“ปอม” เพื่อนผมคนหนึ่ง เป็นเพื่อนสมัยเรียนม.ปลาย ที่โรงเรียนพัทลุง (โรงเรียนจังหวัด) ทำงานเป็นพยาบาลที่โรงพยาบาลป่าพะยอม รับผิดชอบงานพัฒนาคุณภาพ โทรหาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (20 มกราคม 2549) ในช่วงที่ผมกำลังร่วมทีม สวรส.ภาคใต้ มอ. ลปรร.อยู่กับสมาคมคนตาบอดจังหวัดพัทลุง แล้วลืมปิดโทรศัพท์ แต่ก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกันเพียงแต่นัดหมายให้โทรอีกครั้งช่วงเที่ยง ระหว่างที่ขับรถไป มรภ.สงขลา
เมื่อปอมโทรเข้ามาอีกครั้ง ก็ได้สอบถามเพราะไม่เคยรู้ว่าปอมจะมีเบอร์โทรผม หากจะธุระกันก็จะใช้การสื่อสารของ รพ. และสสจ. เสียมากกว่า ก็ได้ทราบว่าเป็นคนที่อ่าน Blog ผม เพราะไปเจอโหล่หราอยู่ที่หน้าเวบของ สคส. “นี่เพื่อนเรานี่” เป็นเสียงที่ปอมล้อผม ก่อนจะเข้ามา “ตะลุย” อ่านบันทึกที่ผมเคยเขียนไว้ในทุก Blog ปอมบอกว่า 3 วัน ยังอ่านไม่ถึงไหนเลย เยอะมาก และดูท่าทางปอมจะสนใจ Blog ใน GotoKnow.org เสียด้วย เพราะได้ขยายความต่อถึงคนอื่น ๆ รวมถึงแฟนที่เป็นแพทย์ออโธป์ ประจำ รพ.พัทลุง ด้วย (ตามข่าวที่ได้รับรายงานจากปอม)
ปอมเล่าให้ฟังเรื่องมาสมัครสอบเรียนต่อ ป.โท (วท.ม.) สาขาวิจัยและพัฒนาระบบสาธารณสุข คณะพยบาลศาสตร์ มอ. เช่นเดียวกับน้องเกี้ย ที่บันทึกก่อนหน้านี้ และอาจารย์ที่สอบสัมภาษณ์ได้ถามถึงผมด้วยว่ารู้จักกันหรือไม่ รวมถึงได้ถึงพี่แหมวด้วย ผมถามว่าทำไมเป็นพยาบาลแล้วสนใจหลักสูตรนี้ ปอมตอบผมตามชื่อบันทึก ว่า “ใช่แล้ว! คิดว่านี่เป็นตัวเรานะ” แม้จะเสียอะไรไปบ้างเพราะไม่เป็นการต่อยอดทางการพยาบาล (ในระบบของเขา) ก็ยอมเพราะนี่เป็นสิ่งที่คิดว่าชอบ และใช่ หลังจากที่ได้รับผิดชอบงานพัฒนาคุณภาพของ รพ. จึงรู้ตัวเองว่าชอบสไตล์นี้ และเมื่อมาอ่านบันทึกที่ผมเขียนอีกยิ่งอยากเรียน (เกี่ยวกันได้ไงก็ไม่ทราบ)
เท่าที่ผมทราบและได้รับข่าวของปอม เพื่อนเป็นคนเก่งตั้งแต่สมัยเรียน ม.ปลาย ขยัน มีความเป็นตัวเอง(ที่ฟังคนอื่นเป็น)สูง ความพร้อมในหลาย ๆ ด้าน ปอมน่าจะได้เรียนต่อตามที่ประสงค์ เพราะอาจารย์เคยกล่าวว่า หลักสูตรนี้ไม่ได้ต้องการคนที่เก่งเลิศเลอ แต่ขอคนที่ขยัน มุ่งมั่นจริงจัง และรักใน “วิจัยและพัฒนาระบบสาธารณสุข” จริง ๆ ก็น่าจะผ่านเข้าไปได้แล้ว ผมมั่นใจและขอเชียร์อีกคนครับ จว.พัทลุง และระบบสาธารณสุข ก็จะได้นักวิจัยและพัฒนาระบบตัวเล็ก ๆ เพิ่มอีกคน หากรวมกับน้องเกี้ยด้วยก็จะเป็น 2 คน ขอเชียร์ ๆ
ตอบข้อสงสัยเพื่อน
งานวิจัยกับการพัฒนาคุณภาพมีส่วนคล้ายกันค่อนข้างมากทั้งในด้านกระบวนการและความมุ่งหมาย อาจมีระเบียบวิธีในรายละเอียดและความเคร่งครัดที่แตกต่างกัน ขณะเดียวกันก็มีส่วนเกื้อหนุนกันและกัน การบูรณาการทั้งสองเรื่องเข้าด้วยกัน น่าจะเป็นการเร่งกระบวนการพัฒนาคุณภาพควบคู่ไปกับการสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่มีความเฉพาะสำหรับสังคมไทย และเพิ่มศักยภาพของบุคลากรไปพร้อมกัน...นี่แหละคือเหตุผล
ดีใจกับเพื่อนอันแรก เพื่อนลงมือเขียนแสดงความคิดเห็นแล้ว ต่อไปก็เขียนในบันทึกอื่น ๆ บ้าง จากนั้นคาดว่าจะได้เห็นบันทึกของปอมเอง อันที่สองมองว่าเพื่อนเชื่อมโยงสิ่งที่เป็นอยู่แกลังจะเป็นไปได้ดีทีเดียว อันนี้แถมยืนยันได้ว่าเพื่อนเรายังอ่านอยู่อย่างต่อเนื่อง (ยังไม่เบื่อแฮะ…)
ก่อนอื่นต้องขอบคุณเพื่อน(คุณชายขอบ)ที่คอยให้กำลังใจ และเสริมแรงบันดาลใจให้เดินต่อ…ทางเดินใหม่ที่เคยคิดว่าเงียบเหงา คงมีเรื่องราวที่น่าสนใจให้ค้นหาอีกมากมาย อย่างน้อยก็มีเพื่อนคนเก่งคอยเป็นที่ปรึกษา…รวมทั้งพี่ๆ(รุ่นพี่)ที่มีผลงานน่าชื่นชม…อย่างงี้คำถามที่น้องเกี้ยเคยถามไว้ ตอนนี้พี่ปอมขอตอบว่า 100% คับ!
พี่เชื่อไหมครับตอนแรกผมก็อยากที่จะเรียนหลักสูตรวิจัยและพัฒนาระบบสาธารณสุข เหมือนกันแต่เพราะว่าหน่วยงานต้นสังกัดไม่อนุมัติเพราะว่าไม่ตรงกับสาขาที่เรียนมาแต่ถ้าอยากเรียนต้องหาเวลาเรียนช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ผมจึงเลือกมาเรียนสาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติครอบครัวและชุมชนแทน..
ระบบที่เป็นอยู่โดยเพาะบางวิชาชีพมักจำกัดให้เราคิดและทำอยู่ในกรอบ เมื่อใดที่คิดและทำนอกกรอบมักมีแรงต้านหรือไม่เห็นด้วยเสมอ …เราเลือกที่จะเรียนในสิ่งที่เราชอบไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะทำงานในสิ่งที่เราชอบได้ เพราะในระบบต่างๆโดยเฉพาะสาธารณสุขแล้วทุกส่วน/หน่วยมีความสอดคล้องและเชื่อมโยงกัน…ขอให้เป็นดอกหญ้า…แม้จะไปตกในป่าเขาหรือที่ๆแห้งแล้งกันดารแค่ไหน…ก็ยังคงเติบโต ออกดอกให้เห็นงดงามอยู่เสมอ…จะเป็นกำลังใจให้ค่ะ
ภาระกิจที่ทบมาจากหลังช่วงน้ำท่วมยังไม่จางหายเลยเพื่อน (ปอม) เลยหนักหนาเอาการอยู่แต่ก็ได้เข้ามาอ่านแล้ว ขอให้ปอมมั่นใจว่าได้เลยว่า “ทีม” สำคัญมาก เรียนก็เรียนรู้เป็นทีม จะได้อะไรจากกันและกันมากมาย ชอบ “ขอให้เป็นดอกหญ้า” ของปอมมาก รุ่นพี่ ๆ พร้อมเสมอและยินดีต้อนรับล่วงหน้านะ ขอให้มีชัย ชัยยะ ไชโย
น้อง Mr_Jod เคยได้ยินอยู่นะที่ว่ามีบุรุษพยาบาลจะมาเรียนแล้วไม่ได้มา หากใช่ก็เสียดายนิดนึง ฟังคำของปอมเพื่อนพี่แล้ว คงสบายใจนะ คือ “ขอให้เป็นดอกหญ้า” ระบบสาธารณสุขต้องคนที่หลากหลาย และหลายหลากมาช่วยกันพัฒนาครับ การพยาบาลเวชปฏิบัติครอบครัวและชุมชน ก็สำคัญมากในระบบสาธารณสุข