ท่าน เคยสังเกตบ้างไหมว่าลูก ๆ พยายามจะทำตัวให้เป็นประโยชน์ แต่ยิ่งพยายาม ท่านก็ยิ่งเหนื่อยแรงและหนักใจขึ้นกว่าเดิม
ผมเคยได้ยินเรื่องของแม่ลูกคู่หนึ่งที่ว่าแม่เป็นไข้หวัดใหญ่นอนแซ่วอยู่บนเตียง ส่วนลูกสาวก็ขมีขมันทำหน้าที่เป็นนางพยาบาลตัวน้อยอย่างสุดความสามารถ เธอตบหมอนให้พองฟู หอบนิตยสารกองโตมาให้แม่อ่าน ท้ายที่สุด เธอก็ทำให้แม่ประหลาดใจด้วยชาหอบฉุยควันกรุ่น
"น่ารักเหลือเกินลูกแม่" เธออุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ "แม่ไม่รู้มาก่อนว่าหนูชงชาเป็น"
"ไม่ยากนี่คะ หนูแอบดูแม่ชงชาตั้งหลายครั้ง หนูเอาผงชาใส่กระทะ รินน้ำเติมลงไป ต้มให้เดือดแล้วก็เทลงถ้วยผ่านกระชอน แต่หนูหากระชอนไม่เจอ หนูก็เลยใช้ที่ตีแมลงวันแทน"
"หา!....อะไรนะ" ผู้เป็นแม่อุทานอย่างตกใจ
พยาบาลตัวเล็กยิ้มกริ่ม "ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะแม่ขา หนูไม่ได้หยิบที่ตีแมลงวันอันใหม่ในตู้มาใช้นะคะ หนูเอาอันที่เราใช้แล้ว"
ในยามที่ลูก ๆ พยายามอย่างหนักเพื่อจะทำอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่เคยถูกใจพ่อแม่เลย ส่วนใหญ่พ่อแม่ก็มักจะออกปากสั่งห้ามไม่ให้เด็กเฉียดเข้าไปแบกรับความรับผิดชอบอีก เพราะมันจะทำให้บ้านเขรอะยิ่งขึ้น จะง่ายกว่าถ้าพ่อแม่ลงมือทำให้ทั้งหมด แทนการเก็บกวาดตามหลังเจ้าตัวเล็ก ผมใคร่ขอแนะนำให้พ่อแม่อย่าได้ถลำลงไปในกับดักนี้
ลูกของท่านต้องการความผิดพลาด ปล่อยให้เขาผิดเขาจะได้เรียนรู้ เล่นเกมทุกเกมที่เด็กคิดขึ้นมาได้ ปล่อยให้เด็กเป็นตัวเอก เป็นตัวชูโรง
แม้ชาที่ท่านจิบดื่ม จะมีรสแปลกลิ้นก็ตาม
บทความดีๆ จาก James C. Dobson แปลโดย นพดล เวชสวัสดิ์
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ
บางทีก็อ่านไม่ทันจนผ่านไปเฉยๆ ได้ย้อนกลับมาอ่านจึงรู้ว่าในนี้ยังมีของดีๆอีกเยอะเลยครับ