ไล่เรียงมาก็เพื่อจะเรียกร้องว่าชาว gotoKnow โปรดช่วยกันหน่อยเถอะว่าถอดบทเรียนจะต้องทำอย่างไรให้การถอดบทเรียนเป็นการถอดบทเรียนจริงๆ

การถอดบทเรียนคำๆนี้คงจะใช้พร่ำเพรื่อต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ลองอ่านบันทึกของ ดร.แสวง รวยสูงเนิน บันทึกนี้ดูซิครับ “การถอดบทเรียน” น่าจะเป็นอย่างไร

อาจารย์เปรียบระดับการถอดบทเรียนตามสำนวนของอาจารย์ออกเป็นระดับหนังอินเดียโบราณคือแค่ปิดปิด บังๆ ระดับที่ลึกซึ้งว่าระดับหนัง XXX หรือระดับลึกเข้าไปอีกว่าระดับ"เอาหัวใจออกมา เอาออกมาพิสูจน์ เพราะแค่เพียงคำพูดไม่พอ"  หรือระดับที่ท่านครูบาสุทธินันท์ เรียกว่าระดับ ประเมินแบบรู้ร้อนรู้หนาวกับสิ่งที่เกิดขึ้น

อันนี้อาจารย์เปรียบถึงพวกที่ถอดบทเรียนแล้วนั้นนะว่าแบ่งเป็นชั้นเป็นระดับอย่างนี้

ผมแถมให้อีกอันหนึ่งคือพวกที่ยังไม่ได้ถอดเลยแต่บอกว่าถอดแล้ว

และยิ่งอ่านความเห็นของอาจารย์จันทรรัตน์ว่า.....ในชีวิตราชการ ยังไม่เคยเจอลักษณะการแลกเปลี่ยนเลย ...และยังไม่เคยเห็นการถอดบทเรียนแบบเรด xxx ...ทำให้สะท้อนถึงงานที่ผมทำอยู่ซึ่งก็อยู่ในซีกส่วนของราชการเสียด้วยซิ

แล้วผมจะทำอย่างไรดีเนี่ย....บังอาจใช้คำๆนี้ไปแล้ว...ใช้ไปหลายครั้งแล้วด้วย

และถ้าจะสังเกตให้ดีจะพบว่าในระยะหลังๆนี่คำนี้ฮิตมาก จะพบบ่อยว่ามีเวทีประชุมสัมนาถอดบทเรียนที่นั่นที่นี่ เรียกว่าใช้กันเกร่อมาก หรือเห็นการถอดบทเรียนเป็นเพียงแฟชั่นหนึ่งเท่านั้นเอง

เสียเงินเสียทองเสียทรัพยากรไปก็มาก โดยเฉพาะถอดบทเรียนภาครัฐแต่ถอดได้ลึกซึ้งถึงแก่นแค่ไหน ...หรือแค่ปิดๆบังๆอย่างหนังอินเดียโบราณ....มันน่าคิดจริงๆ

ไล่เรียงมาก็เพื่อจะเรียกร้องว่าชาว gotoKnow โปรดช่วยกันหน่อยเถอะว่าถอดบทเรียนจะต้องทำอย่างไรให้การถอดบทเรียนเป็นการถอดบทเรียนจริงๆ

จะแนะนำหนังสือ บอกลิ้งค์ข้อมูลความรู้ จะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ

ผมก็มือใหม่หัดถอด ใช้วิธีลองผิดลองถูกอย่างนี้แหละครับ

บันทึกมาเพื่อการ ลปรร.