงานเพื่อเงิน” และถ้าถามต่อไปว่า “เอาเงินไปทำอะไร” หลายคนจะมีคำตอบที่แตกต่างหลากหลายและถ้าถามต่อไปอีกเรื่อย ๆ คำตอบที่ได้ตรงกันมากที่สุดคือ “ความสุข” และถ้าถามต่อไปอีกว่า “เอาความสุขไปทำอะไร”
เราจะเห็นว่าไม่มีใครตอบได้เพราะความสุขเป็นเป้าหมายสูงสุดของชีวิต ส่วนคำตอบในตอนต้นที่ว่าทำงานเพื่อได้เงิน เมื่อได้เงินแล้วจะใช้เงินไปเพื่อแสวงหาสิ่งที่จำเป็นสำหรับชีวิตและเป็นหลักประกันความมั่นคงชีวิต คำตอบเช่นนี้เป็นเพียงเป้าหมายเฉพาะกิจ และในขณะเดียวกันก็เป็นเครื่องมือที่จะนำไปสู่เป้าหมายสูงสุดคือความสุข อันเป็นสิ่งที่ชีวิตทุกชีวิตแสวงหาและต้องการ ดังนั้นเราอาจสรุปได้ว่าเป้าหมายสุดท้ายของผู้ใช้แรงงานคือความสุข
การบริหารงานที่ดี (Good Governance) ผู้ใช้แรงงานที่ดีทุกคนจะต้องมีความรับผิดชอบต่อวิถีชีวิตใน 3 ระดับ คือ
1. เกณฑ์จำเป็น การควบคุมตนเองให้เป็นผู้ที่ทำหน้าที่ใช้แรงงานที่ดีอย่างเต็มความรู้ ความสามารถ มีความซื่อสัตย์ ขยัน เข้มแข็ง อดทน และไม่ละเมิดต่อกฎระเบียบของวิชาชีพ และกฎระเบียบของรัฐ หากละเมิดกฎเหล่านี้จะต้องยอมรับการลงโทษตามกฎเกณฑ์ที่รัฐกำหนดไว้
2. เกณฑ์เสริม ผู้ใช้แรงงานที่ดีทุกคนจะต้องปฏิบัติตามจรรยาบรรณของวิชาชีพซึ่งมีดังนี้คือ
จรรยาบรรณต่อตนเอง
1.มีวินัยในตนเอง มีความเข้มแข็ง อดทนและซื่อสัตย์
2.มีความใฝ่รู้อยู่เสมอ เพื่อพัฒนาตนเองให้ก้าวหน้าในวิชาชีพของตน
3.มีบุคลิกภาพที่ดี คือ ความอ่อนน้อมถ่อมตน ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และการยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นอย่างสงบใจ
4.มีความรักและปรารถนาดีต่อคนทุกคน
จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ
1. มีความรักและศรัทธาในวิชาชีพ ประกอบการงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ
2.มีความรับผิดชอบต่อกิจการงานที่ตนกระทำ ให้บริการแก่คนทุกคนอย่างจริงใจ และเสมอภาคโดยถือว่าเป็นการทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ โดยไม่ใช้หน้าที่การงานของตน ไปประพฤติมิชอบ ผิดต่อกฎของอาชีพและกฎหมายบ้านเมือง
3.มีสัมพันธภาพที่ดีต่อเพื่อนร่วมงาน และบุคคลในวงการวิชาชีพเดียวกัน โดยยึดมั่นในระบบคุณธรรมและการสมานฉันท์
4.เป็นสมาชิกที่ดีขององค์กรวิชาชีพ
จรรยาบรรณต่อสังคม
1.ศรัทธาในการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
2.เคารพต่อกฎวิชาชีพและกฎหมายบ้านเมือง
3.ประพฤติปฏิบัติตนในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาของชาติ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
4.หวงแหนรักษาสมบัติของชาติโดยยึดหลักผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ผู้ประกอบวิชาชีพในการใช้แรงงานจะต้องได้รับการประเมินผลงานตามเกณฑ์ที่หน่วยงานนั้น ๆ กำหนดไว้อย่างยุติธรรม โดยเกณฑ์ที่หน่วยงานตั้งไว้นี้มีผลต่อการเลื่อนชั้นสถานภาพทางการงานและสำหรับผู้ที่ละเมิดจรรยาบรรณจะต้องได้รับการลงโทษไปตามลำดับขั้นตั้งแต่ว่ากล่าวตักเตือน ตัดเงินเดือน ให้ออก ไล่ออก และสุดท้ายคือการถอนใบอนุญาตในวิชาชีพนั้น ๆ
3. เกณฑ์ส่งเสริม ผู้ใช้แรงงานทุกคนจะต้องได้รับการส่งเสริมจากรัฐ ดังนี้คือ
1.สนับสนุนในการจัดตั้งสมาคมหรือองค์กรทางวิชาชีพ เพื่อเป็นหน่วยงานกลางในการส่งเสริมศักยภาพทางวิชาชีพให้เจริญรุ่งเรืองทัดเทียมอารยประเทศ และเป็นหน่วยกลางในการประชาสัมพันธ์ผลงานของบุคคล หรือ หน่วยงานของวิชาชีพนั้น ๆ
2.จัดตั้งกองทุนหรือมูลนิธิเพื่อช่วยเหลือบุคคลที่พิการอันเป็นผลมาจากการทำงานในหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ หรือช่วยเหลือบุตรที่กำพร้า อันเป็นผลมาจากการเสียชีวิตของบิดาหรือมารดาที่เสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่
3. ประกาศเกียรติคุณหรือให้รางวัลแก่บุคคลผู้ประพฤติดี ทำหน้าที่ด้วยความเสียสละโดยเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก ทั้งนี้ ให้มีการจัดระดับตั้งแต่ระดับจังหวัด ภูมิภาค และระดับชาติ
เรียบเรียงโดย รองศาสตราจารย์ วนิดา ขำเขียว ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการคุณธรรมและจริยธรรม คณะกรรมาธิการศาสนา จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม 2549-51