สิ่งดี ๆ จากการสอบ ผอ.ศบอ.

          ได้มีโอกาสเข้าสู่สนามการสอบคัดเลือกเป็น ผอ.ศบอ.ของสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียนเป็นครั้งแรก ก็พบว่าคิดไม่ผิดเลย ประสบการณ์ที่ได้รับจากการสอบครั้งนี้ ไม่อาจประเมินราคาเป็นตัวเงินได้ สิ่งที่ได้มันคุ้มค่ากับการตัดสินใจอย่างมาก ได้ความรู้จากการอ่านหนังสือ ได้เคาะสนิมความรู้ในการจัดการศึกษานอกโรงเรียน ได้ประเมินตนเอง และที่สำคัญที่สุดคือได้เพื่อนร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ถึง 40 คน

           ในชีวิตการรับราชการไม่เคยคิดว่าจะสอบเป็นผู้บริหาร ด้วยคิดว่าถ้าทำงานอย่างเต็มที่และดีที่สุดแล้ว อยู่ในตำแหน่งในก็เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติเหมือนกัน  แต่เวลาที่ผ่านไป 23 ปี กับ 7 เดือน ทำให้ค้นพบว่าไม่จริงทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะงานบางอย่างที่คิดไม่อาจนำสู่การปฏิบัติได้ ประกอบกับมีผู้ที่นับถือให้ข้อคิดเห็นว่าในชีวืตของการรับราชการถ้าได้มีโอกาสทำงานเพื่อประเทศชาติได้อย่างสูงสุดก็ควรทำ และสิ่งที่จะทำให้เกิดได้ก็คือการเข้ามาบริหารงานการศึกษาด้วยตนเอง เพราะจะทำให้สามารถสร้างสรรค์และพัฒนางานการศึกษาได้มากกว่าการเป็นผู้ปฏิบัติ ประกอบกับผู้บังคับบัญชาก็สนับสนุนด้วยเหตุผลที่น่าฟังคือ สิ่งที่ได้รับจากการสอบคือความรู้ที่ได้จากการเตรียมตัวเข้าสู่สนามสอบที่เกิดจากการอ่าน การศึกษาหาความรู้ และหากผ่านการประเมินในขั้นต้นสิ่งที่จะได้รับมากกว่านั้นคือ ประสบการณ์จากการเข้ารับการอบรมเพื่อพิจารณาแต่งตั้งให้เป็นผู้บริหารต่อไป ซึ่งไม่สามารถหาซื้อได้จากท้องตลาด จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจเข้าสู่สนามในครั้งนี้

              เมื่อตัดสินใจแล้วก็ต้องเตรียมตัวพบกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อันประกอบไปด้วย

              1.  การเขียนใบสมัครพร้อมกับเขียนผลงาน/กิจกรรมเด่น 3 เรื่อง  และเขียนแนวทางการพัฒนางานการศึกษานอกโรงเรียนที่คิดว่าจะไปใช้หรือแก้ปัญหางานการศึกษานอกโรงเรียนที่เกิดขึ้นอีก 1 เรื่อง รวมทั้งสิ้น  4 เรื่อง เรื่องละไม่เกิน 3 หน้ากระดาษเอ 4  รวมแล้วก็ 12 หน้า  สำหรับเรื่องที่เขียนก็คือ 1. การจัดทำคู่มือประกันคุณภาพของสถานศึกษาสังกัดศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดเพชรบุรี 2. การพัฒนางานการศึกษานอกโรงเรียน หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2544 และ 3.  การเทียบระดับการศึกษา  สำหรับอีกเรื่องหนึ่งก็คือ แนวทางการพัฒนางานการศึกษานอกโรงเรียน  เมื่อลงมือเขียนงานทั้ง 4 เรื่อง ที่แม้ว่าเราเป็นรับผิดชอบเองก็ตาม ก็พบว่าต้องใช้ ความสามารถอย่างมากที่จะเล่าเรื่องการทำงานของเราให้คณะกรรมการที่ไม่เคยเห็นเราทำงาน อ่านสิ่งที่เราเขียนแล้วจินตนาการภาพออกว่าความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากงานเหล่านั้นเรามีส่วนก่อให้เกิดอย่างไร ภายใน 3 หน้ากระดาษ แต่ในที่สุดงานทั้ง 4 ชิ้นก็สำเร็จ และพบประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการเขียนในครั้งนี้ก็คือ ทำให้เราได้มีโอกาสทบทวนสิ่งที่เราทำมาและได้มีโอกาสออกแบบและวางแผนการพัฒนางานการศึกษานอกโรงเรียน ซึ่งหากไม่สมัครสอบก็คงไม่มีโอกาสได้ทำสิ่งเหล่านี

           2. เมื่อต้องสมัครก็ต้องใช้หลักฐานประกอบหลาย ๆ อย่าง และสิ่งที่เราไม่เคยมีในการรับราชการครู ก็คือ ใบประกอบวิชาชีพผู้บริหารหรือหนังสือรับรองสิทธิ์ในการเป็นผู้บริหาร  เมื่อไม่มีก็ต้องไปยื่นคำร้องขอก็เลยทำให้รู้จักวิธีการขอหนังสือรับรองสิทธิ์การเป็นผู้บริหารอีกอย่าง ว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง เช่น สำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการ สำเนาวุฒิการศึกษา (ที่จบด้านบริหารการศึกษามา) สำเนา กพ.7 รูปถ่าย และเงิน 500 บาท รวมทั้งหลักฐานอื่น ๆ ที่เป็นเรื่องเฉพาะตัว

            3.  กรอกและตรวจสอบใบสมัครทุกขั้นตอนแล้วเสนอให้ผอ.ศนจ.เซ็นต็ ตรวจสอบงานทั้ง 4 เรื่องแล้วให้ ผอ.ศบอ.ลงนามรับรอง และทำหนังสือนำส่งสำนัก กศน.

           4. ทีนี้ก็เป็นขั้นตอนในการเตรียมหนังสือ คู่มือ ตำรา ระเบียบที่เกี่ยวข้องในการสอบ โดยดูจากรายละเอียดแต่ละเรื่องที่สำนักฯ กำหนดเป็นรายละเอียดในการประเมินทั้ง ภาค ก ภาค ข และภาค ค  ซึ่งมีเนื้อหาที่เยอะมาก จนคิดว่าจะอ่านได้หมดทุกเรื่องมั้ยหนอ

            5. สำนักยังไม่ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบจึงทำให้ไม่รู้ว่าจะสอบเมื่อไหร่ เพราะฉะนั้นก็ต้องคำนวณว่าเรื่องที่จะต้องอ่านทั้งมีกี่เรื่องจะเหลือเวลาที่อ่านอีกกี่วันถึงจะสอบ และแต่ละวันจะมีเวลาอ่านกี่ชม.เมื่อหักเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ประจำ และเวลาส่วนตัวทีต้องจัดการกับครอบครัว ก็พบว่าเหลือเวลาน้อยมาก สิ่งที่ทำได้ก็คือ หลังจากเสร็จภารกิจส่วนตัวก็จะไม่ดูทีวีเลย จะอ่านหนังสือถึงเวลาประมาณ 5 ท่มถึงเที่ยงคืน และตั้งนาฬิกาปลุกตอน 04.00 น. เพื่อลุกขึ้นมาอ่านหนังสืออีกรอบ

             6.  ในที่สุดสำนักฯ ก็ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ และกำหนดการสอบในวันที่ 16 - 17 กันยายน 2550 รู้ตัวก็เมื่อเหลือเวลาอีก 5 วัน คิดดูซิว่า ขนาดเตรียมตัวมาก่อนแล้วก็ยังไม่เทียบไม่ทันเลยแต่ก็ต้องสู้