การพัฒนาที่ทำลายฐานของระบบ และไม่ยั่งยืน เน้นการพัฒนาสู่การบริโภคนิยม และเสพติดเป็นนิสัย

 เมื่อวานนี้ (๒๑ กย ๕๐) เป็นวันสอนวันสุดท้ายประจำภาคต้น ๒๕๕๐ ผมจึงได้ถือโอกาสสรุปและเรียบเรียงปัญหาความยากจนในสังคมไทย

 ที่ได้ บ่น มาตลอดรอบเดือนที่ผ่านมา

ดังนี้ 

·        การใช้ความรู้ที่เป็นพิษ  

·        ทั้งการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

·        การแบ่งปันผลประโยชน์ที่ใช้หลักทุนนิยมนำทาง และ

·        การพัฒนาที่ทำลายฐานของระบบ และไม่ยั่งยืน

·        เน้นการพัฒนาสู่การบริโภคนิยม และเสพติดเป็นนิสัย

·        เน้นการพัฒนาสู่ความเป็นทาสทางความคิด ข้อมูล และเทคโนโลยี  

·        การพัฒนาแบบแยกส่วนและขาดสมดุล ทั้งในเชิงการจัดการ  

·        แยกใช้และพัฒนาองค์ประกอบของระบบทรัพยากรออกจากกัน ที่ทำให้ล่มสลายไปทีละด้าน จนล่มสลายทั้งระบบ และ

·        การจัดการพัฒนาแยกส่วนต่อเนื่องยังส่งผลให้มีการทำลายระบบนิเวศและทรัพยากรพื้นฐานอย่างรุนแรง จนพึ่งพาตัวเองไม่ได้

·        เน้นระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพาภายนอก ที่อาจจะถูกเอาเปรียบได้ง่าย และ

·        ระบบสังคมเชิงปัจเจก เน้นความสำเร็จส่วนบุคคล จึงทำให้เกิดการฉ้อราษฎร์บังหลวง เอาประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง ส่วนรวมหรือใครจะเสียหายก็ไม่เป็นไร 

·        การศึกษาที่ไร้จุดหมาย

o       มีเป้าหมาย แต่ไม่มียุทธศาสตร์ และกลยุทธ์ในการทำงาน

o       ขาดการติดตาม ประเมินผลตามเป้าหมายo       การประเมิน แค่ทำแบบลูบหน้าปะจมูก

o       การประเมินใช้ระบบเอกสารมากกว่าความเป็นจริง

o       ไม่ใช้ความรู้ และภูมิปัญญาดั้งเดิมในการเรียนการสอน จึงขาดฐานและเชื่อมต่อกับสังคมไม่ได้

o       เป็นการศึกษาหลุดฐาน เลื่อนลอย ผู้เรียนไม่สามารถเชื่อมความรู้เข้ากับความจริงในสังคมได้ 

·        ไม่สนับสนุน แต่กลับทำลายภูมิปัญญาท้องถิ่น

o       อ้างความทันสมัย

o       อ้างความเป็นสากล

o       อ้างความสะดวก

o       อ้างความสบายและคุณภาพชีวิต 

·        การสร้างหนี้เพื่อการบริโภคที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้

·        เน้นสนับสนุนบริโภคนิยม

·        แข่งขันกันในสังคมด้วยการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกเป็นสัญลักษณ์และฐานะทางสังคม

·        เกิดแรงผลักไปสู่การหาเงินแบบ ทางลัด ทุกรูปแบบ เท่าที่จะทำได้ แม้กระทั่งการขายตัว ขายศักดิ์ศรี ขายชื่อเสียง ฉ้อราษฎร์บังหลวง ฯลฯ 

·        การทำลายระบบสังคม การพึ่งพา และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

·        มองคนเป็นแค่ แรงงานการพัฒนาคนอย่างมากเป็นแค่การพัฒนา ฝีมือแรงงาน

·        สนับสนุนการทำลายระบบสังคมจากการกระตุ้น และสนับสนุนการอพยพแรงงานออกนอกพื้นที่ และชุมชนของตนเอง

·        ใช้เงินเป็นตัวชี้วัดศักดิ์ศรีของมนุษย์ ทำให้คนดิ้นรนหา เงิน มาเพื่อรักษา หรือ เพิ่มพูนศักดิ์ศรีของตนเอง โดยไม่สนใจว่าจะได้มาโดยวิธีใด

 ทางออกที่ทำกันอยู่ตอนนี้ก็มีแต่นำไปสู่การทำลายมากขึ้นเรื่อยๆ

·        ทำลายทรัพยากรธรรมชาติเพื่อเปลี่ยนเป็นเงิน

·        พอเสื่อมโทรมก็พึ่งระบบเคมี จากภายนอก

·        ทำให้ขาดทุน ที่ต้องชดเชยด้วยการกู้ยืม และหาเงินจากการรับจ้าง หรืองานนอกภาคเกษตรอื่นๆ

·        ทุกคนพยายามถีบตัวเองขึ้นไปโดยการเหยียบคนอื่นให้ต่ำลงมา ไม่มีมิตรแท้ มีแต่ผู้ได้ประโยชน์ และเสียประโยชน์ การคบกันส่วนใหญ่ก็เป็นเพียงผลประโยชน์เป็นหลัก มีแตกต่างก็แต่ระยะสั้นหรือระยะยาวหน่อยเท่านั้น

·        เมื่อการกู้ถึงทางตันก็มีการ ขาย ทุกสิ่ง ตั้งแต่

  • ที่ดิน
  • จนถึงการ ขาย ตัวเอง และ
  • คนในครอบครัว ลูกหลาน เพื่อนำเงินเข้ามาล้างหนี้

·        เมื่อ ขาย หมด ก็เป็นการ โกง” และวนเวียนอยู่ตรงนี้

  • ตั้งแต่ระดับบุคคล ไปจนถึงองค์กร
  • จากท้องถิ่นไปจนถึงระดับชาติ

·        ………………….ฯลฯ

·        ผมยังไม่ทราบว่าต่อไปจะเป็นอะไร

การดำเนินตามขั้นพัฒนาการ อาจมีการลัดขั้นตอนตามขีดความสามารถ และ ทุน ของแต่ละคน 

ทางออกที่น่าจะเป็นในสถานการณ์กระแสเงิน กระแสหนี้เชี่ยวกรากนี้ก็ไม่น่าจะมีอะไรเหนือกว่า ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

 ที่เน้น

การรู้จักพอประมาณ (Moderation) มีเหตุผล ในทุกด้าน

การพยายามหาทางพึ่งตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

การสร้างความหลากหลาย ลดการเสี่ยง และ

การจัดการความรู้ เพื่อ

·        การจัดการตัวเอง

·        การช่วยเหลือเพื่อน ให้มีพลังทางสังคม

·        การพัฒนาทรัพยากร ให้พึ่งตนเองได้

·        และการพัฒนาระบบเศรษฐกิจแบบไม่เสี่ยง ไม่ก้าวกระโดด 

ก็น่าจะไปรอดได้ดีกว่าเดิมครับ