หลังจากผมปิดคอร์สวิชาที่สอนที่มอ.ไปแล้วเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ผมก็ไม่ต้องเดินทางกลับดึกๆ ค่ำคืนมาได้หลายสัปดาห์ เส้นทางที่ใช้บ่อยคือ มอ.ปัตตานีถึงมอย. (มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา) เมื่อคืนจึงเป็นคืนแรกที่กลับดึก (จริงๆ มันก็ไม่ดึกหรอกครับถ้าในภาวะปกติ) คือออกจากปัตตานีประมาณทุ่มกว่า ถึงบ้านพักก็สองทุ่ม

เหตุที่ต้องทำให้เมื่อคืนต้องเดินทางยามค่ำคืนอีกครั้งก็เพราะ เพื่อนซี้ที่ปัตตานีโทรมาถามว่า รอมฏอนปีนี้จะไม่มีการละศิลอดร่วมกันบ้างหรือ (คำถามนี้ต้องการจะบอกว่า ไอ้อีย์มึงมาเลี้ยงข้าวกูสักมื้อหนึ่งที่ปัตตานี ฮาฮาฮา) ซึ่งจริงๆ ผมก็คุยกับภรรยา(สุดทีรัก)ไว้ตั้งแต่เริ่มเข้ารอมฏอนแล้วครับว่า ยังงัยๆ ก็ต้องไปเลี้ยงละศิลอดเพื่อนๆ ที่ปัตตานีสักครั้งหนึง เพียงแต่ยังหาวันเหมาะๆ ไม่ได้ จนกระทั่งเพื่อนมันโทรมานี้แหละครับก็เลยบอไปว่า ๒๖ นี้แหละเหมาะสุด

เมื่อวานมีเหตุการณ์ไม่สงบเกิดขึ้นหลายที่ครับ ดังนั้นเพื่อละศิลอดกันจนอิ่มหน่ำสำราญใจแล้ว เพื่อนๆ ก็หันมาถามผมว่า จะนอนค้างที่นี้ (บ้านแม่ภรรยา) หรือจะกลับโสร่ง (บ้านโสร่ง ต.เขาตูม อันเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยอิสลามเอกชนแห่งแรกของประเทศไทยฮาฮาฮา) ผมก็บอกว่า ต้องกลับครับ เพราะต้องไปทำงานต่อคืนนี้ แล้วบทสนทนาก็เกิดขึ้น

เพื่อน : ไม่กลัวแล้วเหรอ สงสัยเคยชินแล้วมั๊ง กลับดึกเป็นประจำ

ผม :  อือ สงสัยจะชินแล้ว แต่ช่วงนี้น่าจะปลอดภัยที่สุด เห็นว่า เขาสงบศึกชั่วคราว

เพื่อน : สงบศึกอะไร เพิ่งยิ่งกันเมื่อวานสองสามราย ฮาฮาฮา

ผม : เหรอ (ตกข่าวไปหลายวันแล้วครับ)

เมื่อเริ่มต้นเส้นทางจริงๆ ก็ดูเหมือนจะมีความปลอดภัยสูงครับ เพราะว่า รถร่วมใช้เส้นทางเยอะมาก แต่พอขับไปสักระยะเริ่มอ้างว้างครับ

ข้อสังเกตของผมตั้งแต่ตอนเดินทางไปปัตตานี (เที่ยงวัน) รู้สึกว่าวันนี้ทหารคุมเข้มมากครับ แต่คิดว่าคงเป็นการรักษาความปลอดภัยเส้นทางเสด็จ หรือเปล่าเท่านั้นเอง แต่ปรากฏในช่วงค่ำนี้ ทหารยังคุมเข้มอยู่เกือบๆ จะเท่ากับตอนกลางวันเลยครับ

ขับไปสักระยะหนึ่ง (ถึงบ้านปรีกี) เริ่มเห็นไฟแดงกระพริบๆ จำนวนมาก เดาไม่ออกว่าเป็นอะไร เพราะคิดว่าถ้าเป็นด่านก็คงไม่ใช้ไฟเยอะขนาดนี้ ก็เลยชลอความเร็วของรถ แล้วค่อยๆ กระยึบกระยึบเข้าไป (ฮิฮิ เป็นบรรยากาศมัยครับ) คนนั่งข้างก็หันมาถามว่า เกิดอะไร ผมตอบอย่างรวดเร็วครับ ไม่รู้

พอเข้าไปใกล้ๆ ก็เห็นรถดับเพลิงสองถึงสามคัน จอดอยู่หน้าโรงเรียนครับ พร้อมๆ กับทหารและประชาชนกลุ่มหนึ่ง เลยเดาได้เลยครับ ว่าน่าจะเป็นการเผาโรงเรียน แต่น่าจะดับได้ทัน คิดเล่นๆ ว่าตรงนี้น่าจะเผายากหน่อย เพราะโรงเรียนอยู่เยื้องๆ กับมัสยิด (คนละฝังถนน) ซึ่งเวลานั้นน่าจะมีคนอยู่มัสยิดบ้างละ

สิ่งที่ผมต้องให้ความระมัดระวังมากขึ้นครับ คือการระวังเรือครับ เรือใบ ฮาฮา ปัจจุบันปัตตานียะลานราธิวาสทำลายสถิติของโลกไปเป็นเกี่ยวกับจำนวนเรือใบ ฮาฮาฮา เพราะโดยปกติหลังการก่อเหตุจะต้องมีการวางตะปูเรือใบเพื่อสะกัดทหารตำรวจครับ

แต่สุดท้ายก็กลับถึงบ้านโดยไม่โดนตะปูครับ (อัลฮัมดุลิลลาห์)

เป็นที่น่าสังเกตอย่างหนึ่งครับว่า ไม่ว่าจะเกิดเหตุร้ายอะไรขึ้น ทหารในแต่ละด่านก่อนจะถึงที่เกิดเหตุ จะไม่แจ้งอะไรให้คนเดินทางทราบเลย อีกประการหนึ่ง จะไม่มีการปรับแผนหรือสร้างความมั่นใจอะไรเพิ่มขึ้นเลย เช่น ด่านไหนที่เป็ด่านหลอดไฟ (คือไม่มีตำรวจไม่มีทหาร ) ก็จะไม่มีเหมือนกับคืนปกติครับ ไม่รู้จะตั้งด่านไปทำอะไร เปลืองไฟ

เดือนรอมฏอนนี้อาจมีอีกคืนหนึ่งครับที่ต้องไปละศิลอดที่ปัตตานี ติดตามตอนต่อไปนะครับ