เป็นข้าราชการกรมส่งเสริมการเกษตร ต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ ทำทุกอย่างอย่างนักบริหาร บริหารทุกอย่างไปให้รอด

               เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 50  ท่านรองเกรียงไกร คะนองเดชชาติ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งท่านจะเกษียณอายุราชการ ในปีนี้  ได้เล่าประสบการณ์ 40 ปี จากตำบลสู่เส้นทางนักบริหารกรมส่งเสริมการเกษตร  ให้ผู้เข้าสัมมนาเรื่อง แนวทางการบริหารและพัฒนาสมรรถนะทรัพยากรมนุษย์ในองค์กร ที่ โรงแรมมารวยการ์เด้น กรุงเทพฯ    

                    

                               รองเกรียงไกร คะนองเดชชาติ

          ท่านรองเกรียงไกร เล่าว่า.......

  • เริ่มรับราชการตั้งแต่ ปี 2511  ตั้งแต่ชั้นจัตวา (C 1)
  • คนเรารับราชการก็เพื่อตัวเองก่อน   ตราบใดที่เรายังไม่แข็งแรง จะไปช่วยคนอื่นไม่ได้
  • ผมจบแค่ ปวช. ไม่สามารถเรียนต่อได้ เนื่องจากมีกิจกรรมเยอะ
  • สอบเข้าทำงานกรมกสิกรรม หน่วยป้องกันกำจัดศัตรูพืช
  • ได้แม่แบบที่ดี คือ ท่านธรรมนูญ สุดสวัสดิ์   เอาเงินเดือนแบ่งจ่ายให้เป็นอาทิตย์ ไม่งั้นกินเหล้าหมด  
  • ทุกวันนี้  ถ้าเราครองชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง เป็นชีวิตที่มีความสุข
  • ขณะนี้ มีทุนออม คือ สหกรณ์ออมทรัพย์  ได้ปันผลปีหนึ่งเกือบสองแสนบาทไว้ไปเที่ยวเมืองนอกได้  
  • คนเราไม่มีหนี้ จิตใจก็สบาย  มีเวลาให้ครอบครัว 
  • เมื่อก่อนอยู่เชียงใหม่  เป็นข้าราชการจังหวัดเชียงใหม่ จะต้องมี 4 ห้าม   คือ ห้ามว่าง   ห้ามเบื่อ  ห้ามป่วย  และ ห้ามจน
  • การตั้งใจทำงาน  เป็นข้าราชการกรมส่งเสริมการเกษตร ต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ ทำทุกอย่างอย่างนักบริหาร บริหารทุกอย่างไปให้รอด
  • ท่านเป็นข้าราชการกรมส่งเสริมการเกษตร จะเอาเรื่องความกลัวมาไม่ได้  ถ้าเราไม่มีความรู้ความสามารถ ไม่เป็นที่ยอมรับ ต้องใช้ความเพียรพยายาม
  • งานของกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นงานประสานงาน ต้องไม่ ego เป็นอะไรก็ได้ 
  • ผมตั้งปณิธานไว้ 3 อย่าง 

           -วันแรก เป็น C1-C6  ลงไปทำงานกับเขา คลุกคลีกับเขา ทำงานทุกอย่างกับเขา

           -วันที่สอง เป็น C7-C8  ไปตรวจงาน งานเหมาะสมไหม

           -วันที่สาม  เป็น C9         เดินไปเดินมา ไปห้องโน้นมาห้องนี้

  • เรารู้ว่า เราไม่มีความรู้มาก ก็ต้องพยายามหาความรู้  มีอาจารย์สอนว่า ถ้าจะประสบความสำเร็จในการทำงาน ต้องมี 3 เก่งในตัวคุณเอง คือ

           1. เก่งตน     ทำอะไรรู้ตัวเอง เราเหมาะกับงาน ตำแหน่งนี้ไหม ต้องเก่งทั้งภายนอก และภายใน

           2. เก่งคน     มีมนุษยสัมพันธ์ ผสมผสาน ผู้บริหาร เพื่อร่วมงาน  ลูกน้อง 

           3. เก่งงาน      แบ่งงาน รู้ข้อมูล

  • เกษตรจังหวัด เป็นผู้จัดการ ต้องจัดการ 5 ด้าน

          1. จัดการพื้นที่ เพาะปลูก

          2.  จัดการการผลิตพืช

          3. จัดการภัยพิบัติ

          4. จัดการคน

          5. จัดการกฎหมาย (พรบ.วิสาหกิจชุมชน)

  • ณ วันนี้ กรมส่งเสริมการเกษตร สามารถดำเนินงานไปได่ด้วยดี เพราะว่า มีงานหลายงานที่เป็นงานหลัก 
  • ตอนนี้งานหลายงานถูกหลายกรมเอาไปทำ งานที่น่าเสียดายคือ GAP งานนี้น่าจะอยู่กับเรา  งาน OTOP  งานปุ๋ย ผักปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ COF  GAP ตำบล 
  • เรามีเคหกิจที่เข้มแข็ง  ณ วันนี้ สิ่งนั้นเราไม่สามารถเรียกคืนมาได้ เนื่องจาก เคหกิจ ก็ถูกยุบไปแล้ว
  • งานต่างๆ ที่ผ่านไป เราไม่มีความต่อเนื่อง งานวิชาการต่างๆ  กรมต่างๆ เอาไปดูหมดแล้ว 
  • งานเรื่องคน ถ้าเราทำได้ นโยบายอยู่ดี มีสุข ครอบครัวอบอุ่น ช่วยเหลือตัวเองได้อย่างยั่งยืน
  • โครงการที่กรมส่งเสริมการเกษตรทำไว้ ตอนนี้มี 3 โครงการ

           1.โครงการยุวเกษตรกร

           2. วิสาหกิจชุมชน

           3. โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว

  • ถ้าจับ 3 โครงการให้มั่น และสืบสานโครงการ จะไปรอด

          สุดท้ายท่านได้ให้ข้อคิดไว้ว่า  การทำงานต้องวางแผน ตั้งเป้าหมายอนาคต และดำเนินชีวิตไปในแนวทางที่มุ่งหวัง  โดยต้อง

             1. ศึกษางาน เรียนรู้งาน เพื่อให้การทำงานมีความสุข

             2. ปรับทัศนคติ  ปัญหามีไว้แก้ไข ไม่ใช่มีไว้บ่น

             3. มองตนเอง เข้าใจผู้อื่น อย่างไม่มีอคติ  การเป็นผู้ใหญ่ ต้องหนักแน่น

                         

                    

                    ท่านรองเกรียงไกร ในงานเลี้ยงผู้เกษียณราชการ

 

นันทา ติงสมบัติยุทธ์

26 กย.50