BEST PRACTICES <table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #ece9d8"><div class="shape" style="padding-right: 7.2pt; padding-left: 7.2pt; padding-bottom: 3.6pt; padding-top: 3.6pt"><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p></div></td></tr></tbody></table> ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน <h6>โรงเรียนวัดธาราวง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต ๓</h6>“เยี่ยมบ้านประสานพัฒนา ”************ <table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #ece9d8"><div class="shape" style="padding-right: 7.2pt; padding-left: 7.2pt; padding-bottom: 3.6pt; padding-top: 3.6pt"><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p></div></td></tr></tbody></table>ที่มาของธาราวง “หลังจากแผ่นดินหรูด……สวนของตา ….. กลายเป็นสวนของเพื่อน…สวนของเพื่อนเลื่อนกลายเป็นหาดทราย ด้วยน้ำป่าไหลหลาก พัดพาหินดินทรายมาทับถม ผู้คนสัตว์เลี้ยงล้มตาย บ้านเรือน วัด โรงเรียน สูญหายไปกับสายธารา” ตาเปี้ยนเล่าให้ฟัง จากเหตุการณ์วันนั้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านการทำมาหากิน ความเป็นอยู่ของผู้ปกครอง นักเรียน ที่เคยอุดมสมบูรณ์ ต้องประสบกับความเสียหาย ความพลัดพราก ความลำบากยากเข็ญ ขาดแคลน แม้จะได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงาน องค์กรต่างๆ แต่ใช่ว่าปัญหาจะหมดไป ความยากจน ขาดแคลนยังคงมีให้เห็นอยู่มากมายในครอบครัวของนักเรียน ผู้ปกครองว่างงาน จึงรวมกลุ่มมั่วสุมอบายมุข ไม่มีเวลาเอาใจใส่ดูแลลูกหลาน นักเรียนขาดกำลังใจไร้ที่พึ่ง เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาในการจัดการเรียนรู้ การดูแลช่วยเหลือนักเรียน ของครูทุกคนในโรงเรียน พวกเราประชุมปรึกษากันหลายครั้ง หลายประเด็น ตัดสินใจร่วมกันว่า เป้าหมายของการพัฒนาคุณภาพการศึกษา คือ “คน” โดยมีความเชื่อว่า มนุษย์มีศักยภาพที่จะเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ตลอดชีวิต นอกจากจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของคนโดยตรงแล้ว ยังจำเป็นต้องคำนึงถึงกลไกและสภาพแวดล้อมที่จะส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาอย่างเต็มที่เพื่อเตรียมคนให้มีคุณลักษณะ รู้จักคิดวิเคราะห์ รู้จักแก้ปัญหา มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ สามารถเผชิญสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้ นั่นคือ จะต้องให้ผู้เรียน ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ มาตรา ๒๒ ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๕๔๕ ที่กำหนดไว้ว่า “การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่า ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพ ในการจัดการศึกษาต้องเน้นความสำคัญทั้งความรู้ คุณธรรม กระบวนการเรียนรู้และบูรณาการตามความเหมาะสมของแต่ละระดับการศึกษา” จะออกมาในเชิงประจักษ์ต่อเมื่อ ได้ทำตามซุนวู ปราชญ์ชาวจีนโบราณ ที่กล่าวว่า “ รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง ” นี้คือที่มาของคำว่า “เยี่ยมบ้านประสานพัฒนา” <h1 style="margin: 0cm 0cm 0pt"></h1><h1 style="margin: 0cm 0cm 0pt">ความมั่นคงของระบบ</h1> หลังจากโรงเรียนประสบอุทกภัยครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. ๒๕๑๘ การจัดการเรียนการสอนต้องอาศัยบ้านของผู้ปกครอง ศาลาวัด ต่อมาโรงเรียนได้สร้างขึ้นใหม่แทนหลังเดิมจนถึงปัจจุบันโรงเรียนวัดธาราวง ตั้งอยู่เลขที่ ๓๕๔/๑ บ้านขุนพัง หมู่ที่ ๑๑ ตำบลหินตก อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต ๓ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัย ถึงระดับประถมศึกษาปีที่ ๖ มีบุคลากรทั้งหมด ๑๕ คน มีจำนวนนักเรียนทั้งหมด ๒๗๐ คน นักเรียนชาย ๑๔๑คน นักเรียนหญิง ๑๒๙ คน สภาพพื้นที่เป็นสังคมชนบท การคมนาคมในหมู่บ้านยังมีบางส่วนไม่สะดวก ประชากรมีฐานะปานกลาง ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่ โรงเรียนวัดธาราวงได้ดำเนินการดูแลช่วยเหลือนักเรียนควบคู่กับการจัดการเรียนรู้มานานแล้ว ได้ดูแลช่วยเหลือตามสภาพปัญหาของนักเรียน ช่วยเหลือด้านทุนการศึกษา เสื้อผ้า เครื่องเขียนแบบเรียน และสอนซ่อมเสริมนักเรียนที่เรียนอ่อนส่งเสริมนักเรียนที่เรียนเก่งให้ไปร่วมสอบแข่งขันตามหน่วยงานต่างๆซึ่งศึกษาข้อมูลจากการสังเกต สอบถามจากครูประจำชั้น ดูจาก ป.พ.๕, ป.พ.๖ ข้อมูลบางอย่างไม่ละเอียด ทำให้การดูแลนักเรียนไม่ทั่วถึงทุกคน ทุกด้านและไม่ต่อเนื่อง จากการประเมินของครู จะพบปัญหานักเรียนมีพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ เช่นการแต่งกายไม่เรียบร้อย อุปกรณ์การเรียนไม่พร้อม อ่านหนังสือไม่คล่อง ไม่ส่งงานไม่ทำการบ้าน ผลสัมฤทธิ์ยังตกต่ำ ทิ้งขยะไม่ถูกที่ พูดจาหยาบคาย ครูและผู้ปกครองไม่ได้ประสานความร่วมมือเท่าที่ควร แต่ก็ยังน่าภาคภูมิใจที่บุคลากรของโรงเรียนทุกคนในขณะนั้น พยายามดูแลช่วยเหลือนักเรียน เมื่อเปรียบเทียบกับผลสัมฤทธิ์กับโรงเรียนอื่นที่อยู่ในเขตพื้นที่เดียวกัน โรงเรียนวัดธาราวงก็ยังมีผลสัมฤทธิ์ดีกว่า เป็นเพราะความร่วมมือ ร่วมใจ ในการทำงานของบุคลากรในโรงเรียนทุกคน ที่พยายามค้นหาวิธีการที่ดีที่สุดในการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ในปีการศึกษา ๒๕๔๗ โรงเรียนได้เข้าร่วมโครงการระบบดี โรงเรียนมีคุณภาพได้นำแนวคิดของโครงการและความต้องการของครุที่จะพัฒนางานที่ทำอยู่แล้วให้เป็นระบบเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ดีขึ้น จึงประชุมบุคลากรทีมพัฒนาโรงเรียน จากนั้นได้ประชุมบุคลาการในโรงเรียนทั้งหมด เพื่อทำความเข้าใจในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยใช้ระบบ โรงเรียนวัดธาราวงดำเนินงานตามโครงสร้างของงานเป็นระบบหลัก ๓ ระบบและระบบสนับสนุน ๔ ระบบ ดังนี้ งานวิชาการ- ระบบเรียนรู้- ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน งานบริหารงานบุคคล- ระบบพัฒนาบุคลากรและคุณธรรมจริยธรรมงาบบริหารงบประมาณ -งานบริหารทั่วไป- ระบบกิจกรรม- ระบบสารสนเทศ- ระบบชุมชนสัมพันธ์- ระบบบริหารจัดการในส่วนของระบบบริหารจัดการได้รวมระบบนำองค์กร ระบบบริหารงบประมาณ ระบบบริหารจัดการไว้ในระบบเดียวกัน และในปีเดียวกัน โรงเรียนได้ส่งบุคลากรเข้าร่วมรับการอบรมดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต ๓ เพิ่มเติม จากการประเมินคนเอง หลังจากใช้ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนไป ๑ ภาคเรียน ค้นพบ จุดอ่อน จุดแข็ง ในแต่ละด้าน ดังต่อไปนี้ การรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล จุดแข็ง คือ ครูเยี่ยมบ้านนักเรียนร้อยเปอร์เซ็นต์ และได้บันทึกข้อมูลการเยี่ยมบ้านในแบบบันทึกการเยี่ยมบ้าน สมบูรณ์ ครบถ้วนทุกคน ผู้ปกครองมีความพึงพอใจในการเยี่ยมบ้านร้อยละ ๙O ซึ่งมากกว่าเกณฑ์ ที่โรงเรียนตั้งไว้ จุดอ่อน ครูไม่ได้นำข้อมูลมาบันทึกในระเบียนสะสม ( ป. พ.๘) ให้สมบูรณ์ครบถ้วน ต่อเนื่องทุกคนวิธีคัดกรอง จุดแข็ง มีกระบวนการคัดกรองใช้เครื่องมือหลากหลาย ครูรู้จักนักเรียนเป็นอย่างดี สามารถสรุปผลการคัดกรองนักเรียนได้ชัดเจน จุดอ่อน ขาดข้อมูลสารสนเทศที่สามารถสืบค้นข้อมูลได้อย่างรวดเร็วการดูแลกลุ่มเสี่ยง/มีปัญหา จุดแข็งครูจัดกิจกรรมตามความสนใจ แก้ไขตามสภาพปัญหาได้ดีมาก จุดอ่อนขาดข้อมูลสารสนเทศ การพัฒนากิจกรรมโฮมรูม จุดแข็งครูจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตที่สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการผู้เรียน จุดอ่อน ครูจัดกิจกรรมไม่เต็มที่ เต็มหลักสูตร เนื่องจากการบริหารเวลาของครูไม่ลงตัวกับภาระงานกิจกรรมหน้าเสาธงในบางครั้ง การร่วมมือกับผู้ปกครองด้วยกิจกรรมประชุมผู้ปกครองชั้นเรียน จุดแข็งผู้ปกครองให้ความร่วมมือมาประชุมและร่วมทำกิจกรรมร้อยละ ๙๕ จุดอ่อน ไม่ทราบผลความพึงพอใจในการประชุมผู้ปกครองชั้นเรียน เนื่องจากไม่ได้ทำแบบประเมินผลการประชุม และครูก็ไม่ได้ ประสาน กับผู้ปกครอง ติดตามผล เรื่องสัญญาใจที่นักเรียน ผู้ปกครองร่วมทำไว้ให้จริงจัง การสรุปรายงานผลระบบ จุดแข็ง ครูรายงานผลการดำเนินงานดูแลช่วยเหลือนักเรียนทุกคน จุดอ่อน ขาดข้อมูลสารสนเทศ
เยี่ยมบ้านประสานพัฒนา
เยี่ยมบ้านประสานพัฒนา,เยี่ยมบ้าน
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
อ้อ_ขอนแก่น · 20 ก.ย. 2550
ครอบครัวตัวดี · 20 ก.ย. 2550
parn · 20 ก.ย. 2550
ดร. ธวัชชัย ปิยะวัฒน์ · 20 ก.ย. 2550
นาย พีระพงษ์ มหาวงศนันท์ · 20 ก.ย. 2550