<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">เอะอะมะเทิ่ง คือสไตล์เฮฮาศาสตร์ ไปไหน คิดอะไร ทำอะไร ไม่ค่อยสำรวม กะเปิ๊บกะป๊าบเหมือนเด็กแนวทั่วไป ที่เอาตัวรอดมาทุกวันนี้เพราะมีความจริงใจ ผิดถูกไม่รู้ละ ทุกอย่างทำไปด้วยเจตนาดีไม่มีประสงค์ร้าย แถมยังมีมุทิตาเป็นยาใจใช้รอยยิ้มเบิกนำ ใครที่มารู้จักชาวเราจะสบายใจ ไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง ทื่อๆตรงๆดำรงอยู่ด้วยความอิสระแห่งน้ำใจไมตรีระหว่างกัน ตรงนี้คือต้นทุนที่เรากำลังก่อร่างสร้างเครือข่ายมนุษย์สัมพันธ์ชนชั้นเฮฮาศาสตร์ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p>
</p><p align="justify">ด้วยแนวคิดที่ว่า ทุกคนมีเวลาว่างในชีวิตประจำวันอยู่จำนวนหนึ่ง หากปันเวลาเหล่านี้มาช่วยเหลือสังคม ย่อมเป็นพลังเวลาที่มีคุณค่ามหาศาลในการรื้อฟื้นสังคมที่อ่อนแอให้กลับเข้มแข็งขึ้นมาได้ มหาวิทยาลัยควรจัดตั้งกองทุนเวลาเพื่อสังคม เพื่อประสานความร่วมมือภายในสถาบัน ให้มีโอกาสเรียนรู้วิธีทำงานเชิงรุกเพื่อสังคม การนำตัวเองไปสู่โลกกว้างแห่งการเรียนรู้ จะช่วยหย่อนโซ่ตรวนที่รัดรึงตรึงตัวเราไว้กับเก้าอี้ การทำงานเชิงรุกไม่ได้เป็นเพียงคำพูด ถ้าเราลุกจากเก้าอี้ เดินออกไปๆๆ ให้ไกลขึ้นๆๆ..หูตาเราก็จะมีโอกาสได้เห็น ได้ยิน ได้ฟัง เรื่องใหม่ๆมากขึ้น การได้รับข้อมูลใหม่จะนำไปสู่จุกคลิกที่ไปกระตุ้นต่อมคิดให้เกิดจินตนาการใหม่ๆ แตกต่างจากที่เคยเป็นอยู่เดิม </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">กลุ่มเฮฮาศาสตร์จึงเอาคน เอาพื้นที่ เอาเรื่องพิเศษทางสังคม มาเป็นจุดนัดพบ เพื่อให้สมาชิกสดชื่นกับสิ่งใหม่ๆ ชวนกันมาไล่ความเซ็งออกไปเสียบ้าง แล้วบรรจุความกิ๊กกุ๋ยเข้าไปแทน เรื่องอย่างนี้ดูเหมือนง่ายแต่จัดยากมาก ถ้าจะถอดใจทำให้กลมกลืนเป็นธรรมชาติ จำเป็นต้องอาศัยท่านจอมยุทธที่เคี่ยวกร่ำในงานมิติทางสังคมมาเป็นโตโผ เรื่องนี้ใครสนใจอาจจะลงทะเบียนไปงานเฮฮาศาสตร์ครั้งที่3 ที่ดงหลวง ไม่ทราบว่าเต็มโคต้าแล้วหรือยัง ถ้าไม่ทันก็อาจจะรอไปต่อคิวแต่เนิ่น ได้ข่าวว่าคราวหน้าเราบุกเมืองปาย ถิ่นน้ำหมอกปกคลุมขุนเขาทั้งปี</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ในกลุ่มเราผู้อาวุโสแต่ละท่านธรรมดาที่ไหนละ ปกติจะถูกเชิญไปบรรยายทั้งปี แต่นั่นเป็นการไปพูดแบบทางการ ก็ต้องว่ากันตามโจทย์และวิธี1-2-3 ไม่เหมือนกับเราสนทนากันเอง จะได้รับเกล็ดเล็กเกล็ดน้อยที่พิเศษอย่างยิ่งยวด ตรงนี้ต่างหากที่เป็นเสน่ห์ของเรา ยกตัวอย่างเช่น ผมได้คุยกับคุณหมอชอบวิ่งและภรรยาเมื่อวานนี้ ได้รับความรู้ที่ไม่ธรรมดาแน่นอน ถึงจะเป็นเรื่องเดียวกัน ต่างเวที ต่างบรรยากาศ ต่างความรู้สึกความเข้าใจ เราได้เรียนรู้แบบลึกซึ้งจนบอกไม่ถูก </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ที่อัศจรรย์..คุณหมอนักวิ่งที่กรุณามาให้ความรู้เราถึงที่นี่นะ ยังให้อะไรๆที่มีคุณค่าทางจิตใจ มีที่ไหนครับ คนที่มาบรรยายความรู้มอบพระเหรียญพระพุทธชินราชให้ผู้ฟัง เป็นเหรียญรุ่นมหาสิทธิโชค สวยมากจริงๆ ตอนที่รับมาผมยังนึกชมวาสนาตัวเอง ..วันนี้ช่างเป็นวันสิทธิโชคจริงๆ ใครอยากเห็นของจริงตามไปดูที่งานมหกรรมKMภูมิภาคที่มหาวิทยาลัยนเรศวร </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p align="justify"> ผมไม่ชอบใส่สร้อย แต่บุกพิษณุโลกคราวนี้ต้องลงทุนเสียแล้ว จะรอให้ดร.แสวงบริจาคก็เกรงจะช้า จึงทุบออมสินซื้อสร้อยทองมาแขวนเหรียญพระพุทธชินราช เพื่อเป็นเครื่องรางบุกเมืองสองแคว ให้ครบครันทั้งวิชาการ วิชาเกิน วิทยาทาน วิทยายุทธ ถ้าไม่ชนะใจแม่นันย์ตาสีโศก ก็จะกระโดดแม่น้ำน่านให้ลอยตุบป่องๆเสียเลย อิอิ </p>
เอะอะมะเทิ่ง
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ครูใหญ่บ้านไทยถาวร · 23 ก.ย. 2550
สมพงษ์ สังข์วัง · 23 ก.ย. 2550
นาย นายวัฒนา วัฒน์ ศรีจักร์ · 23 ก.ย. 2550
กลุ่ม 7 ธงชัยเหนือ ปักธงชัย · 23 ก.ย. 2550
songchai · 23 ก.ย. 2550
ไม่ชอบใส่สร้อยแต่ชอบคนชื่อสร้อยก็พอใจแย้ว....วู๊บปี้.....อิอิ
พ่อครูบาคะ .....คุณหมอคนชอบวิ่งมีภรรยาสวยจังฮู้.....แล้วเมื่อไหร่บรรดาขุนพลเฮฮาศาสตร์จะเปิดตัวอวดความสวยคุณๆ ภรรยาละคะ......อิอิ.....
รอชมทั้งของพ่อครูบา
อาจารย์แสวง
อาจารย์คนไร้กรอบ
พี่บางทราย
ฯลฯ
โปรดทราบ.....แซวพ่อครูบา...อายุจะยืนหมื่นปี........
เรื่องเผยโฉมแฟนนี่ ขึ้นกับจังหวะและการฉวยโอกาศนำเสนอ นะอาจารย์สร้อย
มหาสิทธิโชคมีรุ่นเดียว รุ่นที่จะออกใหม่เป็นรุ่นมหาโภคทรัพย์
ท่านครูบาครับ
โคร๊ม !!!
เพ๊ง !!!
การคลาดกันกับ คุณหมอสุธีและผบ. เป็นสิ่งที่หนิงเสียดายที่สุดในรอบปีนี้เลยค่ะ
ไปพิษณุโลกคราวนี้ ต้อง F2F ให้ได้ค่ะพ่อขา