สายธารแห่งรัก แม่ผู้เป็นที่รักยิ่ง..ความจำนั้นคล้ายสายน้ำ

สายธารแห่งรัก แม่ผู้เป็นที่รักยิ่ง

แม่ในความทรงจำของฉัน ซึ่งแปลก มาก ว่า ความจำนั้นคล้ายสายน้ำ
เมื่อมีตาน้ำผุดพรายขึ้นมา แว่บแรกอาจจะผุดพุ่งทีละนิด ทีละนิด ไม่สูงนัก
ตราบเราลองนั่ง ๆ คิด ใช้สมาธิ สืบถาม แม่ พี่ ๆ ของเรา คราวนี้ไหลหลาก กรากเชี่ยวมาเป็นสาย

ภาพแรกที่ผุดพรายมาสู่ความทรงจำ เป็นภาพที่แม่อุ้มฉัน ซึ่งอายุน่าจะเพียงสองสามขวบ เพราะจำตัวเองได้ว่า เนื้อตัวเต็มไปด้วยแผลผื่นคัน
บางเม็ดก็เป็นแผลพุพอง   เป็นฝีเม็ดเป้งก็มี ที่ทิ้งร่องรอยจนเป็นแผลเป็นไว้ก็มี

ฉันจำได้อย่างไรก็ไม่รู้ คงเพราะเป็นห้วงเวลาแห่งความสุข
และขณะเดียวกัน ก็ทั้งเจ็บทั้งคัน จากแผลพุพองเหล่านี้ เหมือนความสุขความทุกขื ความทรงจำ ที่จำได้ ไม่ลืม

ภาพแรกที่ผุดพรายมาสู่ความทรงจำ เป็นภาพที่แม่ของฉันอุ้มฉัน ซึ่งน่าจะอายุเพียงสองสามขวบนั้น ต่อนะคะ  แม่มักจะอุ้มฉันไว้ในวงแขน ยืนอยู่ที่ริมมุมตึก จุดนี้ก็เป็นจุดเปลี่ยนของครอบครัว แม่เล่าให้ฟังว่า ฉันเป็นลูกคนแรกที่เกิดที่บ้านตึกนี้ ดู ๆ ว่า "หรู"
ที่สุดในประดา ลูก ๆ ทั้งเจ็ด

แม่และฉัน ในตอนเช้า เราจะยืนที่มุมตึกหน้าบ้าน หันหลังให้กับตะวัน
เย็นจะยืน ณ ที่จุดเดิม หันหน้าทิศทางเดิม ซึ่งเท่ากับหันหน้าสู้ตะวัน


มายืนทำอะไร รู้มั้ยคะ


ยืนส่งและรับพี่ ๆ ที่เดินไปและเดินกลับจากโรงเรียนค่ะ

เป็นภาพความทรงจำของความสุข ภาพสำคัญภาพหนึ่ง

แม่ผู้มีภาระเลี้ยงดูลูกน้อยใหญ่ เจ็ดคน
แม่ผู้เป็นแม่บ้าน และค้าขาย(ของสารพัดสารพัน)
แม่ผู้เป็นครูสอนพิเศษแก่ลูก ๆ โดยที่ตัวเองไม่เคยเข้าโรงเรียนไหนมาก่อน
แม่ผู้แบกรับภาระค่าใช้จ่ายแทบเกือบทั้งหมดในบ้าน เนื่องด้วย(เดี๋ยวเล่าไปเรื่อย ๆ)
และแม่ผู้มีส่วนเป็นแรงบันดาลใจแก่ฉันโดยเฉพาะในเรื่องชอบจด ชอบจำ
ชอบเขียนและ บันทึกเรื่องต่าง ๆ มาแต่เล็ก

 

สำหรับตอนหนึ่ง

แม่ผู้เลี้ยงลูกให้เป็นคนดีของสังคม (ขอชมตัวเองด้วยหนึ่งค่ะ)
เป็นแพทย์สาม ทันตแพทย์หนึ่ง วิศวกรหนึ่ง นักวิชาการหนึ่ง

และอีกหนึ่งซึ่งเหนือกว่าใครทั้งหมด

 

พี่สาวคนโต

พี่ที่ดูแลพวกเราทั้งหมด
ผู้เสียสละไม่ได้เรียน
และคือผู้มีเวลาให้แก่แม่มากที่สุด








(มีต่อค่ะ)