ทศพักตร์นักพัฒนา

เวทีระทึกระดมพล ฅน คอเดียวกัน

 มหกรรม KM ภูมิภาค เป็นเวทีที่พลาดไม่ได้ งานนี้ได้ข่าวว่าทีมงานเจ้าภาพ ตั้งใจ รวมใจ มั่นใจ ในการสร้างเวที ให้นักพัฒนาที่นำ การจัดการความรู้ นำBlog มาเป็นเครื่องมือสื่อสาร นำกลเม็ดเด็ดพลายมาขยาย โดยเฉพาะการรวมพลชุมชนคุณ(เอื้อ)อำนวย คงจะได้ขยายผล "ทศพักตร์นัดพัฒนา" ที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร ศุกร์ที่ ๒๘ และ เสาร์ที่ ๒๙ กันยายน นี้ ครับ

 แนวคิดที่ทาง ท่านอาจารย์ ดร.ประพนธ์ ผาสุขยืด แห่ง สคส นำเสนอไว้ตั้งแต่ เวทีคุณ(เอื้อ)อำนวย ที่บ้านผู้หว่าน

 ลอง " ตั้งสติ ใช้สมาธิ " และ ทบทวน AAR (After Action Review โดยเทียบกับเป้าหมาย) + ALR (After Learning Review ได้เรียนรู้ ได้รับทักษะ ทัศนคติ หรือ ประสบการณ์ อย่างไร) แล้วนำมา

 "ลปรร หรือ แลก เปลี่ยน เรียน รู้" ภาษา ฅนคอเดียวกัน ที่ ห้องเอกาทศรถ ๙ บ่ายวันเสาร์นี้ ครับ

นักจัดการความรู้ควรมี 10 Competency ที่สำคัญ ดังนี้:

  1. เป็นผู้ที่สามารถสร้างความเข้าใจและสร้างแรงจูงใจให้กับ "คุณเอื้อ" และ "คุณกิจ" ได้ พูดง่ายๆ ก็คือ ต้องเป็น "นักขาย" ที่สามารถอธิบายและ "ขายฝัน" ในเรื่อง KM ให้กับผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานได้

  2. เป็นผู้ที่ออกแบบกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (ลปรร.)ในหน่วยงานได้ คือทำหน้าที่เป็นนักออกแบบ หรือเป็น "วิศวกร" กระบวนการ(เรียนรู้) ได้

  3. เป็นผู้ที่สามารถสร้างบรรยากาศที่ดี มีความเป็นกันเอง และมีการ ลปรร. ที่ลื่นไหลเป็นไปตามธรรมชาติ เปรียบได้กับบทบาทของ "สถาปนิก" ที่ออกแบบบ้านได้อย่างดี มีการถ่ายเทอากาศ โล่งโปรงสบาย อยู่แล้วไม่อึดอัด

  4. มีทักษะในการตั้งคำถาม จับและสรุปประเด็นได้ พูดง่ายๆ ก็คือ ต้องมีทักษะของการเป็น "นักจัดเวที" หรือผู้ดำเนินรายการอยู่ในตัว

  5. รู้จักเครื่องมือช่วยพัฒนาการเรียนรู้ที่หลากหลาย สามารถเลือกใช้เครื่องมือได้เหมาะสมกับบริบท และกลุ่มเป้าหมาย เรียกได้ว่าต้องมีความสามารถในลักษณะของ "ที่ปรึกษา" หรือ "Consultant" ที่สามารถให้คำแนะนำ และเลือกใช้เครื่องมือได้อย่างเหมาะสม

  6. สามารถนำ IT มาประยุกต์ใช้ในการ ลปรร. และใช้เผยแพร่ความรู้ได้อย่างเป็นระบบและทรงพลัง  เรียกว่าต้องมีความเป็น "นัก IT" อยู่บ้างจะได้ประยุกต์ใช้ IT ได้ หรือพูดกับฝ่าย IT รู้เรื่อง

  7. สามารถวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ ทั้งในเชิงวัฒนธรรมองค์กร ทั้งก่อนและหลังการใช้ KM ซึ่งหมายถึงต้องมีคุณสมบัติของการเป็น "นักวิเคราะห์" อยู่ด้วย

  8. สามารถติดตาม ประเมินผลการใช้ KM ได้ เป็นบทบาทในฐานะ "นักประเมินผล" ที่จะต้องคอยติดตามประเมินการทำงานเป็นระยะๆ และสามารถนำข้อมูลย้อนกลับมาใช้ปรับการทำงานได้

  9. สามารถผลักดันให้เกิดเครือข่ายในลักษณะของ "ชุมชนนักปฏิบัติ (CoPs)" ซึ่งก็คือคุณสมบัติในลักษณะที่เป็น "นักพัฒนา" หรือ "นักสังคม" นั่นเอง

 10. รู้จักใช้หลักการให้รางวัล การชมเชยยกย่อง เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดการ ลปรร. ที่ต่อเนื่อง และยั่งยืน ซึ่งก็คือ บทบาทในฐานะ "นัก HR" หรือนักพัฒนาองค์กร

JJ2007