การเปิดบันทึกอาจจะไม่ยากเท่ากับ..การที่เราจะยังคงรักษาพลังหรือความตื่นตัวในการเขียนเอาไว้ให้ต่อเนื่อง

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณกัลยาณมิตรทุกคนที่ส่งกำลังใจและความห่วงใยมาให้

ในช่วงที่ต้องเดินไป-กลับจากบ้านมาทำงาน...หรือกลับจากที่ทำงานมาบ้าน ฉันค้นพบกิจกรรมคั่นเวลาระหว่างการเดินทางที่ตัวเองชื่นชอบมากอยู่2-3อย่าง

                 

กิจกรรมแรกที่จะขอนำเสนอก็คือการหาพ็อกเก็ตบุ๊คดีๆติดมาอ่าน..โดยเฉพาะหากว่าเราต้องนั่งรถที่ติดอยู่ไม่ขยับนานๆจะสามารถอ่านได้วันละ25-40หน้าสบายๆเลย

.ส่วนกิจกรรมที่สองก็คือการสังเกตพฤติกรรมเพื่อนร่วมการเดินทางซึ่งเราจะพบกับวาทกรรมเด็ดๆของคนลักษณะต่างๆที่อยู่ในถนนสายเดียวกันกับเราแต่เป้าหมายหรือสภาวะอารมณ์อาจแตกต่างกันกับเรา

และกิจกรรมที่สามที่ฉันชอบทำคือการตามลมหายใจเข้าออกซึ่งพบว่าเป็นวิธีการที่ให้กำลังและผ่อนคลายความอ่อนล้าของตัวเองได้เป็นอย่างดีทีเดียว

..ในช่วงที่ฉันกำลังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับชีวิตของตนเองและคิดหาวิธีการในการค้นหาทางที่จะเข้าใจตนเองให้มากยิ่งขึ้น...วันหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้เองจันทร์เมามายเขาได้ไปหาบทความน่าสนใจมาให้ฉันอ่านเป็นการถอดความบันทึกการประชุมจิตวิวัฒน์ ครั้งที่34(6/2549)ในหัวข้อเรื่อง"การเดินทางสู่ความเป็นมนุษย์ที่แท้"ซึ่งเป็นเรื่องของท่านอาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์ที่ท่านได้ทดลองด้วยตัวท่านเองในการเดินทางด้วยเท้าและไม่มีเงินติดตัวออกเดินทางจากจังหวัดเชียงใหม่จนมาถึงเกาะสมุย โดยใช้เวลาในการเดินทาง66วัน.

..เป็นบทความที่ปลุกขวัญและกำลังใจที่ดีมากให้แก่คนที่ต้องการค้นหาความหมายของตนเองแต่ลังเลที่จะตัดสินใจกระทำ อีกทั้งสิ่งที่ได้เรียนรู้และประทับใจอย่างหนึ่งจากการอ่านประสบการณ์และความเชื่อของอาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์ก็คือ สิ่งที่ดีที่งดงาม เป็นเรื่องของสาธารณะ เราควรเผื่อแผ่ความสุข,ความดีความงามให้แก่ผู้ที่อยู่ใกล้เคียงของเราด้วย....

                                     

จากความประทับใจตรงนี้ทำให้ฉันคิดเห็นว่าการที่ต้องเดินทางไกลๆหรือแม้กระทั่งความพยายามที่จะเขียนบันทึกของฉันไม่ได้มีแต่ข้อเสียซะทีเดียวแต่มีประโยชน์หลายอย่างๆแฝงไว้อยู่...ฉันค้นพบน้ำใจที่ไม่คาดคิดทั้งจากเพื่อนที่รู้จักคุ้นเคยและเพื่อนบางคนที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันมาก่อนเลย...แม้ฉันจะไม่คาดคิดมาก่อนว่าตัวเองต้องการอยากให้ใครมาเชียร์หรือส่งกำลังใจอะไรให้มากมายก็ตามแต่การได้รับโดยไม่คาดหวังมันทำให้ฉันรู้สึกตื้นตันใจมากและรู้สึกเหมือนถูกกระตุ้น/ปลุกพลังให้คิดอยากที่จะทำนั่นทำนี่(สิ่งที่ดีๆ)เพื่อชดเชยให้แก่คนอื่นๆบ้าง..นี่คือพลังที่ฉันได้ประจักษ์จากการเข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนในชุมชนG2Kแห่งนี้...

ฉันไม่เคยคิดว่าตัวเองจะอดทนและสามารถเขียนบันทึกต่อเนื่องเช่นแบบนี้มาก่อนเลย..ฉันพบว่าแม้ในบันทึกบางเรื่องจะมีคนอ่านไม่มากหรือไม่ข้อคิดเห็นใดๆสะท้อนกลับมาแต่ฉันก็คิดว่ามันเป็นสิ่งที่ฉันอยากจะบันทึกเอาไว้ฉันก็จะยังบันทึก/ถ่ายทอดมันออกมา...พี่ปิ่งพัชราเป็นมิตรร่วมทางที่เห็นคล้ายๆกัน

..เรามองว่าการเปิดบันทึกอาจจะไม่ยากเท่ากับการที่เราจะยังคงรักษาพลังหรือความตื่นตัวในการเขียนเอาไว้ให้ต่อเนื่อง..หากไม่มีใจที่อยากเขียนอยากเล่าก็คงจะเป็นบล็อกที่หยุดนิ่งไม่มีการเคลื่อนไหว.

..จากเดิมที่ฉันอาจจะเคยคิดว่าบันทึกเพื่อโชว์ฉันพบว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ยั่งยืนและเสียเวลาเปล่าทั้งคนเขียนคนอ่านซึ่งฉันคิดว่าไหนๆเราก็มีโอกาสฝึกคิดฝึกเขียนแถมยังมีกัลยาณมิตรที่ดีๆอยู่ในชุมชนนี้แล้ว ทำไมเราไม่เรียนถึงความเป็นจริงภายในของตนให้ชัดเจนและลองถ่ายทอดมันออกมาเพื่อให้เห็นชัดว่าเราเข้าใจอย่างไรในแต่ละขณะหรือสถานการณ์....

ซึ่งฉันพบว่าตัวเองที่ไม่กล้าเขียนเพราะกลัวว่าจะผิดพลาด หรือดูไม่ใช่สิ่งที่ดีสมบูรณ์ หากว่าเราไม่ฝึกหัดและมองเห็นข้อด้อยที่มีอยู่แล้วเราจะเกิดการปรับปรุงหรือสร้างงานที่ดีขึ้นได้อย่างไร..ขอส่งกำลังใจแด่บล็อกเกอร์ทุกคนค่ะ!